หลังบ่ายสามโมงวันศุกร์นี้เป็นต้นไป คงได้รู้กันซะทีว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยชี้ชะตาคุณสมบัติของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของตระกูลชินวัตร กรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาออกมาว่าอย่างไร จะมีความผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ที่ชัดเจนแล้วก็คือ ไม่มีการชิงลาออกก่อนตามที่มีกระแสข่าวลือ ฉะนั้นตอนนี้จึงมีอยู่สองทางคือ น.ส.แพทองธาร รอดพ้นความผิดแห่งคดีได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯต่อไป กับศาลวินิจฉัยให้มีความผิด จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยทันที และอาจจะเป็นจุดจบทางการเมืองตลอดกาล
ทั้งสองประเด็นดังกล่าว ถูกวิเคราะห์เอาไว้อย่างนี้ ในกรณีที่น.ส.แพทองธารไม่รอด ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น ถือว่าเป็นการล้างไพ่ทางการเมือง รัฐสภาต้องไปโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ซึ่งในบัญชีรายชื่อมีหลายคน แต่ที่เป็นแคนดิเดตจริงๆ มีอยู่ 2 คนคือ นายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย
การเมืองสูตรนี้ ตัวแปรสำคัญอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเดิมว่า จะยังจับขั้วสนับสนุนให้นายชัยเกษม ขึ้นเป็นนายกฯในอุ้งมือตระกูลชินวัตรต่อไปหรือไม่หรือจะฉีกขั้วมาจับมือกับฝ่ายค้านจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯ ชั่วคราวตามเกมของพรรคประชาชน หรือหากรักษาการนายกฯ เห็นท่าไม่ดี ก็อาจชิงยุบสภาก่อน ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
ฉากทัศน์นี้ ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขซับซ้อน แต่ข้อดีคือใช้กลไกทางรัฐสภาขับเคลื่อนหาทางออกทางการเมือง อย่างน้อยๆ ช่วยลดแรงกดดันได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯชั่วคราวของใครก็ตามนั้น คงพึ่งหวังอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากเป็นแค่รัฐบาลเฉพาะกิจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อนำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่มากกว่า
แต่ที่ต้องคิดหนักก็คือ ถ้าผลออกมาว่า น.ส.แพทองธารรอดคดี ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯต่อไป ถึงแม้จะเรียกกระแสความมั่นอกมั่นใจ และอำนาจกลับคืนมาอยู่ในมือตระกูลชินวัตรอีกครั้ง มันจะเกิดประเด็นที่น่าวิตกมากกว่ากรณีแรกคือจะดึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงขัดแย้งครั้งใหม่ กลายเป็นปะทุทั้งศึกในและศึกนอก
หนึ่งนั้น เพราะน.ส.แพทองธาร หมดสิ้นความชอบธรรมไปแล้ว ขาดความรู้ความสามารถ ขาดวุฒิภาวะ และขาดความน่าเชื่อถือจนไม่มีเหลือ ขณะที่รัฐบาลก็หมดสภาพไร้ราคา ไม่สามารถเป็นที่คาดหวังใดๆ ของประชาชนเช่นกัน ถึงแม้น.ส.แพทองธารและรัฐบาลอยากจะดันทุรังไปต่อ แต่ ณ สถานการณ์วันนี้ ความเชื่อมั่นในด้านการบริหารแทบไม่เหลือ
ประการต่อมา รัฐบาลแพทองธารอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำ แค่การประชุมสภาฯในแต่ละสัปดาห์ยังแทบเอาตัวไม่รอด ต้องชิงปิดหนีองค์ประชุมล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า มิหนำซ้ำฝ่ายค้านอย่างพรรคภูมิใจไทย ได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่า หากนายกฯหลุดบ่วงคดีจากศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะจับขึ้นเขียงยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที
น่าห่วงกว่านั้นก็คือ สถานการณ์นอกสภา เพราะม็อบตอนนี้จุดติดแล้ว พร้อมที่จะยกระดับการชุมนุมขับไล่ น.ส.แพทองธารทุกเมื่อ ความอึดอัดแค้นใจที่มีต่อรัฐบาลจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังรอเวลาที่จะระเบิดออกมา ซึ่งจะปะทุรุนแรงแค่ไหนบอกไม่ได้ แต่โอกาสเคลื่อนขบวนบุกประชิดทำเนียบรัฐบาล และชุมนุมต่อต้านผุดขึ้นทั่วประเทศเกิดขึ้นแน่
ไม่ว่า น.ส.แพทองธารจะรอดหรือไม่รอดก็คงไปต่อลำบาก โดยเฉพาะหากนายกฯยังเป็นคนเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนผู้นำ นอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว อาจเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ฉะนั้น
น.ส.แพทองธาร ยังมีโอกาสไถ่บาปอีก 2 ทางเลือกคือลาออกหลังหลุดคดี หรือไม่ก็ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะยิ่งยื้อนานมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับทำร้ายประเทศมากขึ้นเท่านั้น
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี