วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
มนุษย์จำเป็นต้องมีการสื่อสารเพื่อให้ทราบซึ่งกันและการสื่อสารจากอดีตจนมาถึงปัจจุบันมีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างมากคำจำกัดความของการสื่อสารคือกระบวนการถ่ายทอดสาร ข้อมูล ข่าวสาร ความคิด ความรู้สึก หรือทัศนคติ จากบุคคลฝ่ายหนึ่งซึ่งคือผู้ส่งสาร ไปยังอีกฝ่ายหนึ่งคือผู้รับสาร โดยผ่านสื่อหรือช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือทำให้เกิดการตอบสนองตามที่ต้องการ
ฉะนั้นการสื่อสารไม่ว่าจะในยุคสมัยใด ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบ ๔ ประการคือ ผู้ส่งสาร ได้แก่ผู้เริ่มต้นส่งข้อมูลหรือความคิด สาร คือเรื่องราวข้อมูลที่ต้องการสื่อออกไปสื่อ คือช่องทางวิธีการส่งสารเช่นการพูด เขียน ภาพ เสียง และสุดท้ายคือผู้รับสาร คือผู้รับข้อมูลและแปลความหมาย
การสื่อสารในยุคโบราณนั้นใช้ภาษาพูดเป็นหลัก ซึ่งได้ผลดีเพราะมีคนจำนวนน้อย การสื่อสารไม่สลับซับซ้อน รวมทั้งการสื่อสารโดยใช้ท่าทางหรือสัญลักษณ์ต่างๆ แต่ก็มีพัฒนาการเรื่อยมา จนอาจจะสรุปได้ว่าการสื่อสารนั้นมีอยู่ ๓ ยุค
ยุคแรกเป็นการสื่อสารแบบโบราณ เป็นการสื่อสารเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ถ่ายทอดข้อมูลที่ไม่ซับซ้อน ผ่านตัวกลางที่มีประสิทธิภาพน้อย ไม่มีความสะดวกรวดเร็ว อาทิ ภาพผนังถ้ำ เป็นภาพเล่าเรื่องวิถีชีวิต ควันไฟใช้ในการสื่อสารระยะไกล ต้องมีการแปลสัญลักษณ์ของควันที่ขึ้นฟ้า ผิดพลาดง่ายเพราะขึ้นกับสภาพอากาศ ไม่สามารถเก็บความลับได้ วิ่งผลัดเป็นการสื่อสารโดยใช้บุคคลส่งต่อข้อมูลระหว่างกันไปจนถึงปลายทาง นกพิราบสื่อสาร เป็นการสื่อสารโดยใช้ธรรมชาติของสัตว์ที่จะเดินทางกลับรังหรือถิ่นที่อยู่เสมอ
ยุคที่ ๒ คือการสื่อสารยุคอุตสาหกรรม มีการใช้อุปกรณ์ช่วย อาทิ โทรศัพท์ ซึ่งมีพัฒนาการมากขึ้น สื่อสารได้ตรงรวดเร็ว โทรสารหรือแฟกซ์ ใช้ส่งข้อมูลที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นจำนวนมากได้ จดหมายซึ่งใช้น้อยลงมาก และพัสดุซึ่งยังมีการใช้อยู่
ยุคที่ ๓ คือยุคปัจจุบันเป็นการสื่อสารในยุคโลกไร้สาย เน้นเรื่องความสะดวกสบายของผู้ใช้ ประสิทธิภาพของข้อมูล โดยผู้ใช้ต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยี จึงจะเกิดประสิทธิภาพ อาทิ WiFi เป็นการส่งคลื่นสัญญาณผ่านคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีอุปกรณ์เชื่อมต่อหลายรูปแบบ รวมทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือ การสนทนาออนไลน์หรือ Chat เป็นการพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลรวมทั้งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย เป็นสนทนาเดี่ยวหรือกลุ่มก็ได้ VDO Conference การสนทนาโดยเห็นภาพซึ่งกันและกัน ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้ในการบรรยายทางวิชาการได้ดี
พัฒนาการของอุปกรณ์ วิธีการตลอดจนรูปแบบการสื่อสาร ยังจะก้าวหน้าไปอีกมากในอนาคต และมีเรื่องหนึ่งซึ่งถูกนำมาผูกโยงกับการสื่อสารคือเรื่องของ IO (Information Operation) แปลตรงตัวว่าการปฏิบัติการข่าวสาร ซึ่งมีระบบและวิธีการที่มีความสลับซับซ้อนมากพอควร
IO ถูกพูดถึงกันมากในการดำเนินการของพรรคการเมืองยุคใหม่ การปฏิบัติการสื่อสารแบบนี้ ทำให้เกิดการขยายผลได้รวดเร็วเกือบจะทันที นำเสนอข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก กระจายไปได้ถึงทุกที่ที่ต้องการ ทั้งระดับบุคคลและระดับมวลชน
ปฏิบัติการ IO นั้น เป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้ เมื่อเร็วๆนี้ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้นำเสนอเรื่องนี้ในรายการชัดครบจบจริงทางช่อง YouTube ของคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อย่างละเอียด ซึ่งจะขอนำมาถ่ายทอดโดยสรุป ดังนี้
ปฏิบัติการ IO มีจุดเริ่มต้นมาจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ดำเนินการในลักษณะที่เรียกว่าปฏิบัติการจิตวิทยาไซเบอร์ PSYCHOP ประเทศไทยได้นำรูปแบบนี้มาใช้โดยจัดตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ศรภ. และสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง กองทัพไทย เพื่อสร้างกระแสจิตวิทยากระจายไปในชุมชน ใช้เอกสารใบปลิว การพูดคุย มีกลุ่มปฏิบัติการในแบบ ขาว เทา ดำ ซึ่งกลุ่มดำจะทำเรื่องที่อาจไม่ถูกกฎหมาย เช่นใส่ร้ายป้ายสี ยัดเยียดคดี
ต่อมาประเทศแถบตะวันตกได้พัฒนาระบบ Digital Cyber PSYCHOP ทำงานบน on line และ on cloud ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในฟิลิปปินส์ สร้างความเชื่อบางประการให้กับชาวฟิลิปปินส์ จนทำให้ลูกของประธานาธิบดีมาร์กอส (มาร์กอสเคยถูกประชาชนขับไล่) กลับมาเป็นประธานาธิบดีได้ และสหรัฐอเมริกาสามารถจัดตั้งกองทัพในฟิลิปปินส์ขึ้นมาได้ใหม่ โดยประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ถูกกำจัดไป
ปฏิบัติการ IO จะต้องมีการทำงานที่มี ๕-๗ องค์ประกอบ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งขณะนี้มีการนำมาใช้ทั้งในภาครัฐและพรรคการเมืองบางพรรค
ส่วนของภาครัฐที่ดำเนินการอยู่นั้นใช้ ๕องค์ประกอบคือ จุดประเด็น สร้างกระแส แพร่กระจาย การสนับสนุนจากนักวิชาการ และการสนับสนุนจากองค์กร โดยในส่วนของพรรคการเมืองจะมีเรื่องของ ทุนต่างชาติและกลุ่มสส. เพิ่มเติมเข้ามา รวมเป็น ๗ องค์ประกอบ
ขอกล่าวถึงในส่วนของพรรคการเมืองเป็นหลัก การปฏิบัติการ IO ของพรรคจะมีกลุ่มต่างๆเข้าร่วมประชุมเกือบจะทุกวันในตอนเช้าใน War Room โดยจะมีบุคคล ที่เป็นผู้นำจิตวิญญาณทำหน้าที่เป็นประธาน เริ่มต้นด้วยการทำ SocialListening โดยนำประเด็นมาจาก Facebook IG TikTok หรือสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่มีการพูดกันมากใน ๒๔ ชั่วโมง ที่จะนำมาใช้สร้างกระแสเพื่อผลประโยชน์ของพรรคได้ วิเคราะห์เนื้อหา media auditค้นหา influencer เพื่อเป็นคนนำการแพร่กระจายข่าว มีการหาผู้ที่จะเป็นผู้นำทางความคิดหลัก Key Opinion Leader (KOL)
แล้วเอาผลจาก morning brief ไปดำเนินการให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น ต้องการลบล้างสถาบันกษัตริย์ แก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกมาตรา ๑๑๒ และล่าสุดคือความพยายามทำให้การเลือกตั้ง ๘ กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ ทั้งๆ ที่พรรคตัวเองแพ้ อย่างแน่นอน โดยประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจอยู่แล้ว โดยดูว่าแต่ละประเด็นเข้ากับคนกลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ แล้วระดมพูดไปในทิศทางเดียวกัน ใช้ทิศทางการสื่อสารทั้งโจมตี รุก ตั้งรับ โต้ ข่าวนั้น ๆ หาผู้ที่ทำหน้าที่เขียนข่าว เป็น copy writer ที่สามารถเขียนให้คนที่ได้อ่านหรือฟังเกิดความเชื่อแบบฝังใจ
ข่าวที่ถูกเขียนแล้วจะส่งไปยัง account managerเพื่อแพร่กระจายผ่าน influencer ไปยังสำนักพิมพ์และกระบวนการสื่อต่างๆ โดยกระจายอย่างรวดเร็วและพร้อมๆ กันเป็นปริมาณมากๆ ให้เป็น critical Mass เกิดเป็น viral marketing ร่วมกับการใช้นักรบไซเบอร์ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกอยู่ใกล้ชิด กับ สส. พร้อมกระจายข่าว กลุ่มที่ ๒ เป็นพวกอวตารไม่มีตัวตน แต่ทุ่มเททำงานเพราะไม่กลัวถูกสอบ กลุ่มที่ ๓เป็นพวกที่ปฏิบัติการบนเครื่องมือที่จะจ่ายข่าว ใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก จ่ายข่าวได้นับหมื่นนับแสนครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ
มีการใช้ cross posting ส่งข่าวข้ามไปมาระหว่างสื่อที่ใช้และบุคคล เพื่อสร้าง engagement ของผู้รับข่าวให้เชื่อมากขึ้นและมากขึ้น มีห้องหนึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษ เป็นพวกไอทีทั้งหมดสร้างเรื่องดำ ใช้วิธีแบบจารกรรมแฮกข้อมูลจากผู้อื่น แล้วเขียนโจมตีจนเพจฝ่ายตรงข้ามจนต้องปิดไปโดยให้คนจับไม่ได้
ห้องต่อไป เป็นวิทยาการข้อมูลและตลาดดิจิทัลเป็นฝ่ายคิดและขาย ห้อง media audit ประมวลผลขั้นสุดท้ายว่าสิ่งที่สื่อออกไปนั้น impactแค่ไหน
นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์คำ วาทกรรม เช่น พ่อของฟ้า มีลุงไม่มีเรา เอาส้มมาล้มเทา สร้างให้คำเหล่านี้เป็นที่จดจำของกลุ่มที่หลงใหลพรรคได้โดยง่าย
จะเห็นว่าการจะหาเสียงหรือทำให้คนเชื่อในสิ่งที่พรรคปลูกฝังด้วยปฏิบัติการ IO จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว เป็นจำนวนมาก impact สูง แต่ลงทุนน้อยกว่าวิธีเดิม ๆ ในขณะที่สามารถใช้ทำลายคนที่เห็นแย้งหรือพรรคการเมืองอื่นโดยการป้อนข้อมูลประเภทสีดำ ที่เรียกว่าข้อมูลเท็จได้อย่างง่ายดาย
เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ได้มีข่าวเรื่องบริษัท Spectre C ที่จดทะเบียนเป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย รวมทั้งผลิตสื่อออนไลน์ บริษัทนี้ตั้งอยู่ในอาคารกันเดียวกับที่ทำการของพรรคการเมืองหนึ่ง และมีข้อมูลว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับพรรคดังกล่าวโดยตรง ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีผู้ร้องเรียนไปยังองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบแล้ว และหากเป็นจริง อาจจะมีผลถึงขั้นยุบพรรคการเมืองก็เป็นได้
การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสื่อสารนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ก็ได้ หรือทำให้เกิดโทษก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้มีเจตนาอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ที่นำมาใช้หรือองค์กรที่นำมาใช้หรือพรรคการเมืองที่นำมาใช้ จะต้องมีจริยธรรมและคุณธรรม พรรคและนักการเมืองจะต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง มีความรักและเทิดทูนชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์ มุ่งมั่นที่จะมาร่วมพัฒนาประเทศโดยปราศจากอคติ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในทุกรูปแบบ เพราะหากปราศจากซึ่งสิ่งเหล่านี้แล้ว จะเชื่อได้อย่างไรว่าจะมาทำบทบาทหน้าที่ในการบริหารประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงได้
ปิยะ เนตรวิเชียร

ชวนหัวเราะสองอารมณ์ 'หลวงพี่เท่ง COMEBACK' ปะทะความเฮี้ยนสุดฮา 'ผีฮาคนเฮ'
ไม่เน้นดาวรุ่ง!‘ฮัดสัน’หวังได้ลูกครึ่งเสริมทัพช้างศึกบู๊ฟีฟ่าเดย์
'จ๊ะทิงจา'ร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา
เจรจาหยุดยิงล่ม? แหล่งข่าวเผยอารักชี - กาลิบาฟ ยังอยู่ในอิหร่าน ไร้เงาคณะผู้แทนไปอิสลามาบัด
ตำนานของจริง! EBOLA ย้ายบ้านสู่ VOM RECORDS 'ปู - พงษ์สิทธิ์ 'ร่วมแจมเพลงใหม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี