พฤติกรรมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่โทรศัพท์ไปจิกหัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถึงกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในขณะที่นายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีเกียรติยศ ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทย เสด็จฯเยือนจีนเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีครั้งประวัติศาสตร์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติที่ไม่มีครั้งไหนเทียบเท่าในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีน การเสด็จฯเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ไทย เป็นไปเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและศาสนา โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในทางการเมือง ให้ระคายเคืองใต้เบื้องพระยุคลบาท
แต่น่าเสียใจ และน่าเสียดายที่มีผู้ไร้รากฐานอารยธรรม และไร้มารยาททางการทูตอย่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอันวาร์ ฮิบราฮิม อดีตนักโทษติดคุกในคดีร่วมเพศกับคนเพศเดียวกัน ถึงกับไร้มารยาทโทรศัพท์ไปจิกหัวนายอนุทินให้คืนดีกับเขมรระยำให้ได้
การโทรศัพท์ไปหานายกรัฐมนตรีเกียรติยศ ในขณะที่มีภารกิจตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาติไทย ถือเป็นการเสียมารยาททางการทูตอย่างร้ายแรง และเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่อย่างไม่รู้กาลเทศะ เนื่องจากนายอันวาร์ ใช้ฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียนกดดันนายอนุทิน ซึ่งผิดหลักการอาเซียนที่ไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศสมาชิกด้วยกัน นอกจากนั้น นายอันวาร์ ยังแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในขณะที่นายอนุทินทำภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีเกียรติยศของราชวงศ์ไทย
ส่วนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากแสดงอำนาจบาตรใหญ่ใส่นายกรัฐมนตรีไทยแล้วยังแสดงอาการอิจฉาตาร้อนออกนอกหน้า ที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ชั้นสูงสุดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และแสดงท่าทีเยาะเย้ยจีนในทำนองว่า ข้าสามารถจิกหัวนายกรัฐมนตรีไทย ให้คืนดีกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผู้พยายามตีตัวออกห่างจากปักกิ่งมาซบวอชิงตันได้
นายทรัมป์ เยาะเย้ยจีน เพราะรู้อยู่เต็มอกการพูดโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีไทยขณะที่อยู่ในกรุงปักกิ่ง ไม่ต่างอะไรกับพูดให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ฟัง เพราะการสื่อสารจากวอชิงตันไปปักกิ่งนั้น แม้แต่ลมหายใจยังได้ยินไปถึงมหาศาลาประชาคมจีน
จีนกับประเทศไทยมีประวัติศาสตร์และอารยธรรมร่วมกันมานานกว่า 700 ปี จีนคงไม่ตอบโต้นายอันวาร์ที่เพิ่งออกจากคุกมาไม่ถึงสามปี และ ในเวลาเดียวกัน จีนคงไม่ตอบโต้สหรัฐอเมริกา ประเทศที่คนร้อยพ่อพันแม่จากทุกมุมโลกมารวมกัน เป็นสหรัฐอเมริกาโดยไร้รากฐานทางวัฒนธรรม เป็นเหตุให้ผู้นำไร้มารยาทขาดอารยธรรม
ส่วนการสนองตอบต่อการไร้มารยาทขาดอารยธรรมของ นายทรัมป์ และนายอันวาร์ ของนายอนุทินเป็นอย่างไรเชิญอ่านได้จากเฟซบุ๊ก ของ นายเกษม อัชฌาสัย สื่ออาวุโสอดีตศิษย์เก่า หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช แห่งสยามรัฐ นายเกษม โพสต์เฟซบุ๊กว่า..
ข้อสังเกตวันนี้ (16 พฤศจิกายน 2568) ถูกต้องที่ “อนุทิน”เลิกทำตัวเป็นไก่รองบ่อนกรณีไทยโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล “ยกเลิก” ปฏิญญาสันติภาพ “ไทย-กัมพูชา” เพราะกัมพูชาไม่เลิกการวางระเบิดที่พรมแดนอันเป็นการล่วงละเมิดซ้ำซาก ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บขาขาดอีก
นับเป็นความเด็ดขาดที่ถูกต้อง หลังจากที่ไทยทำตัวเป็นไก่รองบ่อนตลอดมานับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีรักษาการ “ภูมิธรรม เวชยชัย”จับมือกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา “ฮุน มาเนต”ตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ชัดเจนว่า กัมพูชายังไว้ใจไม่ได้ ด้วยต้องการสร้างหลักฐาน หากไทยโจมตีตอบโต้รุนแรงเพื่อนำไปฟ้องร้องเป็นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้ได้
ดีที่กองทัพไทยพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ถลำลงลึกสู่ “กับดัก” นั้น เพียงโจมตีตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ มิได้รุนแรงเกินเหตุแต่ก็พร้อมมากๆ ที่จะรบต่อ ซึ่งใคร่ยืนยันซ้ำ ในฐานะคนไทยว่า กระทำได้ถูกต้องแล้ว
พฤติกรรมที่ฉ้อฉลของกัมพูชาคราวนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทยเราทันเกมดี ที่ได้เชิญคณะทูตต่างชาติมาแจกแจงทำความเข้าใจโดยพลันว่า ระเบิดบกหรือทุ่นระเบิดนั้นเป็น “ของใหม่” มิใช่ “ของเก่า”ตามที่กัมพูชากล่าวอ้างและสื่อมาเลเซียก็พลอยเชื่อตามไปด้วย ในที่สุดก็ต้องแก้ไขในภายหลังเพราะความละอายใจที่ยังมีจรรยาบรรณอยู่บ้าง
ในที่สุดการที่ไทยยกเลิกปฏิญญาสันติภาพ ก็ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐ “โดนัลด์ทรัมป์” และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย “อันวาร์อิบราฮิม” ต้องออกโรงอีกครั้ง พยายามตะล่อมให้ไทยรอมชอมกับกัมพูชา ขณะที่มีข่าวว่าทางการสหรัฐขู่ไทยจะไม่เจรจาด้วยเพื่อลดภาษีตอบโต้
ดีที่นายกรัฐมนตรีไทย “อนุทินชาญวีรกูล” คราวนี้มาใน “มาดเข้ม” ยืนยันให้กัมพูชารับผิด วางระเบิดทำทหารไทยขาขาด ไม่ต้องการมีความสัมพันธ์ใดๆ กับเขมร เพื่อนบ้านที่ไม่มีความจริงใจและคอยคุกคามอธิปไตยของไทยอยู่ตลอด
ล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้“อนุทิน” (ซึ่งตามเสด็จฯอยู่ในจีน) โพสต์ลงสื่อสังคมว่าได้คุยกับ“ทรัมป์”แล้วว่าจะไม่เอากรณีที่ไทยยกเลิกปฏิญญาสันติภาพมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีตอบโต้ ตามที่มีข่าว
แถมยังยืนยันว่า ทั้ง “ทรัมป์”และ “อันวาร์”หนุนให้เก็บทุ่นระเบิดโดยเร็วที่สุด ท่าทีของนายกฯ “อนุทิน”ที่แข็งกร้าวคราวนี้ ทางกัมพูชาจะ “ตอแหล” อย่างไรอีกก็จะต้องรอดูกันต่อในวัน-สองวันนี้แหละครับ
คอลัมน์ ทวนกระแสข่าว เห็นด้วยกับพี่เกษมทุกประการแต่ยังมีข้อสงสัยว่า กัมพูชาวางระเบิดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากที่ถูกสหรัฐ และนานาชาติกดดันเตรียมปฏิบัติปราบปรามสแกมเมอร์ ในกัมพูชาอย่างจริงจังหรือไม่ ส่วนนายอันวาร์ก็สนับสนุนการเบี่ยงเบนประเด็นของกัมพูชา เนื่องจากว่าผลประโยชน์มาเลเซียมหาศาลในกัมพูชา นายอันวาร์จึงใช้สถานะประธานหมุนเวียนอาเซียนประคับประคองอำนาจตระกูลฮุนให้อยู่ได้ตราบใดมียังมีผลประโยชน์ร่วมกัน
สุทิน วรรณบวร

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี