Logo วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ทักษิณจะขอเบิ้ลอภัยโทษ ?!?!

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กรณี น.ช.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย เป็นครั้งที่ 2 เป็นประเด็นถกเถียงว่า สามารถกระทำได้หรือไม่? ซ้ำซ้อนหรือไม่?

ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่?


1. สลค.ตีกลับให้ทบทวน

เมื่อทักษิณยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอภัยโทษครั้งที่ 2 (สมัย รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี) แต่มีรายงานข่าวว่า ทาง “สลค.” ได้ส่งกลับหนังสือให้ทางกระทรวงยุติธรรมพิจารณาทบทวน ก่อนส่งขึ้นไปใหม่

เมื่อวานนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า

“ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา โดยมอบหมายให้ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัด ยธ. ไปตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อช่วยดูเรื่องข้อกฎหมาย และค่อยให้ประมวลเรื่องเสนอขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนจะสรุปว่าสามารถขอได้หรือไม่นั้น ขอให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาดำเนินการอีกครั้งหนึ่งก่อน ซึ่งให้เวลา 3 วัน

ก็น่าจะประมาณวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. หรือวันจันทร์ที่ 6 ต.ค. จึงจะมีการรายงานมาให้ทราบอีกครั้ง

แล้วค่อยนำเสนอกลับไปใหม่ที่ สลค.อีกครั้ง”

2. ทักษิณยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่ 2 โดยหลักการแล้ว ไม่สามารถทำได้

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้แสดงความเห็นทางกฎหมาย ระบุว่า กรณีที่ น.ช.ทักษิณ ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่ 2 โดยหลักการแล้ว ไม่สามารถทำได้

อัยการปรเมศวร์อ้างถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 264 วรรค 2 ซึ่งระบุว่า เรื่องขอพระราชทานอภัยโทษอย่างอื่น ซึ่งมิใช่โทษประหารชีวิต ถ้าถูกยกครั้งหนึ่งแล้ว จะยื่นใหม่อีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้น 2 ปี นับตั้งแต่วันถูกยกครั้งก่อน

“กรณีทักษิณยังไม่พ้นกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่การขออภัยโทษในครั้งแรกที่ได้รับการลดโทษเหลือ 1 ปี ซึ่งถือเป็นการได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้ว

ส่วนโทษประหารชีวิตเป็นข้อยกเว้นที่สามารถขอซ้ำได้”

นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ยังได้กล่าวถึงขั้นตอนการรับโทษครั้งแรกของนายทักษิณว่า การที่เข้าเรือนจำเพียง 1 วัน ก่อนออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น ถือว่าเป็นการเข้ารับโทษแล้ว จึงสามารถขออภัยโทษในครั้งแรกได้ แต่สำหรับการขอซ้ำต้องรอให้ครบ 2 ปี ตนว่าอย่าไปฝืน ยิ่งกว่านั้น หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาและ ยื่นเรื่องต่อ จะมีความผิดตาม มาตรา 157 (ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)

3. “คำขอซ้ำ” ให้ทรงวินิจฉัยซ้ำ ทำไม่ได้

อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความในรูปแบบถาม-ตอบ เรื่อง “คำขอพระราชทานอภัยโทษ ในโทษจำคุก 1 ปี ของทักษิณ”

เนื้อหาสาระบางส่วน ชี้ชัดว่า

“..เป็น “คำขอซ้ำ”ให้ทรงวินิจฉัยซ้ำอย่างชัดเจนครับ

ต้องเข้าใจว่า คดีชั้น ๑๔ ศาลไม่ได้ตัดสินลงโทษอะไรใหม่ในคดีใหม่อะไรเลยนะครับ แต่เป็นคดีเก่าที่ตัดสินไปแล้ว แล้วจำเลยหนีไป

๑๗ ปีให้หลังเมื่อกลับมา เค้าก็ต้องกลับมารับโทษที่เหลืออีก ๘ ปีนั้น แต่ก็ทรงพระกรุณาอภัยโทษจนเหลือโทษ ๑ ปี และเมื่อสิงหาคม ๒๕๖๖ ศาลก็ออกหมายคุมขังใน ๑ ปีที่เหลือนี้แล้ว

แต่มาปรากฏในปี ๒๕๖๘ ว่าหมายขังนี้ไม่ได้รับการบังคับตามให้ถูกต้อง เพราะมีเจ้าหน้าที่สมคบกันช่วยเหลือให้นักโทษไปนอนโรงพยาบาลตำรวจโดยมิชอบ

ศาลจึงมีคำสั่งให้บังคับตามหมายเดิมเสียใหม่ คือ ให้ราชทัณฑ์นำตัวไปขังเลยทันที

กรณีจึงชัดเจนว่า โทษ ๑ ปี ที่ทักษิณกลับมาโดนอยู่ดีนี้ จึงป็นคดีเดิมโทษเดิมที่ศาลตัดสินไปสิบกว่าปีแล้ว

.... คำร้องซ้ำซากอย่างนี้ ในทางกฎหมาย ทำไม่ได้ครับ

หลักห้ามฟ้องซ้ำ ร้องซ้ำ อย่างนี้เป็นหลักทั่วไปของกฎหมาย

คำร้องใดที่ซ้ำซากอย่างนี้ รัฐมนตรียุติธรรมมีหน้าที่ต้องปฏิเสธไม่นำส่งเข้าสู่ราชการในพระองค์

ถ้าหลุดเข้าไปได้ ก็ผ่านการกลั่นกรองของสำนักองคมนตรีไปไม่ได้ครับ

คำร้องนี้ต้องโดนส่งกลับ เหมือนคราวรักษาการนายกฯทูลขอให้ทรงยุบสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ถูกตีกลับ เพราะมีปัญหากฎหมายครับ

.... เรื่องความถูกต้องทั้งข้อมูลและความชอบด้วยกฎหมาย เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ตรวจสอบรับรองจนชัดเจนเสียตั้งแต่ต้นเลยครับ

เมื่อกลั่นกรองถูกต้องแล้ว กรณีก็จะเหลือแต่ดุลพินิจแท้ๆตามพระกรุณาเท่านั้น ซึ่งนักโทษก็ได้อภัยโทษไป ๗ ปีแล้วก็เกมส์แล้วในทางกฎหมาย จะเอา ๑ ปี มาร้องซ้ำอีกไม่ได้”

อาจารย์แก้วสรรยังตั้งข้อสงสัยว่า นายทักษิณน่าจะถูกดำเนินคดี กรณีสมคบเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งตัวนักโทษไปอยู่ชั้น14 โดยมิชอบ

“....ถ้าซ้ำด้วยโทษในคดีใหม่ ที่มีการสมคบกันช่วยเหลือนักโทษให้ไม่ต้องติดคุก ๑ ปี

ทั้งกระทงแรกที่ส่งไปนอนโรงพยาบาลตำรวจ ๖ เดือนโดยมิชอบ

กับกระทงหลังที่พักโทษใส่เฝือกคอจอมปลอมไปนอนบ้านอีก ๖ เดือน โดยอ้างว่าทรุดโทรมช่วยตัวเองไม่ได้นั้น

สองกระทงนี้ เมื่อ ป.ป.ช.กับอัยการส่งฟ้อง และศาลพิพากษาแล้ว ตัวนักโทษก็จะโดนจำคุกฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดในหน้าที่

รวมโทษสองกระทงนี้ ก็น่าจะเพิ่มอีก ๑๐ ปี

รวมกับโทษเดิมเป็น ๑๘ ปี ครับ

โทษ ๑๘ ปี เช่นนี้นี่เองที่เหมาะสมกับความอุกอาจร้ายแรงของความผิด

ถ้าเป็นจริงได้เมื่อใดก็จะยังผลกู้คืนให้กฎหมายไทยกลับมาเป็นหลักของบ้านเมืองได้ต่อไป...”

4. ทักษิณต้องกลับไปรับโทษตามพระราชโองการเดิม หลังได้รับพระราชทานอภัยลดโทษแล้ว แต่ออกไปอยู่นอกเรือนจำโดยมิชอบ

ในคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง คําสั่งคดี หมายเลขดําที่ บค๑/๒๕๖๘ ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ระบุว่า

4.1 การส่งตัวจําเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจําไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๕ และกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจํา พ.ศ. ๒๕๖๓

4.2 ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประสิทธิ์และศาสตราจารย์นายแพทย์ ไชยรัตน์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรักษาจําเลยในคืนที่รับตัว สรุปได้ว่า เมื่อพยานทั้งสองตรวจสอบจากเวชระเบียนบันทึกความคืบหน้าการรักษา เอกสารหมาย ศ.๒ แผ่นที่ ๑๔ และที่ ๑๕ พบว่าในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ ที่มีการส่งตัวจําเลยมาที่ โรงพยาบาลตํารวจโดยอ้างว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ไม่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และไม่มีการตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมาดูอาการในทันที เพิ่งจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจเข้ามาตรวจจําเลยในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ หรือหลังจาก ๒๔ ชั่วโมงไปแล้ว

และได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อํานวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในขณะนั้น และนายแพทย์พงศ์ภัค ซึ่งเป็นแพทย์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคหัวใจ สรุปได้ว่า ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีเครื่องมือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มียาขยายหลอดลมและยาลดความดันโลหิตที่ใช้รักษาจําเลยตามเวชระเบียนของโรงพยาบาลตํารวจในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

แสดงให้เห็นได้ว่า อาการของจําเลยในคืนเกิดเหตุอยู่ในศักยภาพที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถรักษาได้ ไม่จําต้องส่งตัวจําเลยไปรักษานอกเรือนจํา

เชื่อได้ว่า ในคืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ จําเลยไม่ได้มีอาการแน่นหน้าอก แต่อ้างว่ามีอาการแน่นหน้าอก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการส่งตัวจําเลยไปรักษา

4.3 นอกจากนี้ ยังได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัยและนายแพทย์พงศ์ภัคอีกว่า อาการของจําเลยตามที่ระบุใน เวชระเบียนของโรงพยาบาลตํารวจนับแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไปนั้น ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถดูแลจําเลยได้ ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ พันตํารวจเอกนายแพทย์ชนะก็เบิกความยืนยันว่า อาการของจําเลยตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ จําเลยสามารถกลับไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้

จึงเห็นได้ว่า อาการแน่นหน้าอกของจําเลยหากเกิดขึ้นจริงดังที่จําเลยอ้าง อาการของจําเลยก็ทุเลาดีขึ้นและจําเลยก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลของเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครหรือทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป

สําหรับการรักษาจําเลย ที่โรงพยาบาลตํารวจตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ จนถึงวันที่จําเลยออกจากโรงพยาบาลตํารวจเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นั้น

แพทย์โรงพยาบาลตํารวจออกใบแสดงความเห็นแพทย์ให้เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้บัญชาการเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๖ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เป็นหลักฐานประกอบบันทึกข้อความถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ขออนุญาตให้จําเลยพักรักษาตัวนอกเรือนจําต่อไปเกินกว่า ๓๐ วัน ๖๐ วัน และ ๑๒๐ วัน โดยอ้างเหตุต้องรักษาแผลผ่าตัด ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน ต้องรักษาสมองขาดเลือดและผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม ตามลําดับ

ทั้งที่การผ่าตัดตามที่ระบุในใบแสดงความเห็นแพทย์ เป็นการผ่าตัดนิ้วล็อก ผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขวา ซึ่งฉีกขาดเพราะจําเลยประสบอุบัติเหตุขณะพักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ และมิใช่สาเหตุการป่วยอันเป็นเหตุที่อ้างใช้ส่งตัวจําเลยมาที่โรงพยาบาลตํารวจ และการผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม แพทย์เคยเสนอจําเลยให้ผ่าตัดภายหลังจากจําเลยอยู่โรงพยาบาลตํารวจ แต่จําเลยปฏิเสธการผ่าตัด

ทั้งได้ความว่า ในที่สุดก็ไม่มีการผ่าตัดกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทของจําเลยแต่อย่างใด จนกระทั่งจําเลยออกจากโรงพยาบาลตํารวจ

4.4 ข้อเท็จจริง จึงรับฟังได้ว่า การบังคับโทษจําคุกจําเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตามพฤติการณ์ดังกล่าวมาข้างต้น บ่งชี้ให้เห็นว่า จําเลยทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ได้ว่าตนไม่ได้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน แต่จําเลยมีเพียงโรคประจําตัวซึ่งเป็นโรค เรื้อรังที่รักษาตัวแบบผู้ป่วยนอกได้ โดยไม่จําเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาวะร่างกายของจําเลยเอง

นอกจากนั้น ยังได้ความว่าจําเลยเข้ามามีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ โดยปฏิเสธการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจและโรคกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท แต่ให้แพทย์รักษาโดยการรับประทานยาตามอาการและเลือกรับการผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขวาซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเป็นผลทําให้การรักษาตัวจําเลยในโรงพยาบาลตํารวจขยายระยะเวลาออกไป

จําเลยจึงได้รับประโยชน์จากการพักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ โดยไม่ต้องกลับไปถูกคุมขังที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครจนได้รับการปล่อยตัว และไม่อาจอ้างว่าเป็นการดําเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่มิได้เกิดจากการกระทําของจําเลยเพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจมาหักวันคุมขังโทษตามคําพิพากษา

4.5 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีพระบรมราชโองการพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้จําเลยเหลือโทษจําคุกต่อไป อีก ๑ ปี ตามกําหนดโทษตามคําพิพากษา

ดังนี้ ย่อมมีผลทําให้จําเลยได้รับการลดโทษ และต้องรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาต่อไปอีก ๑ ปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ แต่หามีผลทําให้การบังคับโทษจําคุกจําเลยสิ้นสุดลงไม่

เมื่อการบังคับโทษจําเลยเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น กระบวนการบังคับโทษ รวมทั้งการพักการลงโทษจําเลย จึงไม่มีผลตามกฎหมาย

และไม่อาจนําเอาระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจมาหักเป็นวันคุมขังได้

จําเลยจึงต้องรับโทษจําคุกอีก ๑ ปี ตามพระบรมราชโองการ...”

5. อดีตนายกฯ ทักษิณ ติดคุก เพราะคดีทุจริตประพฤติมิชอบ

คดีหมายเลขแดงที่ อม ๔/๒๕๕๑ คดีหมายเลขแดงที่ อม ๕/๒๕๕๑ และคดีหมายเลขแดง ที่ อม ๑๐/๒๕๕๒

ต้องโทษจำคุก รวม 8 ปี

เมื่ออดีตนายกฯทักษิณกลับมารับโทษ ก็ยังไม่ยอมติดคุกจริงๆ

ทั้งๆ ที่ ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี แต่กลับไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผิดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กระทั่งศาลฎีกาฯ มติเอกฉันท์ มีคำสั่งให้ต้องกลับเข้าคุกจริงๆ โดยต้องรับโทษจำคุก 1 ปี ตามพระราชโองการเดิม

การจะมาถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลซ้ำอีก จึงเสมือนจะขอเบิ้ล

ไม่อาจกระทำได้ หรือไม่บังควรที่จะกระทำ รวมทั้งอาจเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท หรือไม่?

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:24 น. รมว.กต.ร่วมคณะนายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 มุ่งรับมือวิกฤตโลก
21:15 น. เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
20:33 น. แพท ณปภา อุ้มท้อง 5 เดือน ใส่บิกินีจิ๋วเสิร์ฟความฮอต
20:19 น. กรมราชทัณฑ์เร่งติดตาม นักโทษแหกคุกธัญบุรี ทั้งที่เหลือโทษแค่ 23 วัน
20:05 น. DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิตคอยน์เถื่อน
ดูทั้งหมด
'กรมสมเด็จพระเทพฯ - เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' ทรงมีพระราชปฏิสันถาร ในวันฉัตรมงคล ชมคลิป
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
เฮลั่น เมย์ พิชญ์นาฏ ประกาศข่าวดีท้องแล้วเตรียมเป็นคุณแม่ป้ายแดง
น้องตุ๊กตา จากเด็กวัดสู้ชีวิตจนสอบติดครู แถมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 3-9 พฤษภาคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
สภาคองเกรสเป็นไม้หลักปักขี้เลนในขณะที่มอสโกเตือนสหรัฐฯอย่างแข็งกร้าว
‘เห็นใจอาป๊อก’
จับโป๊ะ‘เท้ง’ลอก‘AI’เสนอการบ้าน‘อนุทิน’
เงินกู้รัฐบาล 4 แสนล้านบาท
หักดิบสแกมโบเดีย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก

แพท ณปภา อุ้มท้อง 5 เดือน ใส่บิกินีจิ๋วเสิร์ฟความฮอต

กรมราชทัณฑ์เร่งติดตาม นักโทษแหกคุกธัญบุรี ทั้งที่เหลือโทษแค่ 23 วัน

โก้ ธีรศักดิ์ โพสต์ให้กำลังใจ แม่หมู เล่าความเสียสละคนเป็นแม่

เป้ย ปานวาด ฟาดนิ่มๆ หลังเจอชาวเน็ตถาม มีแฟนใหม่แล้วลืมลูก?

ชาวเน็ตยกให้เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เห็นคุณลุงหมดแรงเข็นรถ รีบช่วยทันที

  • Breaking News
  • รมว.กต.ร่วมคณะนายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 มุ่งรับมือวิกฤตโลก รมว.กต.ร่วมคณะนายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 มุ่งรับมือวิกฤตโลก
  • เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
  • แพท ณปภา อุ้มท้อง 5 เดือน ใส่บิกินีจิ๋วเสิร์ฟความฮอต แพท ณปภา อุ้มท้อง 5 เดือน ใส่บิกินีจิ๋วเสิร์ฟความฮอต
  • กรมราชทัณฑ์เร่งติดตาม นักโทษแหกคุกธัญบุรี ทั้งที่เหลือโทษแค่ 23 วัน กรมราชทัณฑ์เร่งติดตาม นักโทษแหกคุกธัญบุรี ทั้งที่เหลือโทษแค่ 23 วัน
  • DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิตคอยน์เถื่อน DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิตคอยน์เถื่อน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘แลนด์บริดจ์’ มีสร้างโอกาส-มีผลกระทบ

‘แลนด์บริดจ์’ มีสร้างโอกาส-มีผลกระทบ

8 พ.ค. 2569

กู้ 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน หรือไม่?

กู้ 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน หรือไม่?

7 พ.ค. 2569

พูดแล้วทำโว้ย  ครม.อนุทิน 2 ยกเลิก MOU 2544

พูดแล้วทำโว้ย ครม.อนุทิน 2 ยกเลิก MOU 2544

6 พ.ค. 2569

‘แลนด์บริดจ์’ พูดกันมานานแล้ว  ถึงเวลาตัดสินใจจริง เพราะค่าเสียโอกาสมหาศาล

‘แลนด์บริดจ์’ พูดกันมานานแล้ว ถึงเวลาตัดสินใจจริง เพราะค่าเสียโอกาสมหาศาล

5 พ.ค. 2569

ค่าไฟฟ้าอัตราก้าวหน้า  ดราม่ากับการปฏิรูป

ค่าไฟฟ้าอัตราก้าวหน้า ดราม่ากับการปฏิรูป

4 พ.ค. 2569

โอกาสของ Solar Rooftop \'หลังคาบ้าน คือ ธนาคารดอกเบี้ยสูง\'

โอกาสของ Solar Rooftop 'หลังคาบ้าน คือ ธนาคารดอกเบี้ยสูง'

1 พ.ค. 2569

ประเดิมนโยบายไฟฟ้า ยุคอนุทิน2  ส่งเสริมบ้านขายไฟฟ้าได้ + ค่าไฟแบบก้าวหน้า

ประเดิมนโยบายไฟฟ้า ยุคอนุทิน2 ส่งเสริมบ้านขายไฟฟ้าได้ + ค่าไฟแบบก้าวหน้า

30 เม.ย. 2569

ทุเรียนไทย ทำไมต้อง  ‘ไลฟ์ คอมเมิร์ซ’ (Live Commerce)?

ทุเรียนไทย ทำไมต้อง ‘ไลฟ์ คอมเมิร์ซ’ (Live Commerce)?

29 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved