วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ทวนกระแสข่าว
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รัฐบาลมีวุฒิภาวะนำประเทศไทย กลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก

ดูทั้งหมด

  •  

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งร่วมรับประทานอาหารค่ำกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำเอเปก อีกหกชาติเป็นที่ประจักษ์ว่า รัฐบาลเฉพาะกาลได้นำประเทศไทยกลับเข้าเรดาร์ในสายตาชาวโลกแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อไทยรายงานตรงกันว่า วันที่ 29 ตุลาคม ที่โรงแรม Hilton Gyeongju นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกเป็นกรณีพิเศษเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสหรัฐ (Special Dinner in Honor of the U.S. President and State Leaders)


ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” (Indo-Pacific Economic Corporation) ซึ่ง นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปก

งานเลี้ยงอาหารค่ำดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 32โดยมีผู้นำจากเขตเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมงานนี้ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ได้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้, นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา, นายคริสโตเฟอร์ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์, นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และนายเลือง เกื่อง ประธานาธิบดีเวียดนาม

ซึ่งช่วงก่อนงานเลี้ยงผู้นำทั้ง 8 ชาติ ได้พบปะพูดคุยกันตามอัธยาศัย ภายหลังอาหารค่ำ ผู้นำที่เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” (Indo-Pacific Economic Corporation)

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดพิเศษในครั้งนี้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้อยู่ท่ามกลางพันธมิตรและหุ้นส่วนจากทั่วภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก ซึ่งต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

ทั้งนี้ ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือรอบด้านกับทุกพันธมิตร ทั้งในระดับทวิภาคี ระดับอนุภูมิภาค และระดับภูมิภาค ผ่านกลไกต่างๆ เช่น อาเซียน กรอบความร่วมมือแม่โขง และความตกลง RCEP โดยไทยและเกาหลีใต้..

..นายกรัฐมนตรียังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ต่อสันติภาพและความรุ่งเรืองในภูมิภาค พร้อมกล่าวขอบคุณที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การลงนามใน Joint Declaration เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยหวังว่าสหรัฐฯจะเห็นถึงความตั้งใจจริงและความพยายามอย่างสร้างสรรค์ของไทย เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐฯที่สมดุลและเกิดประโยชน์ร่วมกันต่อประชาชนของไทยและสหรัฐฯ

สมาชิกเอเปกมี 21 ประเทศเป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้ได้รับเชิญเลี้ยงอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เพียง 7 ชาติเท่านั้นและหนี่งในนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทย เป็นการเลือกแขกโดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งเป็นเจ้าภาพหรือเลือกแขกร่วมโต๊ะโดยประธานาธิบดีทรัมป์ ตามพิธีการทูตไม่สำคัญเท่ากับว่าทั้งเจ้าภาพและทรัมป์ได้นำประเทศกลับมาสู่เรดาร์ในสายตาโลก ตามเป้าหมายที่นายอนุทินกล่าว ในวันแถลงนโยบายต่อสภาว่า “รัฐบาลจะนำประเทศกลับสู่เรดาร์สายตาโลก”

สาเหตุที่นายอนุทิน ยกประเด็นนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย อาจเป็นเพราะว่าสองปีที่ผ่านมาประเทศได้หายไปจากเรดาร์ในสายตาชาวโลก คือ สองปีที่ผ่านมาผู้นำรัฐบาลไทย ไม่เคยได้ทวิภาคีกับผู้นำระดับโลก แม้ได้ทวิภาคีกับประธานาธิบดีอิหร่าน ตอนนั้นนายกฯไทยได้กลายเป็นตัวตลกที่ยกไอแพดขึ้นมาร่วมเจรจา

และในโอกาสที่ได้พบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงแทนที่จะได้กระชับความสัมพันธ์ กลายเป็นสร้างความคลางแคลงใจเมื่อนายกรัฐมนตรีไทยไปเถียงประธานาธิบดีสี ที่เตือนถึงอันตรายการมีกาสิโนในประเทศ นายกฯไทยตอนนั้นเถียงท่านสีว่า “มีกาสิโนเพียง 10% ในสถานบันเทิงครบวงจร” ตั้งแต่นั้นมาประธานาธิบดีสี บินข้ามหัวประเทศไทยไปเวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซียไม่ชายตามามองประเทศไทย

ยังมีอีกหลายอย่างที่ผู้นำไทยกลายเป็นตัวตลกโลกในห้วงเวลาสองปี นี่คงเป็นสาเหตุให้นายอนุทินตัดสินใจสร้างภาพลักษณ์ใหม่โดยใช้คำว่า “นำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก”

รัฐบาลนายอนุทิน นำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์ในสายตาโลก ตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อสภา ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสหประชาชาติ ฉีกหน้า นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า..

“เพื่อนกัมพูชาแถลงตรงข้ามความจริงโดยสิ้นเชิง ที่แสดงบทว่า กัมพูชาเป็นผู้ถูกกระทำ ในความเป็นจริงคือประเทศไทยเป็นผู้ถูกกระทำให้เสียหาย พลเรือนไทยทั้งผู้หญิง เด็กและคนชรา ได้รับบาดเจ็บ ล้มตายในร้านสะดวกซื้อ ในปั๊มน้ำมัน ในโรงพยาบาล จากการยิงถล่มด้วยจรวดและกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา..”

นายสีหศักดิ์นักการทูตผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการต่างประเทศมากว่าสี่สิบปี ใช้ภาษาการทูตตอบโต้กัมพูชาอย่างมีวุฒิภาวะ ในเวลาเดียวกันในถ้อยแถลงของท่านได้เตือนสติสหรัฐและมาเลเซียว่า กัมพูชาปลิ้นปล้อนคบไม่ได้ โดยนายสีหศักด์ิกล่าวในถ้อยแถลงว่า “ผมต้องแก้ถ้อยแถลงจากที่เตรียมไว้ว่าเราจะมีถ้อยแถลงก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน ดังตอนที่เราพบกันสี่ฝ่ายโดยมีสหรัฐฯและมาเลเซียร่วมเจรจา”

ภาษาทางทูตในถ้อยแถลงวันนั้นทำให้สหรัฐลังเลใจว่า จะเดินหน้าแทรกแซงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาต่อไปหรือไม่ นั้นคือที่มาของนายอันวาร์ อิบราฮิม นำชื่อประเทศไทยไปขายให้สหรัฐฯแบบลดแลกแจกแถม เพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์มาร่วมพิธีลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชาระหว่างอาเซียนซัมมิต

Politico สื่อการเมืองในอเมริการายงานว่า ต้นเดือนสิงหาคม นายอันวาร์ตระหนักว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียจะไม่ร่วมอาเซียนซัมมิตตามที่นายอันวาร์คุยโม้ไว้ล่วงหน้า นายอันวาร์จำเป็นต้องรักษาหน้า โดยทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไปร่วมอาเซียนซัมมิตให้ได้

ต้นเดือนสิงหาคม นายอันวาร์ ประจบประแจงทำเนียบขาวว่า ทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลที่สามารถทำให้ไทย-กัมพูชาหยุดยิงได้ และสันติภาพในภูมิภาคคืบหน้าไทย-กัมพูชา จะลงนามสันติภาพระหว่างอาเซียนซัมมิต ซึ่งมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนจัดการให้ประธานาธิบดีสหรัฐเป็นประธานในพิธีลงนามครั้งประวัติศาสตร์นี้

Politico รายงานว่าเมื่อได้การตอบสนองอย่างเย็นชาจากทำเนียบขาว นายอันวาร์รุกใหญ่ด้วยการโปรโมทลดแลกแจกแถม แต่ไม่ได้บอกว่า ประเด็นแร่หายากและเรื่องภาษีการค้า ตลอดถึงให้สหรัฐใช้ท่าเรือเรียมในกัมพูชาในการจูงใจสหรัฐหรือไม่

กลางเดือนสิงหาคม ทำเนียบขาวมีหนังสือมาถึงรัฐบาลไทยให้หาข้อสรุปความขัดแย้งชายแดนก่อนอาเซียน ซัมมิต รัฐบาลไทยตอบหนังสือกลับไปว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้จนกว่า กัมพูชา ปฏิบัติตามเงื่อนไขสี่ข้อของไทยคือให้ถอนกำลังออกไป ร่วมมือกันเก็บทุ่นระเบิดปราบปรามสแกมเมอร์ และย้ายชาวกัมพูชาที่ล่วงล้ำดินแดนไทยออกไป

Politico ไม่ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวมีปฏิกิริยาต่อคำตอบของไทยอย่างไร และมารู้อีกทีเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์มาเป็นประธานในพิธีลงนาม “เส้นทางสู่สันติภาพ” (ตามคำจำกัดความของนายสีหศักดิ์) และแถมด้วย MOU แร่หายากกับมาเลเซีย ประเทศไทยและเวียดนาม

การลงนามทั้งสองฉบับที่รัฐบาลยืนยันว่าไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชาและสหรัฐโดยเฉพาะ MOUแร่หายาก ถือเป็นการเปิดช่องทางเจรจาทางการค้ากับสหรัฐให้กว้างขึ้น ส่วนการลงนามเส้นทางสู่สันติภาพ ประเทศถือไพ่เหนือกว่า คือประเทศไทยไม่เปิดด่านไม่ปล่อยเชลยศึก 18 คนจนกว่ากัมพูชาจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้อเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยถูกโจมตีอย่างหนักทั้งเรื่องแร่หายาก และลงนามเส้นทางสันติภาพกับกัมพูชา แต่ถ้ามองจากความเป็นจริงด้วยใจเป็นธรรมพูดได้ว่า รัฐบาลประสบความสำเร็จในการนำประเทศไทยกลับสู่เรดาร์สายตาโลก

นสพ.สเตรทไทม์มาเลเซีย ถึงกับกล่าวว่าประเทศไทยสามารถทำให้ทรัมป์ทำตามคำขอได้ สเตรทไทม์รายงานว่า ทรัมป์ได้ชื่อว่าตนคือศูนย์กลาง แต่เมื่อนายอนุทินแจ้งว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตจำเป็นต้องเลื่อนเวลาลงนามจากที่เตรียมไว้เร็วขึ้น 7 ชั่วโมงได้ไหม ทรัมป์ก็เลื่อนเวลาให้ตามความประสงค์ของไทย

ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีไทยได้รับเกียรติร่วม ทานอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ทรัมป์ระหว่างเอเปกซัมมิต เชื่อว่ามาจากคำแนะนำของทรัมป์ที่เจ้าภาพเห็นดีเห็นงามว่า ถึงเวลายกระดับประเทศไทยให้อยู่ในเรดาร์สายตาโลก

สุทิน วรรณบวร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:07 น. 'นเรศ'เปิดประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ อปท. ย้ำ 4 แนวทางบริหารสู่ความยั่งยืน
21:49 น. กลาโหมประณามกัมพูชา เปิดฉากยิงพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน
21:41 น. ‘ปธ.รัฐสภา’ลงพื้นที่หาดใหญ่ มอบเงิน 1.1 แสนบาทช่วยน้ำท่วม
21:17 น. บุรีรัมย์เคลื่อนทัพ ระดมกำลังเปิดศูนย์พักพิง รับผู้อพยพ3.5หมื่นคน รับมือสถานการณ์ปะทะ
20:48 น. ต๊ะ นารากร ติงสื่อ! เปิดเผยชีวิตส่วนตัว นัทปง ไม่เกรงใจญาติ
ดูทั้งหมด
เปิดประวัติ นานา ไรบีนา พี่ใหญ่แห่งแก๊งนางฟ้า ตัวแม่ตัวมัมของเมืองไทย
ทรงเป็นแบบอย่าง! สมเด็จพระราชินี เก็บขยะเกาะราชาใหญ่ หลังแข่งคิงส์คัพรีกัตต้า (คลิป)
เปิดประวัติ เวย์ ไทยเทเนี่ยม แร็ปเปอร์ดังคู่ชีวิตดาราสาว นานา ไรบีนา
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 5-11 ธ.ค.68
จับตา พายุลูกใหม่ กำลังก่อตัวช่วง 8-10 ธ.ค. บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง
ดูทั้งหมด
อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม (ตอน7)
ความดีที่ทุกคนทำได้ในแต่ละวัน
‘การเมือง’ กำลัง ‘สาดสีเทา’ เข้าใส่กัน
เบน, ทักษิณ, อนุทิน, แพทองธาร
ก๊วน แก๊ง หลักสูตรอภิสิทธิ์ชน กับการทุจริตในสังคมไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กลาโหมประณามกัมพูชา เปิดฉากยิงพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน

ต๊ะ นารากร ติงสื่อ! เปิดเผยชีวิตส่วนตัว นัทปง ไม่เกรงใจญาติ

อรรถกร แจงดราม่าป้ายซีเกมส์ เป็นของท้องถิ่น-เอกชนไม่ได้ใช้งบกกท.

หลักฐานชัด!!! กัมพูชายิงทหารไทย บาดเจ็บ 2 นาย

ชาวบ้านกรวด บุรีรัมย์ ขนของขึ้นรถ หลังปะทะชายแดนเดือด แห่เติมน้ำมันแน่นปั๊มอพยพทันที

'นายกฯ-บิ๊กเล็ก'บินด่วน ลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา 8 ธ.ค.นี้

  • Breaking News
  • \'นเรศ\'เปิดประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ อปท. ย้ำ 4 แนวทางบริหารสู่ความยั่งยืน 'นเรศ'เปิดประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ อปท. ย้ำ 4 แนวทางบริหารสู่ความยั่งยืน
  • กลาโหมประณามกัมพูชา เปิดฉากยิงพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน กลาโหมประณามกัมพูชา เปิดฉากยิงพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน
  • ‘ปธ.รัฐสภา’ลงพื้นที่หาดใหญ่ มอบเงิน 1.1 แสนบาทช่วยน้ำท่วม ‘ปธ.รัฐสภา’ลงพื้นที่หาดใหญ่ มอบเงิน 1.1 แสนบาทช่วยน้ำท่วม
  • บุรีรัมย์เคลื่อนทัพ ระดมกำลังเปิดศูนย์พักพิง รับผู้อพยพ3.5หมื่นคน รับมือสถานการณ์ปะทะ บุรีรัมย์เคลื่อนทัพ ระดมกำลังเปิดศูนย์พักพิง รับผู้อพยพ3.5หมื่นคน รับมือสถานการณ์ปะทะ
  • ต๊ะ นารากร ติงสื่อ! เปิดเผยชีวิตส่วนตัว นัทปง ไม่เกรงใจญาติ ต๊ะ นารากร ติงสื่อ! เปิดเผยชีวิตส่วนตัว นัทปง ไม่เกรงใจญาติ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เวียดนามสร้างถนนเชื่อมเกาะปิดกั้นคลองฟูนันเตโช

เวียดนามสร้างถนนเชื่อมเกาะปิดกั้นคลองฟูนันเตโช

6 ธ.ค. 2568

โพลภาคใต้นายอภิสิทธิ์ ปชป.มาอันดับหนึ่ง ไม่ใช่ได้เพราะโชคช่วย

โพลภาคใต้นายอภิสิทธิ์ ปชป.มาอันดับหนึ่ง ไม่ใช่ได้เพราะโชคช่วย

5 ธ.ค. 2568

ยุบสภาจะมาหลังน้ำลด

ยุบสภาจะมาหลังน้ำลด

2 ธ.ค. 2568

น้ำท่วมภาคใต้ทำได้แค่ให้กำลังใจไม่โทษใครไม่มีบทเรียนให้ถอด

น้ำท่วมภาคใต้ทำได้แค่ให้กำลังใจไม่โทษใครไม่มีบทเรียนให้ถอด

29 พ.ย. 2568

อันวาร์ สมคบ ฮุน มาเนต ทำเรื่องเลวร้ายเพื่อผลประโยชน์นายทุนมาเลเซีย

อันวาร์ สมคบ ฮุน มาเนต ทำเรื่องเลวร้ายเพื่อผลประโยชน์นายทุนมาเลเซีย

28 พ.ย. 2568

นายกฯอนุทินได้ทีขี่แพะไล่ ในจังหวะพรรคฝ่ายค้านอ่อนแอ

นายกฯอนุทินได้ทีขี่แพะไล่ ในจังหวะพรรคฝ่ายค้านอ่อนแอ

25 พ.ย. 2568

ยึดสวนปาล์มเอกชนรัฐบาลมหาโจรหรือโจรโดนรัฐบาลริบทรัพย์ที่ปล้นมา

ยึดสวนปาล์มเอกชนรัฐบาลมหาโจรหรือโจรโดนรัฐบาลริบทรัพย์ที่ปล้นมา

22 พ.ย. 2568

นายชวน หลีกภัย กังวลเงินเทาเข้ามาทำลายการเมืองสุจริต

นายชวน หลีกภัย กังวลเงินเทาเข้ามาทำลายการเมืองสุจริต

21 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved