วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
วันนี้สังคมไทยต่างก็ตั้งตารอ..ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จะมีคำสั่งบังคับโทษอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณชินวัตร..นักโทษคดีทุจริตประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ช่วงปี2544-2549 ออกมาในทางไหน
คือ“ทักษิณ”..หรือ..อดีต“นช.ทักษิณชินวัตร”ต้องกลับเข้าไปติดคุก..หรือว่าไม่ต้องกลับเข้าไปติดคุก
ถ้าต้องกลับเข้าไปติดคุก..นั่นก็เพราะศาลฯเห็นว่า..การที่“ทักษิณ”ถูกส่งตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯโดยกรมราชทัณฑ์..ไปยังชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจในช่วงดึกยามวิกาลก่อนเที่ยงคืนวันที่ 22 สิงหาคม2566..อันเป็นเวลาที่สุจริตชนทั่วไปพักผ่อนนอนหลับกันหมดแล้ว..และจากนั้นก็นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้รวมแล้ว 180วัน..โดยไม่ได้กลับเข้าเรือนจำเลยแม้แต่วันเดียว..ถือว่าไม่ได้เป็นไปตามคำสั่ง“การบังคับโทษจำคุก”ของศาลฯ
“ทักษิณ ชินวัตร”หลบหนีคดีททุจริตคดีแรก..คือ..คดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ..ซึ่งมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์..อดีตภรรยาในทางนิตินัยเป็นจำเลยร่วม..ในปลายเดือนกรกฎาคม2551..โดยหลอกศาลฯจากการขออนุญาตออกนอกประเทศว่า..จะไปดูกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน..และจะเดินทางต่อไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 31กรกฎาคม-10 สิงหาคม 2551..และจะกลับมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคม2551
ปรากฏว่าหลังจากศาลฯอนุญาต..“โมฆบุรุษ”ที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้นี้..ได้ถือโอกาสเผ่นหนีไปเลย..โดยไม่ยอมกลับมารายงานตัวตามที่ศาลฯนัดในวันที่ 11 สิงหาคม 2551..รวมทั้งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์..จำเลยที่2..
แต่บุคคลทั้ง 2 ได้ไปปรากฏตัวที่กลางกรุงลอนดอน ในอังกฤษโดยเดินเล่นอยู่บนนถนนพร้อมทั้งลูกชายและลูกสาว คือ พานทองแท้, พิณทองทาและแพทองธาร ชินวัตร..ซึ่งเมื่อ“ทักษิณ”และคุณหญิงพจมานไม่มารายงานตัว..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จึงออกหมายจับพร้อมตั้งสินบนนำจับจำเลยทั้ง2 คน
ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2551..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง..ตัดสินจำคุก“ทักษิณ ชินวัตร” 2 ปี..ไม่รอลงอาญา..ส่วนคุณหญิงพจมานดามาพงศ์..รอดคุก..ศาลยกฟ้อง..และหลังจากศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาตัดสิน..คุณหญิงพจมานก็ได้เดินทางกลับประเทศไทย..และหย่าขาดกับทักษิณในทางนิตินัย..เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินไปเกี่ยวพันกัน..ส่วน“ทักษิณ”หลบหนีคำตัดสิน..เป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศจนโทษสิ้นสุดอายุความ 10 ปี..ในวันที่ 21 ตุลาคม 2561
จากคดีทุจริตที่ดินย่านรัชดาฯ..ก็ตามมาด้วยอีก 3 คดี..ที่“ทักษิณ ชินวัตร”คนดีของสส.พรรคเพื่อไทย..และทาสบริวารของ“ทักษิณ”ให้ความเคารพเชิดชู..ซึ่งเป็นคดีทุจริตประพฤติมิชอบ..และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ..ระหว่าง“ทักษิณ”ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย..และก็เป็นยุคที่นักการเมืองและสส.พรรคเพื่อไทย..รวมทั้ง“ทักษิณ”..คุยนักคุยหนา..ว่าเป็นยุคทองที่สร้างผลงานและความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศไทย
นั่นก็คือ..คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้เมียนมาเอื้อประโยชน์ให้แก่“บริษัทเครือชินคอร์ป”..วงเงิน 4พันล้านบาท..ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา, คดีต่อมา..คดีหวยบนดิน..ศาลฯพิพากษาจำคุก 2ปี..ไม่รอลงอาญา..และคดีสุดท้าย..คดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป..ศาลฯพิพากษาจำคุก5 ปี..ไม่รอลงอาญา
และต้องหมายเหตุด้วยว่า..คดีให้“นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป”คดีนี้..ส่งผลสะเทือนให้“ทักษิณ ชินวัตร”..ถูกโค่นลงจากอำนาจในปี 2549..ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกล่าวหา..จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา..และละเมิดสิทธิมนุษยชน..เนื่องด้วยการให้“นอมินีถือหุ้นชินคอร์ป”นั้น..ถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของ“ทักษิณ”..จากการขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่บริษัทเทมาเส็ก..หรือกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์..มูลค่ากว่า 7.3หมื่นล้านบาท..โดยที่“บริษัทชินคอร์ปฯ”เป็นคู่สัญญาหน่วยงานของรัฐ..และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์ของ“ทักษิณ”และตระกูลชินวัตร
ทั้ง 3 คดีนี้..ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..ได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง..เนื่องจากจำเลย..คือ“ทักษิณ ชินวัตร”หลบหนีคดีอยู่ในต่างแดน
อย่างไรก็ตาม..ในวันที่ 22 สิงหาคม 2566..“ทักษิณ ชินวัตร”ก็ได้ขอกลับเข้ามาประเทศไทยเพื่อรับโทษทัณฑ์ตามที่ศาลฯพิพากษาจำคุก..ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ สส.ในสภาฯ..โหวตให้“เศรษฐา ทวีสิน”แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย..เป็นนายกรัฐมนตรี..หลังจากฉีก“MOU”ที่ทำไว้กับพรรคก้าวไกล..เพื่อมาจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว..กับพรรคการเมือง“3 ป.-ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงศ์”
ถ้าหากว่า“เศรษฐา ทวีสิน”ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี..และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล..ที่“ทักษิณ ชินวัตร”สามารถบงการชักใยได้..แน่นอนว่า“ทักษิณ”ย่อมไม่กล้ากลับเข้ามาประเทศไทย..เพราะเข้ามาก็จะต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำจริงๆ..อีกทั้ง..เมื่อกลับเข้ามาแล้ว..ก็ยังได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ..จาก 8 ปี..เหลือ 1 ปี
ดังนั้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2566..เมื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”กลับมา..จึงถูกส่งตัวในยามวิกาลคืนวันนั้นทันที..จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯไปเป็น“นักโทษเทวดา”..นอน“ป่วยทิพย์”อยู่ในห้อง วี.ไอ.พี.บนชั้น 14โรงพยาบาลตำรวจ..จนกระทั่งได้รับการพักโทษในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567..และกลับไปอยู่“บ้านจันทร์ส่องหล้า”ที่ใช้เป็นเรือนจำชั่วคราว..จนพ้นโทษเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567
เรื่องราวของ“โมฆบุรุษ”ที่ชื่อ“ทักษิณ ชินวัตร”ผู้นี้..ซับซ้อนซ่อนเงื่อนในบท“ดาวร้าย”..ที่เป็นตัวโกงยิ่งกว่าภาพยนตร์ฮอลลีวูด..ถึงขนาดว่า..ในวันที่“ทักษิณ”เดินทางออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว“Bombardier Global 7500”..เมื่อวันที่ 4กันยายนที่ผ่านมา..จากที่แจ้งว่าจะไปหาหมอที่สิงคโปร์..ก่อนเปลี่ยนปลายทางไปลงจอดที่ดูไบนั้น..ก็ยังล่อหลอกเล่นกับ“Flightradar 24” ที่คนไทยเฝ้าจับตามอง
วันนี้..ไม่ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง..จะมีคำสั่งออกมาเช่นไรก็ตาม..วิญญูชนคนไทย..ต่างก็ได้มีคำวินิจฉัยตัดสินเป็นของตนเองแล้ว..ว่า“ทักษิณ ชินวัตร”ยังไม่เคยติดคุก
เพราะฉะนั้น..“ทักษิณ ชินวัตร”ต้องกลับเข้าไปคิดคุก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

พ่อเมืองสั่งทลาย! คลังน้ำมันเถื่อนสะเดา ‘ยึดดีเซล 1 แสนลิตร’ ซุกขนส่งมาเลเซีย
ส่งตัวกลับบ้าน! ‘จนท.อรัญฯ-เขมร’ ผลักดัน 49 แรงงานพ้นไทย-หลังคดีสิ้นสุด
เสริมทีมสายแข็ง สีหศักดิ์ดึงปานปรีย์ ปธ.ที่ปรึกษาเอกนิติตั้งสันติธารผช.รมว.คลัง
จากวิกฤตสู่ความยั่งยืน! ‘บ้านจำปูน’ น้อมนำศาสตร์พระราชาแก้จน-ยุติขัดแย้ง
บ้านแพ้วเอาจริง! ‘บุกรวบ 5 นักพนัน’ ตะลึงเจอยาแก้ไออันตราย-บุหรี่เถื่อนเพียบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี