วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
หลายฉบับพิมพ์ที่ผ่านมาของบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แนวหน้า ในปีนี้ได้เคยเขียนแนะนำรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ให้นำโครงการคนละครึ่งที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยใช้มาแล้ว นำมาใช้อีกหนหนึ่งเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลแพทองธาร ไม่ได้สานต่อโครงการดังกล่าว และเดินหมากทางการเมืองพลาดต้องตกเก้าอี้กลายไปเป็นฝ่ายค้านปวดร้าวถึงกระดูกดำ
ต่อมารัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย รู้ดีว่าโครงการคนละครึ่งแม้จะเป็นเรื่องประชานิยมโดนใจชาวบ้าน แต่ก็ยังสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยส่วนรวม จึงไม่ลังเลที่จะสานต่อนโยบายคนละครึ่งทันที
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกันยายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,012 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน 2568 เฉลี่ย 4.02 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ที่ได้ 3.71 คะแนน
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.57 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาความยากจน 3.59 คะแนนนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือนคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 55.98 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 44.27 ผลงานฝ่ายรัฐบาลชื่นชอบประจำเดือน คือ คนละครึ่งพลัสร้อยละ 46.25 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือนคือ ผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ร้อยละ 61.22
ดร.พรพรรณ บัวทอง ระบุว่า เดือนกันยายนเป็นช่วงคาบเกี่ยวจากรัฐบาลแพทองธารสู่รัฐบาลอนุทิน ทำให้คะแนนดัชนีการเมืองไทยอาจยังสะท้อนภาพได้ไม่ชัดเจนนัก แต่การที่คะแนนปรับเพิ่มขึ้นทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน ก็เพียงพอจะสะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่า “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่”โดยเฉพาะการจัดทีมเศรษฐกิจควบคู่กับการนำนโยบายขวัญใจอย่าง“คนละครึ่ง” กลับมา “พลัส” เงินในกระเป๋าให้ประชาชน ซึ่งเป็นการเรียกคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลชุดนี้ได้ไม่น้อย
อาจารย์อาทิตยา คงมี อาจารย์สังกัดโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย”เดือนกันยายน 2568 ของสวนดุสิตโพล กำลังบ่งบอกว่าดัชนีการเมืองฟื้นตัว และประชาชนก็จับตาการทำงานฝ่ายค้าน-รัฐบาลอย่างใกล้ชิด หลังภาพรวมได้คะแนน 4.02 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนผลงานของฝ่ายค้าน ยังครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนน4.57 แม้จะลดลงเล็กน้อย และนักการเมืองที่โดดเด่นที่สุดฝั่งรัฐบาลคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งได้รับคะแนนสูงกว่า 55% แสดงให้เห็นว่าประชาชนกำลังจับตามองนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การที่คะแนนดัชนีหลายด้านขยับขึ้นพร้อมกัน อาจจะกำลังบ่งบอกว่าคนไทยเห็นสัญญาณเชิงบวกจากบรรยากาศการเมือง
อย่างไรก็ตาม คะแนนด้านเศรษฐกิจ เช่น ราคาสินค้า ค่าครองชีพ และการว่างงาน แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคาดหวังมาตรการที่ชัดเจนและต่อเนื่อง หากรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำได้ ดัชนีการเมืองอาจฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่หากปัญหาปากท้องไม่คลี่คลายคะแนนอาจกลับมาลดลง สิ่งที่น่าสนใจต่อไปคือ รัฐบาลและฝ่ายค้านจะตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนอย่างไร เพราะผลลัพธ์ในช่วงปลายปีนี้อาจสะท้อนภาพรวมการเมืองไทยว่าจะเดินหน้าฟื้นตัวหรือกลับเข้าสู่ภาวะผันผวนอีกครั้ง
จะเห็นได้ว่าประชาชนมีความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง 4 เดือนนี้ขอให้ลุยเต็มที่ถ้าทำดีเพื่อสาธารณะก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาสานงานต่อก่องานใหม่

ปธ.กมธ.ที่ดินฯ ชู 3 ทางรอดคน-ช้าง ดันเข้าเกณฑ์ภัยพิบัติ ถกอุทยานฯ 25 ส.ค.
ส่งออกไทยพุ่ง! รัฐบาลเผยครึ่งปีแรก 2569 โต 17.6% มูลค่าเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์
ยกระดับอาชีวะไทย! รัฐตั้งเป้าเพิ่มนักเรียนสายอาชีพ 55% ปั้นแรงงานทักษะสูง สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
วงการลูกหนังสุดอาลัย! 'ฮอร์เก้ เมสซี่' คุณพ่อ 'ลิโอเนล เมสซี่' เสียชีวิตในวัย 68 ปี
หมอตุลย์ จ่อร้องนายกฯ 11 ส.ค.นี้ จี้ลุยสอบเพิ่มปมทุจริตสอบ กสถ. ชี้คนผิดยังลอยนวลเพียบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี