วันนี้สังคมไทยต่างก็ตั้งตารอ..ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จะมีคำสั่งบังคับโทษอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร..นักโทษคดีทุจริตประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ช่วงปี2544-2549 ออกมาในทางไหน
คือ“ทักษิณ”..หรือ..อดีต“นช.ทักษิณชินวัตร”ต้องกลับเข้าไปติดคุก..หรือว่าไม่ต้องกลับเข้าไปติดคุก
ถ้าต้องกลับเข้าไปติดคุก..นั่นก็เพราะศาลฯเห็นว่า..การที่“ทักษิณ”ถูกส่งตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯโดยกรมราชทัณฑ์..ไปยังชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจในช่วงดึกยามวิกาลก่อนเที่ยงคืนวันที่ 22 สิงหาคม2566..อันเป็นเวลาที่สุจริตชนทั่วไปพักผ่อนนอนหลับกันหมดแล้ว..และจากนั้นก็นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้รวมแล้ว 180วัน..โดยไม่ได้กลับเข้าเรือนจำเลยแม้แต่วันเดียว..ถือว่าไม่ได้เป็นไปตามคำสั่ง“การบังคับโทษจำคุก”ของศาลฯ
“ทักษิณ ชินวัตร”หลบหนีคดีททุจริตคดีแรก..คือ..คดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ..ซึ่งมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์..อดีตภรรยาในทางนิตินัยเป็นจำเลยร่วม..ในปลายเดือนกรกฎาคม2551..โดยหลอกศาลฯจากการขออนุญาตออกนอกประเทศว่า..จะไปดูกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน..และจะเดินทางต่อไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 31กรกฎาคม-10 สิงหาคม 2551..และจะกลับมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคม2551
ปรากฏว่าหลังจากศาลฯอนุญาต..“โมฆบุรุษ”ที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้นี้..ได้ถือโอกาสเผ่นหนีไปเลย..โดยไม่ยอมกลับมารายงานตัวตามที่ศาลฯนัดในวันที่ 11 สิงหาคม 2551..รวมทั้งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์..จำเลยที่2..
แต่บุคคลทั้ง 2 ได้ไปปรากฏตัวที่กลางกรุงลอนดอน ในอังกฤษโดยเดินเล่นอยู่บนนถนนพร้อมทั้งลูกชายและลูกสาว คือ พานทองแท้, พิณทองทาและแพทองธาร ชินวัตร..ซึ่งเมื่อ“ทักษิณ”และคุณหญิงพจมานไม่มารายงานตัว..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จึงออกหมายจับพร้อมตั้งสินบนนำจับจำเลยทั้ง2 คน
ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2551..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง..ตัดสินจำคุก“ทักษิณ ชินวัตร” 2 ปี..ไม่รอลงอาญา..ส่วนคุณหญิงพจมานดามาพงศ์..รอดคุก..ศาลยกฟ้อง..และหลังจากศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาตัดสิน..คุณหญิงพจมานก็ได้เดินทางกลับประเทศไทย..และหย่าขาดกับทักษิณในทางนิตินัย..เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินไปเกี่ยวพันกัน..ส่วน“ทักษิณ”หลบหนีคำตัดสิน..เป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศจนโทษสิ้นสุดอายุความ 10 ปี..ในวันที่ 21 ตุลาคม 2561
จากคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ..ก็ตามมาด้วยอีก 3 คดี..ที่“ทักษิณ ชินวัตร”คนดีของสส.พรรคเพื่อไทย..และทาสบริวารของ“ทักษิณ”ให้ความเคารพเชิดชู..ซึ่งเป็นคดีทุจริตประพฤติมิชอบ..และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ..ระหว่าง“ทักษิณ”ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย..และก็เป็นยุคที่นักการเมืองและสส.พรรคเพื่อไทย..รวมทั้ง“ทักษิณ”..คุยนักคุยหนา..ว่าเป็นยุคทองที่สร้างผลงานและความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศไทย
นั่นก็คือ..คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้เมียนมาเอื้อประโยชน์ให้แก่“บริษัทเครือชินคอร์ป”..วงเงิน 4พันล้านบาท..ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา, คดีต่อมา..คดีหวยบนดิน..ศาลฯพิพากษาจำคุก 2ปี..ไม่รอลงอาญา..และคดีสุดท้าย..คดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป..ศาลฯพิพากษาจำคุก5 ปี..ไม่รอลงอาญา
และต้องหมายเหตุด้วยว่า..คดีให้“นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป”คดีนี้..ส่งผลสะเทือนให้“ทักษิณ ชินวัตร”..ถูกโค่นลงจากอำนาจในปี 2549..ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหา..จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา..และละเมิดสิทธิมนุษยชน..เนื่องด้วยการให้“นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป”นั้น..ถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของ“ทักษิณ”..จากการขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่บริษัทเทมาเส็ก..หรือกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์..มูลค่ากว่า 7.3หมื่นล้านบาท..โดยที่“บริษัทชินคอร์ปฯ”เป็นคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐ..และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์ของ“ทักษิณ”และตระกูลชินวัตร
ทั้ง 3 คดีนี้..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..ได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง..เนื่องจากจำเลย..คือ“ทักษิณ ชินวัตร”หลบหนีคดีอยู่ในต่างแดน
อย่างไรก็ตาม..ในวันที่ 22 สิงหาคม 2566..“ทักษิณ ชินวัตร”ก็ได้ขอกลับเข้ามาประเทศไทยเพื่อรับโทษทัณฑ์ตามที่ศาลฯพิพากษาจำคุก..ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ สส.ในสภาฯ..โหวตให้“เศรษฐา ทวีสิน”แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย..เป็นนายกรัฐมนตรี..หลังจากฉีก“MOU”ที่ทำไว้กับพรรคก้าวไกล..เพื่อมาจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว..กับพรรคการเมือง“3 ป.-ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงศ์”
ถ้าหากว่า“เศรษฐา ทวีสิน”ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี..และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล..ที่“ทักษิณ ชินวัตร”สามารถบงการชักใยได้..แน่นอนว่า“ทักษิณ”ย่อมไม่กล้ากลับเข้ามาประเทศไทย..เพราะเข้ามาก็จะต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำจริงๆ..อีกทั้ง..เมื่อกลับเข้ามาแล้ว..ก็ยังได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ..จาก 8 ปี..เหลือ 1 ปี
ดังนั้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2566..เมื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”กลับมา..จึงถูกส่งตัวในยามวิกาลคืนวันนั้นทันที..จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯไปเป็น“นักโทษเทวดา”..นอน“ป่วยทิพย์”อยู่ในห้อง วี.ไอ.พี.บนชั้น 14โรงพยาบาลตำรวจ..จนกระทั่งได้รับการพักโทษในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567..และกลับไปอยู่“บ้านจันทร์ส่องหล้า”ที่ใช้เป็นเรือนจำชั่วคราว..จนพ้นโทษเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567
เรื่องราวของ“โมฆบุรุษ”ที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้นี้..ซับซ้อนซ่อนเงื่อนในบท“ดาวร้าย”..ที่เป็นตัวโกงยิ่งกว่าภาพยนตร์ฮอลลีวูด..ถึงขนาดว่า..ในวันที่“ทักษิณ”เดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว“Bombardier Global 7500”..เมื่อวันที่ 4กันยายนที่ผ่านมา..จากที่แจ้งว่าจะไปหาหมอที่สิงคโปร์..ก่อนเปลี่ยนปลายทางไปลงจอดที่ดูไบนั้น..ก็ยังล่อหลอกเล่นกับ“Flightradar 24” ที่คนไทยเฝ้าจับตามอง
วันนี้..ไม่ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จะมีคำสั่งออกมาเช่นไรก็ตาม..วิญญูชนคนไทย..ต่างก็ได้มีคำวินิจฉัยตัดสินเป็นของตนเองแล้ว..ว่า“ทักษิณ ชินวัตร”ยังไม่เคยติดคุก
เพราะฉะนั้น..“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องกลับเข้าไปคิดคุก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี