วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

ดูทั้งหมด

  •  

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ได้กล่าวไว้ว่า “ความจริงบุคคลจะต่างชาติกัน จะมีชาติใดที่รักชอบกันยืดยาวมายิ่งกว่าไทยกับจีนนั้นไม่เห็นมี ด้วยไม่เคยเป็นศัตรูกัน เคยแต่ไปมาค้าขายแลกผลประโยชน์ต่อกันมาได้หลายร้อยปี ความรู้สึกทั้งสองปกติจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาแต่โบราณจนตราบเท่าทุกวันนี้...”

ความสัมพันธ์ระหว่างชาติไทยและจีนนั้น ได้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานร่วม ๘๐๐ ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องมาจนถึงรัตนโกสินทร์ จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือการค้าขาย มาจนถึงการหลอมรวมกันในด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณี


พงศาวดารจีนได้บันทึกเรื่องราวการเดินทางของราชทูตจีนเพื่อมาเจริญสัมพันธไมตรีในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ตั้งแต่ยุคชุนชิว จั้นกั๋ว เมื่อพระเจ้ากุบไล ข่าน จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักหยวน ได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี กับพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อกว่า ๗๐๐ ปีก่อน ถือเป็นการเริ่มต้นฉากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของสองชาติตั้งแต่นั้นมามีการค้าขายและถ่ายทอดความรู้ทางด้านศิลปหัตถกรรม เช่นเครื่องสังคโลกด้วย

ในสมัยอาณาจักรอยุธยา ความสัมพันธ์ไทย-จีนในยุคของราชวงศ์หมิงและชิง มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุด มีการบันทึกไว้ว่าตลอดระยะเวลากว่า ๔๐๐ ปีของกรุงศรีอยุธยานั้น ได้ส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์ดังกล่าวมากกว่า ๑๑๐ ครั้ง ส่วนจีนเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา ๑๗ ครั้ง มีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยามากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเข้ามารับราชการในฝ่ายไทยด้วย เป็นยุคที่ทำการค้าขายโดยใช้สำเภาจีน นำรายได้เข้าสู่ท้องพระคลังของกรุงศรีอยุธยาอย่างมากมาย มีระบบบรรณาการที่เรียกว่า การจิ้มก้อง เกิดขึ้น เป็นการแสดงความนอบน้อมที่ประเทศเล็กมีให้กับประเทศที่ใหญ่กว่า

เมื่อถึงอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ไทยและจีนติดต่อค้าขายกันมากขึ้น โดยเฉพาะในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ซึ่งเชื่อกันว่ามีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกือบ ๑ ล้านคน จนเริ่มทำให้เกิดความวิตกกังวลในราชสำนัก ทำให้ในสมัยรัชกาลต่อมามีการตัดระบบบรรณาการและยุติการส่งทูตไปประเทศจีนในปีพ.ศ.๒๓๙๖

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปีพ.ศ.๒๔๘๘  โลกแยกออกเป็น ๒ ฝ่าย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของจีน ทำให้ไทยและจีนต้องเลือกยืนอยู่คนละขั้วในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งถึงปลายสมัยของรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม ประตูแห่งความสัมพันธ์จึงเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จนถึงปีพ.ศ.๒๕๑๘ ในยุคของรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงเกิดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

การเสด็จฯเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ที่ผ่านมานี้ ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในการเจริญสัมพันธไมตรีของทั้งสองชาติ การเสด็จฯครั้งนี้นับเป็นการเสด็จฯของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในการไปเยือนประเทศจีนหลังจากที่ไทยและจีนได้เริ่มมีสัมพันธไมตรีกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๘ จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา ๕๐ ปี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จฯเยือนประเทศจีนมาก่อนแล้ว ๓ ครั้ง ในสมัยที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การเสด็จฯในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงความแนบแน่นในสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ต่อกัน

การต้อนรับของประเทศจีนภายใต้การนำของท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั้นต้องถือว่าเป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติอย่างที่สุดที่ประเทศจีนได้จัดให้กับผู้นำระดับประเทศ เพราะถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีผู้นำระดับประเทศ อาทิ ประธานาธิบดีของชาติมหาอำนาจที่ได้เดินทางไปเยือนนั้น ก็มิได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ในลักษณะนี้มาก่อน

การจัดแถวและขบวนต้อนรับบริเวณลานจัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นการจัดที่สมพระเกียรติและยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง จนเป็นที่จับตามองของประชาคมโลก  มีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยขบวนแถวทหารกองเกียรติยศ และเมื่อเพลงสิ้นสุดลงก็มีการเปล่งเสียงของเหล่าทหารจีนทั้งหลายเป็นภาษาไทยว่า “ทรงพระเจริญ”ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดคิด เป็นการแสดงถึงความยกย่องที่ประเทศจีนและประชาชนชาวจีนมีให้แด่พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย

ในช่วงเวลา ๕ วันนั้น ทุกที่ที่พระองค์และสมเด็จฯพระบรมราชินี เสด็จฯไป จะมีการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติยิ่ง นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯก็ยังได้รับความชื่นชมจากประชาชนชาวจีนที่มีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะในเรื่องของพระสิริโฉมและพระจริยวัตรที่งดงามยิ่ง ตลอดจนชุดฉลองพระองค์แบบไทยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ซึ่งล้วนมีคุณค่ามากกว่า Soft Power ใดๆ

การเสด็จฯของทั้งสองพระองค์ในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดพลังแห่งความผูกพันของทั้งสองชาติอย่างที่สุด จนถึงกับที่ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ใช้คำพูดในระหว่างการกล่าวคำถวายการต้อนรับพระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีของชาติไทยว่า “ไทยกับจีนนั้น เป็นครอบครัวเดียวกัน” เป็นคำกล่าวที่มีความหมายอันลึกซึ้งอย่างยิ่ง ซึ่งคำว่าครอบครัวนั้นท่านประธานาธิบดี
สี จิ้นผิง ไม่เคยใช้เรียกประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ชิดติดประเทศจีนหรือที่อยู่ห่างไกลมาก่อนเลย โดยที่ผ่านมาเกือบทั้งหมดนั้น จะใช้คำว่า “เพื่อน” เป็นหลัก

ถึงแม้การเสด็จไปในครั้งนี้ จะไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีค่าทางการเมืองอย่างที่สุด และจะไม่มีนักการเมืองในระดับผู้นำคนใดจะสามารถสร้างความผูกพันที่มีคุณค่าเชิงบวกเป็นอย่างยิ่งในลักษณะนี้ได้เลย

การเมืองโลกในยุคที่จีโอโพลิติกถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดนั้น การแย่งชิงพื้นที่ ของมหาอำนาจทั้งหลายเพื่อความได้เปรียบไม่ว่าจะในด้านการเมืองหรือธุรกิจ เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐอเมริกาต้องการเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ด้วยการแสดงตัวว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเขมร ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการแสดงบทบาทที่บอกได้เลยว่าเข้าข้างเขมรกรณีที่มีปัญหาเรื่องชายแดนกับประเทศไทยอยู่ในขณะนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือดูแลเขมรมาอย่างต่อเนื่อง แต่จากลักษณะนิสัยของผู้นำเขมรตระกูลฮุน ทำให้สหรัฐอเมริกาเห็นช่องทางในการแทรกแซงได้โดยง่าย จึงได้พยายามทุกวิถีทางจนน่าจะเรียกได้ว่าเริ่มประสบความสำเร็จในการเดินแซงหน้าจีนเข้าไปมีอิทธิพลเหนือเขมร

การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไปเยือนจีนในครั้งนี้ ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า จีนและไทยคือครอบครัวเดียวกัน และสายสัมพันธ์แบบนี้ คือสิ่งที่จะใช้ในการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคนี้ของ ๒ ขั้วประเทศมหาอำนาจได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่อเมริกาพยายามจะใช้เรื่องอัตราภาษีสินค้าในการรุกรานหรือสนับสนุนประเทศต่างๆทางอ้อมนั้น ไทยก็เป็นประเทศที่ถูกบีบด้วยเรื่องนี้ แต่จีนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการใช้กลยุทธ์ที่เหนือกว่า โดยท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่วันแรกๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปถึงว่า จะซื้อข้าวไทยเป็นจำนวนถึง ๕ แสนตัน เพิ่มเติมจากที่เคยซื้ออยู่แล้วโดยทันที ซึ่งน่าจะทำให้การพิจารณาของรัฐบาลไทยว่าใครคือมิตรแท้ที่จริงใจต่อกันนั้นง่ายขึ้น

เชื่อได้ว่าความเจริญทางสัมพันธไมตรีของไทยและจีนจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน และไม่มีอำนาจการเมืองใดๆ ไม่ว่าจากในหรือนอกประเทศจะมากระทำจนเกิดผลกระทบ ในทางที่ไม่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะตราบใดที่ทั้ง ๒ ประเทศยังยึดมั่นและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งสองประเทศที่คบค้ากันมายาวนานร่วม ๘๐๐ ปี โดยในส่วนของจีนนั้นยังคง
ยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยว่าเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดของชาติ เป็นศูนย์รวมใจของประชาชน

ขอองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี จงทรงพระเจริญ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:35 น. 'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'ส่ง 'เรื่องผีที่ยายเล่า'และ 'สุภาพบุรุษโฉด'สนุกครบรส 24-25 มกราฯ นี้ช่อง 7HD
14:34 น. 'กกต.'ถกพรรคการเมืองแบ่งกลุ่มดีเบตประชามติฝ่ายเห็นต่าง กลุ่มละ 5 พรรค ร่วมประชันเวทีเดียวกัน
14:30 น. นายกฯญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาแล้ว ลุยเลือกตั้งใหม่ 8 ก.พ.นี้
14:30 น. เหมือนง่าย!นักสอยคิวจีนแทง147อีกแล้ว
14:30 น. ฝันดี-ฝันเด่น ภาวนา เลือกตั้งรอบนี้ ขอนักการเมืองที่ดีสุดๆ เป็นของขวัญให้ประเทศ
ดูทั้งหมด
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 18-24 มกราคม พ.ศ. 2569
ดรามาจนได้ หลัง ททท. ปล่อยภาพ ลิซ่า โปรโมตเที่ยวไทย ดี้ นิติพงษ์ วิจารณ์ใช้ AI ด้อยค่าศิลปิน
ครูปรีชากับพวก คดีเบิกความเท็จ ชำระเงินให้หมวดจรูญแล้ว แต่ยังขาดอีก 8 หมื่น
แม่ทัพกุ้ง ไขข้อสงสัยนักเรียน ทหารมีไว้ทำไม กลางเวทีบรรยายพิเศษที่ศรีมหาโพธิ
ดูทั้งหมด
สมบัติพ่อเฒ่าสู้กับสีเทา/ใบเทา
‘รัฐธรรมนูญ : เครื่องมือของอำนาจ’
กาเบอร์‘37’-ไม่เห็นชอบ‘แก้รัฐธรรมนูญ’
บุคคลแนวหน้า : 23 มกราคม 2569
เพลิงไหม้ ซานติก้าผับ ลามถึง บาร์ในสวิตเซอร์แลนด์
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'กกต.'ถกพรรคการเมืองแบ่งกลุ่มดีเบตประชามติฝ่ายเห็นต่าง กลุ่มละ 5 พรรค ร่วมประชันเวทีเดียวกัน

ทนายแก้ว ไขก๊อก สภาทนาย เซ่นปมร้อนสาว 18

นายกฯญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาแล้ว ลุยเลือกตั้งใหม่ 8 ก.พ.นี้

ทุบสถิติเพียบ!ครึ่งทางทัพไทยพาราเกมส์

โรงเรียนกำเนิดวิทย์ -ปตท. ตั้งเป้าผลิตนักเรียนวิทย์ฯ ของโลก 11 รุ่น สุดปัง! สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 8 รุ่น 565 คน

ไม่กระทบหาเสียงพรรค! ปมกกต.ถอนชื่อ'ชลสิทธิ-ก้องเกียรติ' โว'กล้าธรรม'ส่งกว่า300เขต

  • Breaking News
  • \'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด\'ส่ง \'เรื่องผีที่ยายเล่า\'และ \'สุภาพบุรุษโฉด\'สนุกครบรส 24-25 มกราฯ นี้ช่อง 7HD 'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'ส่ง 'เรื่องผีที่ยายเล่า'และ 'สุภาพบุรุษโฉด'สนุกครบรส 24-25 มกราฯ นี้ช่อง 7HD
  • \'กกต.\'ถกพรรคการเมืองแบ่งกลุ่มดีเบตประชามติฝ่ายเห็นต่าง กลุ่มละ 5 พรรค ร่วมประชันเวทีเดียวกัน 'กกต.'ถกพรรคการเมืองแบ่งกลุ่มดีเบตประชามติฝ่ายเห็นต่าง กลุ่มละ 5 พรรค ร่วมประชันเวทีเดียวกัน
  • นายกฯญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาแล้ว ลุยเลือกตั้งใหม่ 8 ก.พ.นี้ นายกฯญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาแล้ว ลุยเลือกตั้งใหม่ 8 ก.พ.นี้
  • เหมือนง่าย!นักสอยคิวจีนแทง147อีกแล้ว เหมือนง่าย!นักสอยคิวจีนแทง147อีกแล้ว
  • ฝันดี-ฝันเด่น ภาวนา เลือกตั้งรอบนี้ ขอนักการเมืองที่ดีสุดๆ เป็นของขวัญให้ประเทศ ฝันดี-ฝันเด่น ภาวนา เลือกตั้งรอบนี้ ขอนักการเมืองที่ดีสุดๆ เป็นของขวัญให้ประเทศ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

15 ธ.ค. 2568

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

8 ธ.ค. 2568

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

1 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved