วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ความชั่วร้ายของ“ฮุน เซน”ทรราชเขมรที่ก่อสงครามโดยสั่งกองทัพกัมพูชาเปิดฉากถล่มเป้าหมายพลเรือนในดินแดนไทย ทั้งโรงพยาบาลบ้านเรือนราษฎร และร้านค้า สมควรต้องประณามและจัดการกับอาชญากรสงครามที่ชื่อ“ฮุนเซน”ผู้นี้จนถึงที่สุด
แม้ถึงวันนี้จะผ่านมาแล้วเป็นวันที่ 9 และได้มีการเจรจา“หยุดยิง”ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมเป็นต้นมาก็ตามแต่ไทยก็ยังไว้วางใจกัมพูชาที่มีสันดานลอบกัดไม่ได้ เพราะกัมพูชาเป็นอาชญากรสงครามที่ชั่วร้ายทั้งสร้างข่าวลวง ตลบตะแลงปลิ้นปล้อนในทุกเรื่อง เพิ่มเติมกำลังเข้าประชิดชายแดนตลอดแนวโดยละเมิดข้อตกลงร่วมกัน และยังลอบวางระเบิดสังหารบุคคลในพื้นที่ ซุ่มยิงด้วยปืนและระเบิดอยู่เป็นระยะ
แต่ที่น่าเศร้าใจก็คือ ความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์และทหารหาญของไทยที่ต้องไปยืนอยู่หน้าแนวรบ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติจากสงครามที่ไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อในครั้งนี้
สรุปยอดความสูญเสียตั้งแต่วันที่ 24-31 กรกฎาคมเมื่อวานนี้ จากการแถลงของนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยนั้น มีประชาชนได้รับผลกระทบใน 7 จังหวัด 42 อำเภอ 321 ตำบล และ 3,884หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 278,506 ครัวเรือน 839 ,935 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย บาดเจ็บ 38 รายโดยมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 7 จังหวัด, 36 อำเภอ, 238 ตำบล และ 2,702 หมู่บ้านซึ่งขณะนี้ยังมีประชาชนหลบภัยอยู่ในศูนย์พักพิง 733 ศูนย์ ทั้งหมด 187,974 คนและบางมีบางส่วนอาศัยบ้านญาติพี่น้องเป็นที่หลบภัย
ส่วนโรงพยาบาล ซึ่งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศสั่งห้ามโจมตีสถานพยาบาลเด็ดขาดแต่อาชญากรสงครามที่ชื่อ“ฮุน เซน” ก็ยังละเมิดด้วยการสั่งให้กองทัพกัมพูชาใช้ปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง“BM-21”ถล่มนั้น เป็นผลให้โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ 20 แห่ง โดยต้องปิดบริการ11 แห่ง และปิดบางส่วน 9 แห่ง นอกจากนั้น มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับผลกระทบอีก144 แห่ง
นึกแล้วก็เศร้าใจ ซึ่งนอกจากเวลานี้เราจะมีรัฐบาลที่อ่อนแอ และมี“แพทองธารชินวัตร”เป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูก 36 วุฒิสมาชิกร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ถอนถอนออกจากตำแหน่งในข้อหา“ทรยศขายชาติ”ให้เขมรกรณี“คลิปอัปยศ”แล้ว ทั้ง“แพทองธาร”และ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้เป็นบิดาก็ยังถูกประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความรู้สึกที่ไม่ไว้วางใจ
ที่ไม่ไว้วางใจเพราะมีข้อกังขาว่า พ่อลูกแห่ง“ตระกูลชินวัตร”คู่นี้ แอบเป็น“ไส้ศึก”ให้แก่กัมพูชาหรือไม่ด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนบางอย่างที่แฝงอยู่ เพราะว่าทั้งตระกูลชินวัตรโดย“ทักษิณ” และตระกูลฮุนโดย“ฮุนเซน”นั้น คบหาเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งนอกจากจะมีผลประโยชน์ร่วมกันและต่างต้องคอยพึ่งพาอาศัยกันแล้ว
อยู่ๆ “ฮุน เซน”ก็อ้างคำพูดของ“แพทองธาร ชินวัตร” ที่ปากพล่อยจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือโดยการ“สมคบคิด”กับ“อังเคิล” จากการแถลงที่บ้านพิษณุโลกเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า ทั้ง“ฮุน เซน”และ“ฮุน มาเนต”นายกรัฐมตรีกัมพูชา“ไม่มีความเป็นมืออาชีพ”
และต่อมา“ฮุน เซน”ก็ใช้ปมนี้เป็นหัวเชื้อในการก่อสงครามรุกรานไทย โดยกล่าวว่า“ความผูกผันอันจริงใจที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ของสองครอบครัวต้องพังทลายลง”และหลังจากนั้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 “ฮุน เซน”ก็ได้เปิดฉากรุกรานไทยด้วยการถล่มเป้าหมายพลเรือน ทั้งโรงพยาบาล บ้านเรือนประชาชน ร้านค้า และโบราณสถานโดยไม่ยึดกฎกติกาใดๆ ที่เป็นหลักปฏิบัติสากล
อย่างไรก็ตาม สงครามดำเนินมาได้ 6 วัน ทางฝ่ายกัมพูชามีแต่ความสูญเสียซึ่งไม่เพียงแต่ชีวิตทหารในแนวรบ ตั้งแต่ระดับแม่ทัพลงไปจนถึงพลทหารเป็นจำนวนมากต้องบาดเจ็บล้มตายจากเครื่องบินรบ“ F-16”และ“กริพเพน”ของกองทัพไทยที่มีเป้าหมายโจมตีฐานทางทหารโดยที่ทางการกัมพูชาไม่กล้าเปิดเผยยอดทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บว่ามีจำนวนเท่าไร เพราะจะทำให้“ฮุนเซน”เสียคะแนนนิยม และถูกประชาชนชาวกัมพูชาลุกขึ้นมาคัดค้านต่อต้านเท่านั้นอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพกัมพูชาผู้รุกรานก็มีจำกัด
อีกทั้งความทันสมัยและประสิทธิภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ก็สู้กองทัพไทยไม่ได้จึงทำให้กัมพูชาต้องวิ่งโร่ไปขอให้สหรัฐอเมริกาออกโรงมาเป็นคน“หย่าศึก”กระทั่งมีการเจรจา“หยุดยิง”ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา
การหย่าศึกครั้งนี้ ด้วยข้อตกลง“หยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข” ที่แท้ก็หวังประโยชน์เฉพาะหน้าจากสงครามเพื่อจะ“จูบก้นทรัมป์” ให้ลดกำแพงภาษี“ตอบโต้”ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็สบโอกาสหวังสะสมแต้มเพื่อต้องการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพจากสงครามที่กัมพูชาเป็นผู้ก่อ
เรียกว่า“วิน-วิน”ทั้ง “ทรัมป์”, “ฮุน เซน” และ“ทักษิณ ชินวัตร”ที่เป็นผู้ชักใยและครอบงำรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร” โดยที่“ฮุน เซน”โลภมากไปหน่อยหวังจะกินหลายต่อ ทั้งยอมสยบสหรัฐฯเพื่อผลประโยชน์อื่นๆในภายหน้า และดีไม่ดี“ฮุน เซน”ก็อาจจะต้องถูกจีน“สั่งสอน” ที่ไป“ชักศึก”คือสหรัฐฯ ซึ่งก็ไว้วางใจไม่ได้เข้ามาป้วนเปี้ยนถึงประตูหลังบ้านของจีนในอาเซียน
ที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่งก็คือ ฝ่ายไทยเรา ซึ่งนอกจากประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนและต้องบาดเจ็บเสียชีวิต เรายังต้องสูญเสียทหารไทยผู้หาญกล้าที่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไปถึง 15 นาย และบาดเจ็บ 196 นาย
จะอะไรก็ตามแต่ พรุ่งนี้วันที่ 2 สิงหาคมตั้งแต่เวลาเที่ยงวันถึงสามทุ่มเราคนไทยหัวใจไทยไม่ใช่หัวใจเขมร ต้องออกไปชุมนุมสำแดงพลังที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิร่วมกับ“คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” เพื่อจัดการกับ“ไส้ศึกภายในประเทศ”
“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องติดคุก และ“แพทองธาร ชินวัตร”ต้องลาออก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน เผย กกต. อนุมัติเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่แล้ว สั่งจังหวัดเร่งจ่ายประชาชนทันที ไม่ต้องผ่าน ครม.
รองผู้ว่า โคราช โพสต์ฟาดสติ ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ลั่น อย่าเชื่อแต่กูรู
นายกฯ ย้ำ รร.ต้องปลอดภัย ชี้ตั้งแต่ปี’66 มท.ไม่ต่อใบอนุญาต ไม่ใช่จนท.รัฐ พกปืน ผิดกม.ทันที
อุกอาจคลองหลวง! โจรมีดจี้คอ ‘ผช.ทันตแพทย์สาว’ ขู่แทงชิงทรัพย์ริมถนน
ปคม.จับสาวสองแอดมินกลุ่มลับถ่ายคลิปโป๊เด็กส่งขาย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี