วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

ดูทั้งหมด

  •  

สำหรับชาติไทยนั้น บอกได้เลยว่าพระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้างชาติ สร้างแผ่นดิน และต่อสู้เพื่อปกปักรักษาชาติให้ยืนยงคงอยู่ ให้ลูกหลานไทยทั้งหลายได้มีถิ่นกำเนิดที่น่าภาคภูมิใจ ได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีมาจนถึงทุกวันนี้

จึงถือว่าองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นพระประมุขผู้นำสูงสุดของชาติ รวมไปถึงราชวงศ์ที่รวมเรียกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องได้รับการคุ้มครอง ซึ่งก็เป็นเรี่องที่มีมาแต่อดีตกาลแล้ว


การคุ้มครองพระมหากษัตริย์แต่ดั้งเดิมนั้น เริ่มต้นมาตั้งแต่การมีขุนศึกคู่พระองค์ผู้เป็นทหารที่มีความสามารถในการรบ ซึ่งเปลี่ยนผ่านมาจนเป็นรูปแบบของทหารรักษาพระองค์ เพื่อปกป้องพระองค์ให้ปลอดภัย

แต่เนื่องจากการคุ้มครองนั้นต้องครอบคลุมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพระองค์ท่าน จึงต้องมีการออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองพระมหากษัตริย์และสถาบันด้วย ซึ่งกฎหมายนี้เริ่มมีมาตั้งแต่อาณาจักรอยุธยา

เริ่มต้นจากการมีกฎหมายที่เรียกว่ากฎมณเฑียรบาลซึ่งถูกตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาในแต่ละสมัยของพระเจ้าแผ่นดิน และถูกใช้มาจนถึงต้นอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้โปรดเกล้าฯให้ตรากฎหมายใหม่ขึ้นที่เรียกว่ากฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นกฎหมายที่สะท้อนความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมของไทยได้เป็นอย่างดี

ในกฎหมายตราสามดวงนี้ ได้มีการกำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของกลุ่มคนในสังคมที่เรียกว่าระดับศักดินา โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือชนชั้นปกครองและชนชั้นผู้ถูกปกครอง

ในกลุ่มชนชั้นปกครองนั้นพระมหากษัตริย์ ทรงมีพระราชอำนาจสูงสุดในการปกครอง ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ แต่ถึงแม้พระองค์จะมีพระราชอำนาจเป็นเจ้าชีวิตของคนทั้งปวง แต่พระมหากษัตริย์ไทยก็ทรงปกครองบ้านเมืองโดยยึดหลักทศพิธราชธรรมมาแต่โบราณกาล

กลุ่มชนชั้นผู้ถูกปกครองหมายถึงไพร่และทาส ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมเป็นสามัญชนทั่วไป มีการบังคับให้ไพร่ต้องอยู่ใต้สังกัดมูลนาย มีฐานะเป็นสมบัติของมูลนาย และอยู่ในหมวดทรัพย์สินของมูลนาย เช่นเดียวกับทาส ผู้ใดลักพาไพร่ของมูลนายไปถือเป็นความผิดต้องรับโทษ โดยไพร่นั้นมีอยู่ ๒ ประเภทได้แก่ ไพร่หลวงและไพร่สม ในส่วนของทาสนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช รัชกาลที่ ๕ได้โปรดเกล้าฯให้มีการยกเลิกทาสเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๘ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กฎหมายคุ้มครองกษัตริย์ที่มีรากฐานมาตั้งแต่สมัยอยุธยานั้น ถูกใช้มาจนกระทั่งเมื่อมีการออกประมวลกฎหมายลักษณะอาญารัตนโกสินทร์ พ.ศ.๒๔๕๑ และต่อมาได้รับการพัฒนาจนเป็นกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ในปัจจุบันนี้

กฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๕๑ จึงเป็นกฎหมายลักษณะอาญาฉบับแรกที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน

ภายหลังการปฏิวัติของคณะราษฎรเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๕ ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทำให้ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายหลักของชาติ ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๒๐ ฉบับ ทุกฉบับกำหนดให้พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ถูกบัญญัติขึ้นในปีพ.ศ.๒๔๙๙ จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของประมวลกฎหมายอาญา โดยได้บัญญัติบทลงโทษผู้ที่กระทำผิดตามมาตราดังกล่าวไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๓ ปีถึง ๑๕ ปี”

สาระสำคัญของกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ นี้เป็นการเน้นการคุ้มครองโดยมีความหมายของคำต่างๆ อันได้แก่ การหมิ่นประมาทหมายถึงการใส่ความต่อบุคคลที่ ๓ ที่ทำให้เสียชื่อเสียงถูกทำให้ดูไม่ดีหรือถูกเกลียดชัง ส่วนคำว่าดูหมิ่นนั้นหมายถึงการเหยียดหยามหรือทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ส่วนคำว่าแสดงความอาฆาตนั้นหมายถึงการแสดงพยาบาท มุ่งร้ายหรือขู่ว่าจะทำร้าย ทั้งหมดนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นกฎหมายซึ่งคุ้มครองตำแหน่งประมุขและผู้แทนของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งประเทศอื่นๆ ก็มีกฎหมาย
เพื่อคุ้มครองผู้นำหรือประมุขในลักษณะนี้เช่นกัน

ขณะนี้ก็ใกล้ถึงระยะเวลาที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปครั้งใหม่ที่กำหนดไว้ในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๙ นับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ ๒๙ ของประเทศไทย ต่อเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ.๒๕๖๖ เป็นการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ

การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต Constituency Systemคือการเลือกโดยระบบที่แบ่งพื้นที่ประเทศออกเป็นเขตเลือกตั้งย่อยๆ ยึดตามจำนวนประชากร ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดในเขตนั้นจะเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง เป็นระบบที่ถือว่าเลือกคนที่รัก เพื่อไปเป็นผู้แทนฯ

ส่วนการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ Party-listProportional คือการเลือกตั้งที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมือง โดยใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเดียว พรรคการเมืองจะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครสส. ๑๐๐ คน และได้รับที่นั่งตามสัดส่วนคะแนนรวมที่พรรคได้รับ

การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงคือประชาชนคนไทยที่อายุ ๑๘ ปี ขึ้นไป โดยจะต้องไปใช้สิทธิ ๒ รอบ รอบที่ ๑ เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป และรอบที่ ๒ เป็นการออกเสียงประชามติ

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งที่แปลกกว่าครั้งก่อนๆ มา เนื่องจากจะมีการลงประชามติไปพร้อมกันด้วย การลงประชามติครั้งนี้เป็นกระบวนการสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมตัดสินใจเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะให้ความ“เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” อันเป็นผลมาจากการที่พรรคการเมืองบางพรรคได้มีการเสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อนำมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ.๒๕๖๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกเรียกว่า “ฉบับปราบโกง”

การต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้มีเหตุผลซ่อนเร้นจากพรรคการเมืองบางพรรคในประเด็นต่างๆ ๓-๔ ประเด็น

ประเด็นแรกคือการต้องการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ อันถือเป็นการยกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และรัชทายาทหรือสถาบันนั่นเอง ซึ่งพรรคการเมืองหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ต้องการให้ประชาชนทุกคนที่เป็นคนไทย ซึ่งรวมทั้งพระมหากษัตริย์ผู้เป็นผู้ก่อร่างสร้างเมืองตั้งแต่เริ่มก่อตั้งราชอาณาจักรสยามและราชวงศ์อยู่ภายใต้สิทธิเดียวกัน กฎหมายอาญาฉบับนี้เกิดขึ้นภายใต้มาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ.๒๕๖๐ ที่บัญญัติไว้ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้” ฉะนั้นหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่มีการบัญญัติมาตรา ๖ ตามที่เคยเป็น กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ก็จะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป

ประเด็นที่ ๒ รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว มีบทลงโทษที่รุนแรงต่อนักการเมืองที่กระทำผิดกฎหมายทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักการเมืองกลัวมากกว่าเรื่องอื่นใด เนื่องจากนักการเมืองจำนวน
ไม่น้อย หลังได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะมีพฤติกรรมอันเป็นการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ตลอดจนทางการกระทำหรือมีส่วนร่วมกระทำในการฉ้อราษฎร์บังหลวงจนเกือบจะเป็นเรื่องปกติวิสัย

ประเด็นที่ ๓ ความต้องการของนักการเมืองที่จะลดบทบาทขององค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีความเป็นอิสระจากการแทรกแซงของฝ่ายบริหาร องค์กรเหล่านี้ได้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะผู้ตรวจการแผ่นดินคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้จะเป็นผู้กำหนดการลงโทษสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำผิดกฎหมายได้

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ก่อร่างสร้างเมือง สร้างราชอาณาจักรสยาม จนมาถึงยุคปัจจุบันนี้ ได้ปกปักรักษาและต่อสู้เพื่อรักษาอิสรภาพ เสรีภาพ ของชาติมาโดยตลอด เพื่อให้ราษฎรและลูกหลานทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข พรรคการเมืองใดหรือใครก็ตามที่คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองป้องกันการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงถือว่าเป็นพวกเนรคุณที่ไม่รักชาติรักแผ่นดินที่พระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้าง อันไม่น่าจะเป็นนิสัยของคนไทยหรือผู้ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขไทย จึงไม่ควรได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้รวมทั้งการลงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น จึงจะเป็นการยับยั้งกระบวนการที่จะลบล้างหรือลดบทบาทของสถาบันกษัตริย์ได้ ร่วมกันตัดไฟแต่ต้นลมเถอะครับ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:59 น. ไฟสงครามลุกโชน อิสราเอลถล่มคลังน้ำมันเตหะราน อิหร่านยิงตอบโต้โจมตีโรงกลั่น
14:39 น. หายห่วง! 'ศุลกากรช่องจอม' คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน
14:15 น. ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง
14:06 น. ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร
13:54 น. นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย
ดูทั้งหมด
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
หวานข้ามซีกโลก ก้อย อรัชพร วิดีโอคอลหา พิธา เสิร์ฟโมเมนต์หัวใจฟู
พิษสงครามเขย่าหุ้นไทย ร่วงหนัก -8.01% ชน Circuit Breaker
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 8 มีนาคม 2569
เรื่องปริมาณแพทย์
‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’
สอนเรื่องเงินให้ลูก...ด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง
โรคไข้หัดสุนัข
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไฟสงครามลุกโชน อิสราเอลถล่มคลังน้ำมันเตหะราน อิหร่านยิงตอบโต้โจมตีโรงกลั่น

หายห่วง! 'ศุลกากรช่องจอม' คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน

นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย

ทหารพรานรวบ 14 คนไทย อ้างถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าในปอยเปต

กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย

พบร่างชาย 77 ปี เจ้าของอู่รมควันคารถ หลังครอบครัวประกาศตามหา 3 วัน

  • Breaking News
  • ไฟสงครามลุกโชน อิสราเอลถล่มคลังน้ำมันเตหะราน อิหร่านยิงตอบโต้โจมตีโรงกลั่น ไฟสงครามลุกโชน อิสราเอลถล่มคลังน้ำมันเตหะราน อิหร่านยิงตอบโต้โจมตีโรงกลั่น
  • หายห่วง! \'ศุลกากรช่องจอม\' คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน หายห่วง! 'ศุลกากรช่องจอม' คุมเข้มขนส่งน้ำมัน-สินค้าเกษตรเขตอีสานใต้ ยันน้ำมันในไทยไม่ขาดแคลน
  • ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง
  • ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร
  • นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved