วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ทวนกระแสข่าว
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รัฐบาลมีวุฒิภาวะนำประเทศไทย กลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก

ดูทั้งหมด

  •  

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งร่วมรับประทานอาหารค่ำกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำเอเปก อีกหกชาติเป็นที่ประจักษ์ว่า รัฐบาลเฉพาะกาลได้นำประเทศไทยกลับเข้าเรดาร์ในสายตาชาวโลกแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อไทยรายงานตรงกันว่า วันที่ 29 ตุลาคม ที่โรงแรม Hilton Gyeongju นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกเป็นกรณีพิเศษเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสหรัฐ (Special Dinner in Honor of the U.S. President and State Leaders)


ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” (Indo-Pacific Economic Corporation) ซึ่ง นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปก

งานเลี้ยงอาหารค่ำดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 32โดยมีผู้นำจากเขตเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมงานนี้ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้, นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา, นายคริสโตเฟอร์ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์, นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และนายเลือง เกื่อง ประธานาธิบดีเวียดนาม

ซึ่งช่วงก่อนงานเลี้ยงผู้นำทั้ง 8 ชาติ ได้พบปะพูดคุยกันตามอัธยาศัย ภายหลังอาหารค่ำ ผู้นำที่เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” (Indo-Pacific Economic Corporation)

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดพิเศษในครั้งนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อยู่ท่ามกลางพันธมิตรและหุ้นส่วนจากทั่วภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ซึ่งต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือรอบด้านกับทุกพันธมิตร ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับอนุภูมิภาค และระดับภูมิภาค ผ่านกลไกต่างๆ เช่น อาเซียน กรอบความร่วมมือแม่โขง และความตกลง RCEP โดยไทยและเกาหลีใต้..

..นายกรัฐมนตรียังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาค พร้อมกล่าวขอบคุณที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การลงนามใน Joint Declaration เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยหวังว่าสหรัฐฯจะเห็นถึงความตั้งใจจริงและความพยายามอย่างสร้างสรรค์ของไทย เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯที่สมดุลและเกิดประโยชน์ร่วมกันต่อประชาชนของไทยและสหรัฐฯ

สมาชิกเอเปกมี 21 ประเทศเป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้ได้รับเชิญเลี้ยงอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เพียง 7 ชาติเท่านั้นและหนี่งในนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทย เป็นการเลือกแขกโดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งเป็นเจ้าภาพหรือเลือกแขกร่วมโต๊ะโดยประธานาธิบดีทรัมป์ ตามพิธีการทูตไม่สำคัญเท่ากับว่าทั้งเจ้าภาพและทรัมป์ได้นำประเทศกลับมาสู่เรดาร์ในสายตาโลก ตามเป้าหมายที่นายอนุทินกล่าว ในวันแถลงนโยบายต่อสภาว่า “รัฐบาลจะนำประเทศกลับสู่เรดาร์สายตาโลก”

สาเหตุที่นายอนุทิน ยกประเด็นนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย อาจเป็นเพราะว่าสองปีที่ผ่านมาประเทศได้หายไปจากเรดาร์ในสายตาชาวโลก คือ สองปีที่ผ่านมาผู้นำรัฐบาลไทย ไม่เคยได้ทวิภาคีกับผู้นำระดับโลก แม้ได้ทวิภาคีกับประธานาธิบดีอิหร่าน ตอนนั้นนายกฯไทยได้กลายเป็นตัวตลกที่ยกไอแพดขึ้นมาร่วมเจรจา

และในโอกาสที่ได้พบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงแทนที่จะได้กระชับความสัมพันธ์ กลายเป็นสร้างความคลางแคลงใจเมื่อนายกรัฐมนตรีไทยไปเถียงประธานาธิบดีสี ที่เตือนถึงอันตรายการมีกาสิโนในประเทศ นายกฯไทยตอนนั้นเถียงท่านสีว่า “มีกาสิโนเพียง 10% ในสถานบันเทิงครบวงจร” ตั้งแต่นั้นมาประธานาธิบดีสี บินข้ามหัวประเทศไทยไปเวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซียไม่ชายตามามองประเทศไทย

ยังมีอีกหลายอย่างที่ผู้นำไทยกลายเป็นตัวตลกโลกในห้วงเวลาสองปี นี่คงเป็นสาเหตุให้นายอนุทินตัดสินใจสร้างภาพลักษณ์ใหม่โดยใช้คำว่า “นำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก”

รัฐบาลนายอนุทิน นำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก ตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อสภา ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสหประชาชาติ ฉีกหน้า นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า..

“เพื่อนกัมพูชาแถลงตรงข้ามความจริงโดยสิ้นเชิง ที่แสดงบทว่า กัมพูชาเป็นผู้ถูกกระทำ ในความเป็นจริงคือประเทศไทยเป็นผู้ถูกกระทำให้เสียหาย พลเรือนไทยทั้งผู้หญิง เด็กและคนชรา ได้รับบาดเจ็บ ล้มตายในร้านสะดวกซื้อ ในปั๊มน้ำมัน ในโรงพยาบาล จากการยิงถล่มด้วยจรวดและกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา..”

นายสีหศักดิ์นักการทูตผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการต่างประเทศมากว่าสี่สิบปี ใช้ภาษาการทูตตอบโต้กัมพูชาอย่างมีวุฒิภาวะ ในเวลาเดียวกันในถ้อยแถลงของท่านได้เตือนสติสหรัฐและมาเลเซียว่า กัมพูชาปลิ้นปล้อนคบไม่ได้ โดยนายสีหศักด์ิกล่าวในถ้อยแถลงว่า “ผมต้องแก้ถ้อยแถลงจากที่เตรียมไว้ว่าเราจะมีถ้อยแถลงก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน ดังตอนที่เราพบกันสี่ฝ่ายโดยมีสหรัฐฯและมาเลเซียร่วมเจรจา”

ภาษาทางทูตในถ้อยแถลงวันนั้นทำให้สหรัฐลังเลใจว่า จะเดินหน้าแทรกแซงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาต่อไปหรือไม่ นั้นคือที่มาของนายอันวาร์ อิบราฮิม นำชื่อประเทศไทยไปขายให้สหรัฐฯแบบลดแลกแจกแถม เพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์มาร่วมพิธีลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชาระหว่างอาเซียนซัมมิต

Politico สื่อการเมืองในอเมริการายงานว่า ต้นเดือนสิงหาคม นายอันวาร์ตระหนักว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียจะไม่ร่วมอาเซียนซัมมิตตามที่นายอันวาร์คุยโม้ไว้ล่วงหน้า นายอันวาร์จำเป็นต้องรักษาหน้า โดยทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไปร่วมอาเซียนซัมมิตให้ได้

ต้นเดือนสิงหาคม นายอันวาร์ ประจบประแจงทำเนียบขาวว่า ทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลที่สามารถทำให้ไทย-กัมพูชาหยุดยิงได้ และสันติภาพในภูมิภาคคืบหน้าไทย-กัมพูชา จะลงนามสันติภาพระหว่างอาเซียนซัมมิต ซึ่งมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนจัดการให้ประธานาธิบดีสหรัฐเป็นประธานในพิธีลงนามครั้งประวัติศาสตร์นี้

Politico รายงานว่าเมื่อได้การตอบสนองอย่างเย็นชาจากทำเนียบขาว นายอันวาร์รุกใหญ่ด้วยการโปรโมทลดแลกแจกแถม แต่ไม่ได้บอกว่า ประเด็นแร่หายากและเรื่องภาษีการค้า ตลอดถึงให้สหรัฐใช้ท่าเรือเรียมในกัมพูชาในการจูงใจสหรัฐหรือไม่

กลางเดือนสิงหาคม ทำเนียบขาวมีหนังสือมาถึงรัฐบาลไทยให้หาข้อสรุปความขัดแย้งชายแดนก่อนอาเซียน ซัมมิต รัฐบาลไทยตอบหนังสือกลับไปว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้จนกว่า กัมพูชา ปฏิบัติตามเงื่อนไขสี่ข้อของไทยคือให้ถอนกำลังออกไป ร่วมมือกันเก็บทุ่นระเบิดปราบปรามสแกมเมอร์ และย้ายชาวกัมพูชาที่ล่วงล้ำดินแดนไทยออกไป

Politico ไม่ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวมีปฏิกิริยาต่อคำตอบของไทยอย่างไร และมารู้อีกทีเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์มาเป็นประธานในพิธีลงนาม “เส้นทางสู่สันติภาพ” (ตามคำจำกัดความของนายสีหศักดิ์) และแถมด้วย MOU แร่หายากกับมาเลเซีย ประเทศไทยและเวียดนาม

การลงนามทั้งสองฉบับที่รัฐบาลยืนยันว่าไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชาและสหรัฐโดยเฉพาะ MOUแร่หายาก ถือเป็นการเปิดช่องทางเจรจาทางการค้ากับสหรัฐให้กว้างขึ้น ส่วนการลงนามเส้นทางสู่สันติภาพ ประเทศถือไพ่เหนือกว่า คือประเทศไทยไม่เปิดด่านไม่ปล่อยเชลยศึก 18 คนจนกว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้อเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยถูกโจมตีอย่างหนักทั้งเรื่องแร่หายาก และลงนามเส้นทางสันติภาพกับกัมพูชา แต่ถ้ามองจากความเป็นจริงด้วยใจเป็นธรรมพูดได้ว่า รัฐบาลประสบความสำเร็จในการนำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์สายตาโลก

นสพ.สเตรทไทม์มาเลเซีย ถึงกับกล่าวว่าประเทศไทยสามารถทำให้ทรัมป์ทำตามคำขอได้ สเตรทไทม์รายงานว่า ทรัมป์ได้ชื่อว่าตนคือศูนย์กลาง แต่เมื่อนายอนุทินแจ้งว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตจำเป็นต้องเลื่อนเวลาลงนามจากที่เตรียมไว้เร็วขึ้น 7 ชั่วโมงได้ไหม ทรัมป์ก็เลื่อนเวลาให้ตามความประสงค์ของไทย

ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีไทยได้รับเกียรติร่วม ทานอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ทรัมป์ระหว่างเอเปกซัมมิต เชื่อว่ามาจากคำแนะนำของทรัมป์ที่เจ้าภาพเห็นดีเห็นงามว่า ถึงเวลายกระดับประเทศไทยให้อยู่ในเรดาร์สายตาโลก

สุทิน วรรณบวร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:41 น. 'The Face Men Thailand Season 4'เปิดประเดิมEP.แรกสุดร้อนแรง
15:34 น. 'แป้ง มิตรชัย' เจอบทท้าทาย'ผีเมี่ยง'ในซีรีส์'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'เสาร์นี้ สี่โมงเย็น
15:32 น. สงครามอิหร่านพ่นพิษ ท่องเที่ยวตะวันออกกลางพังยับ สูญรายได้วันละ 1.9 หมื่นล้านบาท
15:28 น. เถื่อนสะเทือนโรง! รอบปฐมทัศน์ 'เถื่อนTravel'Cinematic Experience
15:27 น. ชัยชนะ ซัดหนัก! พวกปล่อยข่าว ทำประชาธิปัตย์แตกแยก ยืนยัน 21 ส.ส.ไม่มีแบ่งก๊วน แยกพวก
ดูทั้งหมด
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
เปิดประวัติร้อน แอ็คมี่ วรวัฒน์ CEO หมื่นล้าน สามีนางเอกช่องดัง โปรไฟล์ไม่ธรรมดา
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
5 ราศี ขึ้นชื่อว่าเป็น ลูกรักเทวดา หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง แคล้วคลาดปลอดภัย
ดูทั้งหมด
ประชาธิปไตยแบบลุงแซม
โลกการค้า : 12 มีนาคม 2569
‘ศึกผาแดง’ที่ช่องแคบฮอร์มุซ
ทิศทางการเมืองใหม่ ตามกลไกรัฐธรรมนูญ 2511
ประหยัดพลังงานสู้วิกฤต เรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กลับถึงไทยแล้ว 18 แรงงานจากอิหร่าน ยอดขอกลับพุ่งเฉียด 1,000 ราย

สงครามอิหร่านพ่นพิษ ท่องเที่ยวตะวันออกกลางพังยับ สูญรายได้วันละ 1.9 หมื่นล้านบาท

‘จ๊ะนงผณี’ อัปเดตข่าวดีพ่อลืมตาได้แล้ว แจ้งเจ้าภาพของดรับงาน 2 เดือน

'เพื่อไทย' เคาะชื่อ 'เลิศศักดิ์' สส.เลย 3 สมัย นั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2

'ชนนพัฒฐ์'ระทึก! ดีเอสไอไม่ให้ประกันตัวชั้นสอบสวน

รุดเยี่ยมบ้าน นายช่างเรือสินค้าไทย สูญหายกลางทะเล ญาติเผยตั้งใจทำงานครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ

  • Breaking News
  • \'The Face Men Thailand Season 4\'เปิดประเดิมEP.แรกสุดร้อนแรง 'The Face Men Thailand Season 4'เปิดประเดิมEP.แรกสุดร้อนแรง
  • \'แป้ง มิตรชัย\' เจอบทท้าทาย\'ผีเมี่ยง\'ในซีรีส์\'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด\'เสาร์นี้ สี่โมงเย็น 'แป้ง มิตรชัย' เจอบทท้าทาย'ผีเมี่ยง'ในซีรีส์'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'เสาร์นี้ สี่โมงเย็น
  • สงครามอิหร่านพ่นพิษ ท่องเที่ยวตะวันออกกลางพังยับ สูญรายได้วันละ 1.9 หมื่นล้านบาท สงครามอิหร่านพ่นพิษ ท่องเที่ยวตะวันออกกลางพังยับ สูญรายได้วันละ 1.9 หมื่นล้านบาท
  • เถื่อนสะเทือนโรง! รอบปฐมทัศน์ \'เถื่อนTravel\'Cinematic Experience เถื่อนสะเทือนโรง! รอบปฐมทัศน์ 'เถื่อนTravel'Cinematic Experience
  • ชัยชนะ ซัดหนัก! พวกปล่อยข่าว ทำประชาธิปัตย์แตกแยก ยืนยัน 21 ส.ส.ไม่มีแบ่งก๊วน แยกพวก ชัยชนะ ซัดหนัก! พวกปล่อยข่าว ทำประชาธิปัตย์แตกแยก ยืนยัน 21 ส.ส.ไม่มีแบ่งก๊วน แยกพวก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

แพ้แล้วพาลกระทำการนอกกฎหมายไม่วายถูกดำเนินคดี

แพ้แล้วพาลกระทำการนอกกฎหมายไม่วายถูกดำเนินคดี

11 มี.ค. 2569

ทรัมป์อาจถอยจากสงครามรุกรานอิหร่านเหมือนเดือนมิ.ย.ปีกลาย

ทรัมป์อาจถอยจากสงครามรุกรานอิหร่านเหมือนเดือนมิ.ย.ปีกลาย

10 มี.ค. 2569

สงครามสหรัฐอิหร่านบานปลายกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก

สงครามสหรัฐอิหร่านบานปลายกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก

7 มี.ค. 2569

สงครามทำลายล้างสนองความบ้าคลั่งของไซออนิสต์

สงครามทำลายล้างสนองความบ้าคลั่งของไซออนิสต์

6 มี.ค. 2569

มาตรฐานทางจริยธรรมทำให้รัฐบาลอยู่นานครบวาระสภาสี่ปี

มาตรฐานทางจริยธรรมทำให้รัฐบาลอยู่นานครบวาระสภาสี่ปี

3 มี.ค. 2569

สื่อมวลชนมีข่าวมากจากการเลือกตั้งแต่ความน่าเชื่อน้อยลง

สื่อมวลชนมีข่าวมากจากการเลือกตั้งแต่ความน่าเชื่อน้อยลง

28 ก.พ. 2569

ทีมประเทศไทย ทำให้ ฮุน มาเนต กลายเป็นคนไร้ตัวตนในเวทีโลก

ทีมประเทศไทย ทำให้ ฮุน มาเนต กลายเป็นคนไร้ตัวตนในเวทีโลก

27 ก.พ. 2569

ฮุน มาเนต กับ ทรัมป์ เป็นผู้นำที่ล้มเหลวพอกัน

ฮุน มาเนต กับ ทรัมป์ เป็นผู้นำที่ล้มเหลวพอกัน

24 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved