แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง...nnข่าวดีประเทศไทย “แพทองธาร ชินวัตร” ชะตาขาด!! ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพ้นเก้าอี้ เหตุมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมร้ายแรงปมคลิปเจรจา “สมเด็จฮุนเซน” มีลักษณะไม่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ เป็นการถือเอาผลประโยชน์ของสมเด็จฮุนเซนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ /มีผลความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และมีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลง
...nn ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5)จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกฯแพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซนประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา โดยศาลเห็นว่าการเจรจาของนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุนเซนตามคลิปเสียงดังกล่าว มีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติ เป็นการถือเอาผลประโยชน์ของสมเด็จฮุนเซนเหนือกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ จึงเข้าข่ายมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงโดยให้มีผลความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และมีผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะสิ้นสุดลง
...nn สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมร นับวันจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทหารไทยก็ “ขาขาด” เป็นว่าเล่น โดยนับจนถึงวันนี้ ทหารไทยขาขาดไปแล้วทั้งสิ้น 6 นาย!!
...nn ถามว่า ไทยเราทำอะไรได้บ้าง?หากจะตอบกันแบบทฤษฎีเป๊ะๆ ก็ต้องตอบว่า สิ่งที่เราทำได้ก็คือ การประณามพฤติกรรม รวมไปถึงการส่งสัญญาณ ส่งเสียงดังๆ ฟ้องไปยังนานาชาติให้ได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันชั่วร้าย เลวชาติของเขมร
...nn คำถามต่อไปก็คือ แล้วเราจะไปยังไงกันต่อ? เพราะเราสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารเราเหยียบจนขาขาดนั้น มันเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งหนทางเดียวที่ทุ่นระเบิดจะเข้ามาอยู่ในเขตไทยได้ก็คือทหารเขมรจะต้องแอบเข้ามาวางทุ่นระเบิด
...nn คำถามนี้มีคำตอบให้ชัดๆ จากปากของ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งน่าจะถูกใจคนไทยทั้งประเทศ โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า กรณีที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดจนขาขาด เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่น้องทหารทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ และเป็นความเสียสละของน้องๆ ทหารทุกคน
...nn แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันด้วยว่า สำหรับทุ่นระเบิดที่น้องๆ ทหารเดินไปเหยียบ เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่ฝ่ายกัมพูชา ยื่นมือลอดรั้วลวดหนามเข้าลอบฝังในฝั่งไทย ทั้งนี้เราก็ไม่ประมาท และมีแนวโน้มว่าทางฝ่ายกัมพูชาอาจลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดเพิ่มอีก ซึ่งก็เป็นจุดที่เราเคยตรวจสอบแล้ว เราจึงต้องไม่ประมาท…..ที่สำคัญ แม่ทัพภาคที่ 2 ประกาศว่า หากเห็นทหารเขมรเข้ามาวางระเบิดในฝั่งไทย กำลังพลสามารถยิงได้ทันที
...nn “ถ้าเราเห็นเราสามารถยิงได้ ซึ่งผมได้สั่งการไปแล้วว่าถ้าพบเห็นสามารถยิงได้ เพราะถือว่าละเมิดรุกล้ำอธิปไตยของเรา”
...nn เช่นเดียวกับที่ “บ้านหนองจาน” จังหวัดสระแก้วการเผชิญหน้าระหว่างคนไทยกับเขมร จนแทบจะลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน จนกระทั่งต้องมีการประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมพื้นที่
...nn “พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพาได้ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย มีใจความว่า
...nn โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยและจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2557 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ข้อ 2 ให้ถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูงจังหวัดสระแก้วเป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย
...nn “พลตรีวินธัย สุวารี” โฆษกกองทัพบก ตอกย้ำว่า การประกาศกฎอัยการศึกเป็นมาตรการควบคุมพื้นที่ และรักษาความปลอดภัย เนื่องจากในพื้นที่มีแนวโน้มการเกิดเหตุจลาจล อาจจะมีความไม่เรียบร้อย ถือเป็นมาตรการดูแลการเข้า-ออกในพื้นที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกัมพูชาหรือฝ่ายไทย
...nn กระแสข่าว “ปลดผบ.ตร.” ดังกระหึ่ม หลังจากวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาต้องล่มกะทันหัน หลัง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการนายกฯ ใช้อำนาจประธานสั่งเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคมนี้แทน
...nn “ภูมิธรรม” อ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายตำรวจ 4 นาย ประกอบด้วย พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ซึ่งทั้ง 4 นายไม่ได้เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการถูกเสนอชื่อ
...nn “ภูมิธรรม” อ้างอีกว่า หลังจากได้สอบถามจาก “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” ผบ.ตร. ก็ได้พยายามอธิบายหลายเรื่อง แต่มันอยู่ที่ข้อเท็จจริง ตนไม่มีปัญหาอย่างใด แต่มีปัญหาว่าถ้าเขาร้องเรียนมาและไม่สามารถทำได้ตามสิ่งที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ตนจึงขอเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งตรงตามระเบียบก.ตร ที่ระบุว่าต้องจัดการให้เสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม
...nn “มีคนตะโกนตามหลังมา ซึ่งผมไม่ทราบว่าเสียงใคร คล้ายๆ มาบอกว่าผมกำลังทำในสิ่งที่ผิด ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งผมบอกว่าไม่เป็นไร ผมทำตามหน้าที่ เพราะถือว่าผมตัดสินใจไปแล้ว โดยอำนาจและกรอบในการพิจารณาที่ผมคิดในฐานะประธาน ต้องการทำให้กระบวนการมันชอบธรรมก่อนซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นเสียงของใคร”
...nn ที่สำคัญ “ภูมิธรรม” ยังปฏิเสธข่าวการปลดผบ.ตร.อีกด้วยว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เกินเลย สื่อมวลชนต้องดูว่าข่าวมาจากไหน ตนไม่เคยพูดอย่างนี้ ความสัมพันธ์ของตนและผบ.ตร.ยังดีอยู่ และเห็นใจท่านเพราะทำงาน และเห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ตนไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย สิ่งที่เขาร้องมาคือ ให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ซึ่งยังมีเวลา ถ้าทบทวนแล้ว จะตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกอย่างไรก็อยู่ที่ ก.ตร.
...nn “ผมไม่ได้มีอะไรที่ไม่สบายใจกับ ผบ.ตร. เมื่อเช้าวันเดียวกันยังหัวเราะ มีหนังสือพิมพ์ลงบอกจะเด้ง ผบ.ตร. ผมเลยบอกว่าไร้สาระ ผมมีสิทธิ์อะไรอยู่ๆ จะไปเด้งผบ.ตร. ไม่อยู่ในความคิดผมเลย และความสัมพันธ์ของผมกับผบ.ตร.ก็ดี มีแต่คนจะปั่นให้ทะเลาะกัน ซึ่งคิดว่าไม่เป็นผลดี เวลานี้ทุกอย่างยังทำอยู่ภายใต้กฎหมาย การจะเด้งทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล และท่านก็มีไมตรีจิต การตัดสินใจแบบนี้ผมรับผิดชอบ ซึ่งผบ.ตร.บอกว่าไม่ต้องให้ถึงผมหรอก ท่านก็จะรับผิดชอบให้ ผมบอกว่าไม่เป็นไร ว่าไปตามกระบวนการ เมื่อคืนผมก็ยังไลน์คุยกับท่านว่าต้องขอโทษนะ วันนี้ที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะมีการร้องเรียนมาทั้งหมด และผมอยากจะทำให้มันโปร่งใส ไม่อยากให้ยื่นเรื่องขึ้นไปถึงพระองค์ท่าน ทั้งที่ยังมีเรื่องคาราคาซัง”...nn
คชสีห์
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี