วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
นักการเมิอง มนุษย์ประเภทไหน

ดูทั้งหมด

  •  

ในบรรดาวรรณคดีที่เก่าแก่ของชาติไทยเรานั้น วรรณคดีที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวรรณคดีเรื่องแรกคือไตรภูมิพระร่วง หรือ เตภูมิกถา ซึ่งเชื่อกันว่าพระมหาธรรมราชาที่ ๑ พระยาลิไท กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นนับแต่พระองค์ได้ครองเมืองศรีสัชนาลัยได้ ๖ ปี แม้เนื้อหาสาระของวรรณคดีเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นหลัก แต่ก็มีความงดงามในด้านสำนวนโวหารเป็นอย่างมาก มีบทพรรณนาทั้งเรื่องของนรกและสวรรค์ ซึ่งทำให้ผู้อ่านเกิดความรื่นรมย์เพลิดเพลิน ไปตามอำนาจนึกเห็น อันเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของวรรณคดี

ถึงแม้ต้นฉบับของเตภูมิกถายังไม่มีความชัดเจน แต่ก็ปรากฏว่ามีฉบับที่ถูกบันทึกหรือจารไว้ในใบลานจำนวน
๑๐ ผูก ซึ่งพระมหาช่วย วัดปากน้ำ ได้จารึกไว้เป็นอักษรขอม เมื่อปีพ.ศ.๒๓๒๑ ในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาได้มีการถอดอักษรขอมให้เป็นอักษรไทย แล้วตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อพ.ศ.๒๔๕๕ พร้อมกับตั้งชื่อว่า“ไตรภูมิพระร่วง”


การเปลี่ยนชื่อจากเตภูมิกถาหรือไตรภูมิกถามาเป็นไตรภูมิพระร่วงนั้น เกิดจากพระดำริของสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเห็นว่าบานแผนกของวรรณคดีนี้ใช้ชื่อไตรภูมิมาเป็น ๑๐ ครั้งแล้ว แต่ประชาชนคนทั่วไป นิยมที่จะเรียกพระนามของพระเจ้ากรุงสุโขทัยทุกพระองค์ว่าสมเด็จพระร่วงเจ้า ดังนั้นในการจัดพิมพ์เมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๕ จึงสั่งให้ใช้ชื่อหนังสือนี้ว่าไตรภูมิพระร่วง

กรมศิลปากรได้ตรวจชำระวรรณคดีเรื่องนี้ ทั้งจากที่บันทึกใบลานฉบับต่างๆ รวมทั้งฉบับที่จัดแปลเป็นไทยแล้ว และได้มีการตีพิมพ์ใหม่โดยกรมศิลปากรในปีพ.ศ.๒๕๑๗ ให้ชื่อว่าไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง และต่อมาได้จัดพิมพ์ ไตรภูมิกถาฉบับถอดความในปีพ.ศ.๒๕๒๘ โดยมีการปรับสำนวนภาษาให้อ่านเข้าใจมากขึ้นกว่าฉบับเดิม

ในตอนหนึ่งของหนังสือไตรภูมิพระร่วงนี้ ได้กล่าวถึงประเภทมนุษย์สี่แผ่นดินโดยกล่าวไว้ดังนี้

ฝูงกุมารมนุษย์ทั้งหลายอันเกิดมานี้มี ๓ สิ่ง

สิ่งหนึ่งชื่อว่าอภิชาติบุตร สิ่งหนึ่งชื่ออนุชาติบุตร สิ่งหนึ่งชื่ออวชาติบุตร อันว่าอภิชาตบุตรนั้นไส้ ลูกนั้นเฉลียวฉลาดช่างเชาว์เราเกลี้ยงดียิ่งกว่าพ่อกว่าแม่ แลรู้หลัก นักปราชญ์ยิ่งกว่าพ่อกว่าแม่ ทั้งรูปนั้นก็งามกว่าพ่อกว่าแม่ มั่งมีเป็นดี มียศถาศักดิ์ มีกำลังยิ่งกว่าพ่อกว่าแม่ ลูกอันดีกว่าพ่อกว่าแม่ดังนี้ใช่ชื่อว่าอภิชาติบุตรแลฯ

ลูกอันเกิดมาแลรู้หลักเรี่ยวแรงแลรูปโฉมแต่พอเพียงพ่อเพียงแม่ทุกประการ ดังนั้นชื่อว่าอนุชาติบุตรแลฯ

ลูกอันเกิดมานั้นแลถ่อยกว่าพ่อกว่าแม่ทุกประการดังนั้นไส้ชื่อว่าอวชาติบุตรแลฯ

อันว่ามนุษย์ทั้งหลายนี้ ๔ จำพวก จำพวกหนึ่งชื่อว่าคนนรก อันหนึ่งชื่อคนเปรต จำพวกหนึ่งคือคนติรัจฉาน อันหนึ่งชื่อคนมนุษย์

ฝูงคนอันที่ฆ่าสิงสัตว์อันรู้กระทำการอันเป็นบาปนั้นมาถึงตน และท่านได้ตัดตีนสินมือและทุกข์โศกเวทนานักหนาดังเรียกชื่อว่าคนนรกแลฯ

จำพวกหนึ่งคนอันหาบุญอันจะกระทำบมิได้แล้วแต่เมื่อก่อน แลเกิดมาเป็นคนเข็ญใจนักหนาแลจะมีผ้าแลเสื้อรอบตนนั้นหาบมิได้ หาอันจะกินบมิได้ยากเผ็ดเร็ดไร้นักหนา แลมีรูปโฉมโนมพรรณนั้นก็บมีงาม คนหมู่นี้ชื่อว่าเปรตมนุษย์แลฯ

คนอันที่มิรู้ว่าบุญแลบาป ย่อมเจรจาที่อันหาความเมตตากรุณามิได้ ใจกล้าหาญแข็งบมิรู้ยำเกรงท่านผู้เฒ่าผู้แก่ บมิรู้ปฏิบัติพ่อแม่แลครูบาธยอย บมิรู้รักพี่รักน้อง ย่อมกระทำบาปทุกเมื่อคนผู้นี้ชื่อว่าติรฉานมนุษย์แลฯ

คนอันที่ว่ารู้จักผิดแลชอบ แลรู้จักที่อันเป็นบาปแลบุญ แลรู้จักประโยชน์ในชั่วนี้ชั่วหน้า แลรู้ตัวแก่บาปแลละอายแก่บาป รู้จักว่ายากว่าง่าย แลรู้รักพี่น้อง แลรู้เอ็นดูกรุณาคนผู้เข็ญใจ แลรู้ยำเกรงพ่อแม่ผู้เฒ่าผู้แก่สมณพราหมณาจารย์ อันอยู่ในสิกขาบทของพระพุทธเจ้าทุกเมื่อ แลรู้จักคุณแก้ว ๓ ประการไส้ แลคนฝูงนี้แลชื่อว่ามนุษยธรรมแลฯ

โดยคำว่าแก้ว ๓ ประการนั้นได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือพระรัตนตรัยนั่นเอง

ในส่วนเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือนี้ จะว่าด้วยคำสอนทางพุทธศาสนา ที่ถือและเชื่อกันว่าคนไทยได้ใช้ศึกษาเรียนรู้และสอนสั่งกันมายาวนานนับแต่สมัยสุโขทัยโดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องที่ว่าทำบาปจะตกนรก ทำบุญจะได้ขึ้นสวรรค์ อันเป็นการสอนพระพุทธศาสนาทางอ้อม ให้คนละเว้นการทำความชั่ว หมั่นพากเพียรทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ซึ่งคือบทสรุปของ

โอวาทปาติโมกข์ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นครั้งแรก ในวันเพ็ญเดือนมาฆะหรือเดือน ๓ หลังจากตรัสรู้แล้ว ๙ เดือน

ย้อนกลับมาดูเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพ.ศ.๒๔๗๕ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการบริหารประเทศ ร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่แต่งตั้งขึ้น และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทุกตำแหน่งที่กล่าวมานั้นมาจากการเลือกตั้ง ถูกรวมเรียกว่านักการเมือง

หากถามว่าการบริหารบ้านเมืองโดยนักการเมือง ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าหรือไม่ ก็คงบอกได้เลยว่าขึ้นอยู่กับแต่ละยุคแต่ละสมัย และแต่ละบุคคล โดยภาพรวมความเจริญก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ดูเหมือนจะเป็นการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องโดดเด่น ที่เป็นผลมาจากการบริหารของนักการเมืองหรือนักเลือกตั้งทั้งหลาย

แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนเมื่อนักการเมืองมาบริหารประเทศ คือกระบวนการโกงกิน ที่เรียกกันว่า การทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เกิดขึ้นอยากมากมาย แทรกซึมไปอยู่ในทุกองค์กรของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นระดับกระทรวงหรือลงมาจนถึงระดับตำบล

ทั้งทางตรงและทางอ้อม นำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างมากที่สุด

ที่เลวร้ายที่สุดก็คือผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกฯที่เป็นผู้บริหารสูงสุดนั้น กลับกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่นเสียเอง ดังที่ปรากฏชัดอย่างน้อยแล้ว๒ คนจากคำพิพากษาตัดสินของศาลให้ต้องโทษจำคุกจนถึงกลับต้องหนีคดีและการถูกต้องโทษจำคุกคุมขังไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ

รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ ผู้ที่เป็นนายกฯก็เป็นเชื้อสายของอดีตนายกฯที่โกงกินบ้านเมือง และเพิ่งจะถูกศาลสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ จากการยื่นคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบกันแล้ว

จึงมีคำถามว่า ประเทศของเรานี้ไม่มีนักเลือกตั้ง หรือใครที่มีคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ที่ดีงาม และพร้อมจะทำประโยชน์เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติอย่างแท้จริง นอกจากนักเลือกตั้งจากตระกูลชินที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวเลยหรือ

แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ คณะรัฐมนตรีและนักเลือกตั้งที่มาร่วมอยู่ในฝ่ายรัฐบาล ยังมีความเต็มอกเต็มใจที่จะร่วมบริหารประเทศกับนายกฯที่น่าจะขาดคุณสมบัติ โดยมิได้คำนึงถึงความถูกผิดเช่นเดียวกัน จึงทำให้น่าคิดว่าหากไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแล้ว เหตุใดจึงต้องทำเช่นนั้นทั้งๆที่เป็นเรื่องอันจะทำให้ประเทศชาติต้องเสียหายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หากนำเรื่องความเป็นมนุษย์ที่ถูกกล่าวไว้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง มาเทียบกับคณะรัฐบาล เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่คงอยากจะเห็นความเป็นมนุษย์ ทั้งของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลที่ดีกว่าติรฉานมนุษย์ โดยถ้าเป็นคนมนุษย์ส่วนใหญ่ได้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อชาติบ้านเมือง

และในฐานะที่เป็นชาวพุทธ ควรจะต้องเลื่อมใสศรัทธาในแก้ว ๓ ประการ รวมทั้งการดำรงตนโดยยึดและปฏิบัติตามคำสอนโอวาทปาติโมกข์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้กล่าวไว้ว่า ให้ละเว้นการทำความชั่ว หมั่นพากเพียรทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วอยู่เสมอ

และถ้าเป็นไปตามนั้นได้จริงทั้งในหมู่นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งทั้งหลายที่อยากจะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ก็น่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีมีสุข ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
                                                                                                        ปิยะ  เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:33 น. ด่วน! ผู้ตรวจฯ มีมติส่งศาลรธน.วินิจฉัยปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ขัดรัฐธรรมนูญ
20:30 น. เจอแบบนี้หยีเลย! สาวซื้อขนมปังยังไม่ได้แกะกิน โชคดีเห็นก่อน แมลงวันตัวเท่านิ้วโป้งอยู่ด้านใน
20:29 น. ออกหมายจับ หนุ่มจีนมืออุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติข้ามจังหวัด ทิ้งร่างราชบุรี
20:18 น. กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดงาน '60 ปี ปลานิลพระราชทาน เพื่อปวงชนชาวไทย'
20:00 น. กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต.
ดูทั้งหมด
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา
หวนจับไมค์‘ปุ๊กกี้ ปริศนา’ ขึ้นเวทีร้องเพลง ‘เสก โลโซ’ร่วมแจมดีดกีตาร์
ดราม่าสนั่นโซเซียล ความหล่อขัดใจ Mister Universe Thailand ไม่สมมง
ดูทั้งหมด
สงครามสหรัฐ-อิหร่านบานปลาย ถึงขั้นทำลายโรงงานกลั่นน้ำจืด
‘คนแก่จงตายไปซะ’
‘สงครามอิหร่าน’กับ‘ชัยชนะของคนแพ้’
ล้งมะพร้าว ปฐมบทการผูกขาด
จอมหักมุม
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ออกหมายจับ หนุ่มจีนมืออุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติข้ามจังหวัด ทิ้งร่างราชบุรี

กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต.

เจอแบบนี้หยีเลย! สาวซื้อขนมปังยังไม่ได้แกะกิน โชคดีเห็นก่อน แมลงวันตัวเท่านิ้วโป้งอยู่ด้านใน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! หญิงจีน วัย 63 ปี คลอดลูกสาวน้ำหนัก 2.8 กก. หลังสูญเสียลูกชายไป

สงครามพ่นพิษ คลังใหญ่จำกัดปริมาณขายส่งน้ำมันดีเซล บุรีรัมย์หลายปั้มหมดไม่มีขาย

ไอจีแทบแตก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ สาดลุคแซ่บชุดแหวกอกลึก

  • Breaking News
  • ด่วน! ผู้ตรวจฯ มีมติส่งศาลรธน.วินิจฉัยปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ขัดรัฐธรรมนูญ ด่วน! ผู้ตรวจฯ มีมติส่งศาลรธน.วินิจฉัยปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ขัดรัฐธรรมนูญ
  • เจอแบบนี้หยีเลย! สาวซื้อขนมปังยังไม่ได้แกะกิน โชคดีเห็นก่อน แมลงวันตัวเท่านิ้วโป้งอยู่ด้านใน เจอแบบนี้หยีเลย! สาวซื้อขนมปังยังไม่ได้แกะกิน โชคดีเห็นก่อน แมลงวันตัวเท่านิ้วโป้งอยู่ด้านใน
  • ออกหมายจับ หนุ่มจีนมืออุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติข้ามจังหวัด ทิ้งร่างราชบุรี ออกหมายจับ หนุ่มจีนมืออุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติข้ามจังหวัด ทิ้งร่างราชบุรี
  • กรมสมเด็จพระเทพฯ  เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดงาน \'60 ปี ปลานิลพระราชทาน เพื่อปวงชนชาวไทย\' กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดงาน '60 ปี ปลานิลพระราชทาน เพื่อปวงชนชาวไทย'
  • กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต. กกต.แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คนคดีฮั้วสว. แค่หนึ่งในขั้นตอนพิจารณาโดยอิสระ ไม่ผลผูกพันกกต.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

9 มี.ค. 2569

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved