Logo วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
การกลับมาของ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นับว่าช่วยให้แม่ยกกองเชียร์พรรคสีฟ้า หัวใจสูบฉีดขึ้นมาเมื่อเห็น “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้รับเลือกให้เป็น “หัวหน้าพรรค” อีกครั้ง หลังพรรคเดินออกนอกความเชื่อ ความศรัทธาของกองเชียร์ไปหลายปี แต่การกลับมาครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

นายเทพไท เสนพงศ์ คน (เคย) ใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์กล่าวถึง “5 กับดัก ของ อภิสิทธิ์” โดยนายเทพไทกล่าวว่า สิ่งที่อยากจะแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ นายอภิสิทธิ์จะต้องพบกับดักทางการเมือง 5 ข้อ ด้วยกัน คือ


1.ระยะเวลาของการเตรียมตัวที่จะนำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้งทั่วไป ที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างฉุกละหุกและกระชั้นชิด แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่า จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่ในข้อเท็จจริงอาจจะยุบก่อนหน้านั้นก็ได้ และล่าสุดก็เห็นท่าทีของนายอนุทินว่า อาจจะยุบสภาเร็วขึ้นจึงทำให้การเตรียมพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ มีข้อจำกัดทางนโยบาย ทั้งตัวผู้สมัครและเงินทุนสนับสนุน

2.การคัดเลือกผู้สมัครสส.จะเป็นปัญหาสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคเก่าแก่ และมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง จะมีปัญหาเกี่ยวกับการคัดตัวผู้สมัครในระบบเขต ซึ่งมีทั้งคนเก่าและคนใหม่ ซึ่งพรรคจะต้องตัดสินใจว่า จะเลือกใครเป็นตัวแทนของพรรคลงสนามเลือกตั้ง รวมถึงการจัดลำดับในสส.ประเภทบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีผู้อาวุโสอยู่หลายคน จะจัดลำดับในบัญชีรายชื่ออย่างไร เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเป็นสส.ในระบบบัญชีรายชื่อบ้าง และไม่ตัดผู้อาวุโส ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ของพรรค

3.จะต้องทำการเมืองในลักษณะเชิงเดียวหรือเชิงเดี่ยว หมายความว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนการทำการเมืองแบบสุจริต และประชาธิปไตยบริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อเสียง พรรคประชาธิปัตย์ต้องดำเนินแนวทางการหาเสียงกำชับให้ผู้สมัครทุกคน ละเว้นการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ต้องไม่ทำการเมืองแบบไฮบริด คือประกาศจุดยืนไม่ซื้อเสียง ในขณะที่ผู้สมัครสส.ของพรรคบางคนแอบซื้อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยซื้อเสียงมาก่อน และมีฐานะทางการเงินที่พอจะซื้อเสียงได้ ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งภาพลักษณ์และจุดยืนของพรรคได้

4.นายอภิสิทธิ์จะต้องเจอกับวาทกรรมเรื่องกรณีการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี2553 ที่มีคนตาย 99 ศพ แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาที่ผ่านมา 10 กว่าปี ก็จะมีคนขุดเรื่องนี้มาตั้งคำถาม ทั้งที่ในทางคดีความได้หมดสิ้นไปแล้ว และคนที่กล่าวหาเรื่องนี้ก็รับโทษไปแล้ว แต่จะมีคนขุดวาทกรรมนี้มาใช้อีก ซึ่งก็จะต้องตอบคำถามในเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะเป็นประเด็นการเมืองที่สามารถดิสเครดิตนายอภิสิทธิ์ได้

5.นายอภิสิทธิ์จะต้องเจอกับแรงกดดันทางการเมือง คำถามเรื่องความสำเร็จในการกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคครั้งใหม่ว่า จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน จะได้จำนวนที่นั่งสส.กี่คน ซึ่งในระบบบัญชีรายชื่ออาจจะไม่เป็นปัญหา เพราะกระแสความนิยมของนายอภิสิทธิ์จะทำให้คะแนนสูงกว่าผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ เพียง 900,000 คะแนนเศษ การเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะมีคะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน แต่ในระบบเขต ซึ่งนายอภิสิทธิ์ออกมาเปิดเผยว่า มีสส.จำนวนหนึ่งที่ไม่ไปต่อกับพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการย้ายพรรค และการเลือกตั้งในระบบเขต จะมีการแข่งขันกันสูง และมีการซื้อเสียงกันอย่างหนัก 80% ของระบบเขตจะซื้อเสียงกันทั้งนั้น เมื่อนายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนไม่ซื้อเสียง ก็ไม่มีหลักประกันใดว่าในระบบเขตจะได้สส.กี่คน เว้นแต่กระแสนิยมของนายอภิสิทธิ์มาแรงจนดึงคะแนนสส.เขตให้ได้รับการเลือกตั้งด้วย

ขณะที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ นำเสนอประเด็น “Rebirth of a Principle: ภารกิจใหม่ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไว้อย่างแหลมคม ว่า

ถ้าผมเป็นเพื่อนที่ได้เห็น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”กำลังตัดสินใจกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้งผมคงอยากบอกอย่างตรงไปตรงมา-นี่ไม่ใช่เวลาของ “การหวนคืนอำนาจ” แต่นี่คือเวลาของ
“การฟื้นคืนหลักการ”

1) จุดเปลี่ยนแห่งยุคการเมืองไทย : ประเทศไทยกำลังเดินอยู่บนหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของยุคการเมืองใหม่ ระบบเดิมเริ่มแตกร้าว แต่ระบบใหม่ก็ยังไม่ลงหลัก เรามี “พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่กำลังล้น แต่ยังขาด“พลังแห่งหลักการ” ที่จะพาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สนามเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ศึกแย่งอำนาจ-แต่คือศึกชี้ทิศทางของประเทศ ว่าเราจะไปต่ออย่างไร

วันนี้ สมการการเมืองไทยดูแคบและตื้นเกินไป

• น้ำเงิน (ภูมิใจไทย)-พรรคของทุนอำนาจใหม่ ที่เล่นเกมอำนาจได้ แต่ยังขาดวิสัยทัศน์ระดับชาติที่ชัดเจน

• ส้ม (ก้าวหน้า/ประชาชน)-พรรคของพลังคนรุ่นใหม่ ที่กล้าท้าทาย แต่บางครั้งไร้หลักยึด

• แดง (เพื่อไทย)-พรรคของอดีต ที่พลังถดถอย และอุดมการณ์เลือนราง

แต่หาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมานำพรรคประชาธิปัตย์ สมการนี้จะเปลี่ยนทันที- จาก “น้ำเงิน vs ส้ม โดยมีแดงเป็นตัวแปร” สู่ “น้ำเงิน vs ส้ม โดยมี ฟ้า เป็นตัวแปรแห่งหลักการ” และในจังหวะแบบนี้ การกลับมาของคุณอภิสิทธิ์ จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อมันไม่ใช่ Return of a Person แต่คือ Rebirth of a Principle

2) Reset พรรค เพื่อ Reset ประเทศ : ถ้าผมเป็นที่ปรึกษา ผมคงไม่แนะนำให้ “หวนกลับ”ไปเป็นพรรคเก่าในรูปใหม่ แต่ต้อง “รีเซต” ให้เป็นพรรคต้นแบบของ Principled Politics - การเมืองที่มีหลัก และใช้หลักนั้นสร้างผล เพราะวันนี้ ประเทศไทยไม่ต้องการพรรคที่ “ใหญ่ที่สุด” แต่ต้องการพรรคที่“ยืนหยัดในหลักการ” ได้มากที่สุด

การ Reset พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนในสามมิติสำคัญ :

1. จากพรรคแห่งอดีต สู่พรรคแห่งอนาคต - ฟื้นจิตวิญญาณของความเป็น “พรรคอุดมการณ์” แต่ปรับยุทธศาสตร์ให้ตอบโจทย์อนาคต จากพรรคที่เน้น “การเมืองแบบผู้แทน” สู่พรรคที่เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Transformative Party) ไม่ใช่แค่แข่งขันในระบบเดิม แต่เป็นผู้ตั้ง “มาตรฐานใหม่ของการเมืองไทย”

2. จากพรรคของคนรุ่นเดิม สู่พรรคของทุกเจเนอเรชั่น - เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่ “คิดแบบมีหลัก” และ “ทำแบบมีผล” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนหน้า แต่เปลี่ยน “โครงสร้างความคิดทางการเมือง” ให้พรรคเก่ากลายเป็น Platform ของผู้นำรุ่นใหม่ ไม่ใช่พรรคที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นพรรคที่กล้านำการเปลี่ยนผ่าน

3. จากพรรคของผลประโยชน์ สู่พรรคของหลักการ - กำหนดยุทธศาสตร์พรรคด้วย “สามเสาหลักของการเมืองที่ดี” คือ Good Policy × Good Politics × Good People และชูแนวทาง “เดินด้วยหลัก แต่ทำให้เกิดผล” (Principled Pragmatism)

3) Rebirth of a Principle : คุณอภิสิทธิ์ ไม่ควรกลับมาเพื่อแข่งขันกับใคร แต่กลับมาเพื่อยกระดับสนามการเมืองไทยทั้งหมด เพราะประเทศนี้ไม่ได้ต้องการ “ฝ่ายค้านที่เก่ง” หรือ “รัฐบาลที่แน่” แต่ต้องการ “พรรคที่มีหลัก” ที่จะพาประเทศพ้นวังวนความแตกแยก ประชาธิปัตย์ในยุคใหม่ จึงต้องตั้งเป้าเป็น “พรรคสร้างความหวังแห่งชาติ” (National Hope Party) ไม่ใช่พรรคที่ชนะเพราะคู่แข่งอ่อนแต่เป็นพรรคที่ชนะใจคน เพราะสร้างความหวังให้ประเทศได้จริง

4) จาก Return สู่ Rebirth : หากคุณอภิสิทธิ์เลือกกลับมาในภารกิจนี้จริง มันจะไม่ใช่ “การกลับมาของอดีตนายกฯ” แต่คือ “การเริ่มต้นของการเมืองยุคใหม่” ที่ประเทศไทยยังไม่เคยมี และถ้าพรรคประชาธิปัตย์สามารถเชื่อม “จารีต × ปฏิรูป”เข้าด้วยกันได้อย่างมียุทธศาสตร์ ประเทศไทยจะได้เห็น “Third Way” ทางการเมืองของตัวเอง - ไม่ใช่จารีตสุดโต่ง ไม่ใช่ก้าวหน้าสุดขั้ว แต่คือเส้นทางของ “การเปลี่ยนผ่านด้วยหลักการ” (Principled Progress)

บทสรุป : ประเทศไทยไม่ขาดคนดี หรือคนเก่ง แต่เราขาด “ผู้นำที่กล้ารีเซตระบบ ด้วยหลักการ”ถ้าวันนี้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาในบทบาทนี้จริง มันจะไม่ใช่เพียงการกลับมาของคนคนหนึ่ง แต่คือการฟื้นคืนความหวังของการเมืองไทยทั้งระบบ เพราะสุดท้ายแล้ว “พรรคแห่งอนาคต” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครจะมีเสียงมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่า ใคร “ยืนอยู่บนหลักการ” ได้มั่นคงที่สุด

จึงต้องจับตาดูว่า อภิสิทธิ์จะสังเคราะห์คำชี้แนะและคำเตือนเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติแบบใด!!

จิตกร บุษบา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:03 น. เปิดบันทึกรัก 30 ปี ‘หนูแหม่ม’ อาลัย ‘แดนนี่’ เพื่อนแท้คนแรกในวงการบันเทิง
14:45 น. เมียน้อยวัย 19 ท้าชน เมียหลวง แฉยับสาเหตุทหารหนุ่มทิ้งเมียครู
14:45 น. พลังการทูตเชิงรุก! ไทยเดินเกมถูกทาง กระชับสัมพันธ์โอมาน เปิดทางเรือผ่านฮอร์มุซ
14:45 น. ย้อนภาพความทรงจำ! หนูแหม่ม โพสต์คลิปอาลัย แดนนี่ ศรีภิญโญ
14:45 น. ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5
ดูทั้งหมด
เปิดภาพล่าสุด ชลิต เฟื่องอารมย์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางสวนทุเรียน
เปิดบรรยากาศบ้านสวนในฝันและรอยยิ้มสุดท้ายของ'แดนนี่ ศรีภิญโญ'
เจ้าเมอร์ลา สุนัข K9 สหรัฐ โชว์ผลงานเจ๋ง ยึดแซนด์วิชหมูหยองจากไทยนับ 100 ชิ้น
งานแต่งแห่งปี! ณเดชน์-ญาญ่า ควงคู่เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่นที่ขอนแก่น
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
วิญญาณดาราฮอลลีวู้ด
รถพุ่มพวงธงฟ้า – ทางออกฉุกเฉิน หรือเพียงการซื้อเวลาด้วยเงินภาษี?
‘ทรัมป์’ดิ้นเฮือกสุดท้าย
ความควายเข้ามาแทรก
ร้อนตับแตก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดบันทึกรัก 30 ปี ‘หนูแหม่ม’ อาลัย ‘แดนนี่’ เพื่อนแท้คนแรกในวงการบันเทิง

เมียน้อยวัย 19 ท้าชน เมียหลวง แฉยับสาเหตุทหารหนุ่มทิ้งเมียครู

ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5

พลังการทูตเชิงรุก! ไทยเดินเกมถูกทาง กระชับสัมพันธ์โอมาน เปิดทางเรือผ่านฮอร์มุซ

ย้อนภาพความทรงจำ! หนูแหม่ม โพสต์คลิปอาลัย แดนนี่ ศรีภิญโญ

โจ เคนต์ อดีตเด็กปั้นทรัมป์ โพสต์ดึงสติ แนะผู้นำสหรัฐฯควรเลิกยุ่งกับภูมิภาคคนอื่น

  • Breaking News
  • เปิดบันทึกรัก 30 ปี ‘หนูแหม่ม’ อาลัย ‘แดนนี่’ เพื่อนแท้คนแรกในวงการบันเทิง เปิดบันทึกรัก 30 ปี ‘หนูแหม่ม’ อาลัย ‘แดนนี่’ เพื่อนแท้คนแรกในวงการบันเทิง
  • เมียน้อยวัย 19 ท้าชน เมียหลวง แฉยับสาเหตุทหารหนุ่มทิ้งเมียครู เมียน้อยวัย 19 ท้าชน เมียหลวง แฉยับสาเหตุทหารหนุ่มทิ้งเมียครู
  • พลังการทูตเชิงรุก! ไทยเดินเกมถูกทาง กระชับสัมพันธ์โอมาน เปิดทางเรือผ่านฮอร์มุซ พลังการทูตเชิงรุก! ไทยเดินเกมถูกทาง กระชับสัมพันธ์โอมาน เปิดทางเรือผ่านฮอร์มุซ
  • ย้อนภาพความทรงจำ! หนูแหม่ม โพสต์คลิปอาลัย แดนนี่ ศรีภิญโญ ย้อนภาพความทรงจำ! หนูแหม่ม โพสต์คลิปอาลัย แดนนี่ ศรีภิญโญ
  • ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5 ประกาศปิดชั่วคราว อุทยานฯเอราวัณ เจอวิกฤตไฟป่ารุนแรง-ฝุ่น PM 2.5
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

19 เม.ย. 2569

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

15 เม.ย. 2569

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

12 เม.ย. 2569

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

8 เม.ย. 2569

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved