Logo วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ได้กล่าวไว้ว่า “ความจริงบุคคลจะต่างชาติกัน จะมีชาติใดที่รักชอบกันยืดยาวมายิ่งกว่าไทยกับจีนนั้นไม่เห็นมี ด้วยไม่เคยเป็นศัตรูกัน เคยแต่ไปมาค้าขายแลกผลประโยชน์ต่อกันมาได้หลายร้อยปี ความรู้สึกทั้งสองปกติจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาแต่โบราณจนตราบเท่าทุกวันนี้...”

ความสัมพันธ์ระหว่างชาติไทยและจีนนั้น ได้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานร่วม ๘๐๐ ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องมาจนถึงรัตนโกสินทร์ จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือการค้าขาย มาจนถึงการหลอมรวมกันในด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณี


พงศาวดารจีนได้บันทึกเรื่องราวการเดินทางของราชทูตจีนเพื่อมาเจริญสัมพันธไมตรีในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ตั้งแต่ยุคชุนชิว จั้นกั๋ว เมื่อพระเจ้ากุบไล ข่าน จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักหยวน ได้ส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี กับพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อกว่า ๗๐๐ ปีก่อน ถือเป็นการเริ่มต้นฉากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของสองชาติตั้งแต่นั้นมามีการค้าขายและถ่ายทอดความรู้ทางด้านศิลปหัตถกรรม เช่นเครื่องสังคโลกด้วย

ในสมัยอาณาจักรอยุธยา ความสัมพันธ์ไทย-จีนในยุคของราชวงศ์หมิงและชิง มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุด มีการบันทึกไว้ว่าตลอดระยะเวลากว่า ๔๐๐ ปีของกรุงศรีอยุธยานั้น ได้ส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์ดังกล่าวมากกว่า ๑๑๐ ครั้ง ส่วนจีนเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา ๑๗ ครั้ง มีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยามากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเข้ามารับราชการในฝ่ายไทยด้วย เป็นยุคที่ทำการค้าขายโดยใช้สำเภาจีน นำรายได้เข้าสู่ท้องพระคลังของกรุงศรีอยุธยาอย่างมากมาย มีระบบบรรณาการที่เรียกว่า การจิ้มก้อง เกิดขึ้น เป็นการแสดงความนอบน้อมที่ประเทศเล็กมีให้กับประเทศที่ใหญ่กว่า

เมื่อถึงอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ไทยและจีนติดต่อค้าขายกันมากขึ้น โดยเฉพาะในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ซึ่งเชื่อกันว่ามีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเกือบ ๑ ล้านคน จนเริ่มทำให้เกิดความวิตกกังวลในราชสำนัก ทำให้ในสมัยรัชกาลต่อมามีการตัดระบบบรรณาการและยุติการส่งทูตไปประเทศจีนในปีพ.ศ.๒๓๙๖

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในปีพ.ศ.๒๔๘๘  โลกแยกออกเป็น ๒ ฝ่าย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของจีน ทำให้ไทยและจีนต้องเลือกยืนอยู่คนละขั้วในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งถึงปลายสมัยของรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม ประตูแห่งความสัมพันธ์จึงเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จนถึงปีพ.ศ.๒๕๑๘ ในยุคของรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงเกิดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

การเสด็จฯเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ที่ผ่านมานี้ ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในการเจริญสัมพันธไมตรีของทั้งสองชาติ การเสด็จฯครั้งนี้นับเป็นการเสด็จฯของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกในการไปเยือนประเทศจีนหลังจากที่ไทยและจีนได้เริ่มมีสัมพันธไมตรีกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๘ จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา ๕๐ ปี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จฯเยือนประเทศจีนมาก่อนแล้ว ๓ ครั้ง ในสมัยที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การเสด็จฯในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงความแนบแน่นในสายสัมพันธ์ที่มีอยู่ต่อกัน

การต้อนรับของประเทศจีนภายใต้การนำของท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั้นต้องถือว่าเป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติอย่างที่สุดที่ประเทศจีนได้จัดให้กับผู้นำระดับประเทศ เพราะถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีผู้นำระดับประเทศ อาทิ ประธานาธิบดีของชาติมหาอำนาจที่ได้เดินทางไปเยือนนั้น ก็มิได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ในลักษณะนี้มาก่อน

การจัดแถวและขบวนต้อนรับบริเวณลานจัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นการจัดที่สมพระเกียรติและยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง จนเป็นที่จับตามองของประชาคมโลก  มีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโดยขบวนแถวทหารกองเกียรติยศ และเมื่อเพลงสิ้นสุดลงก็มีการเปล่งเสียงของเหล่าทหารจีนทั้งหลายเป็นภาษาไทยว่า “ทรงพระเจริญ”ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดคิด เป็นการแสดงถึงความยกย่องที่ประเทศจีนและประชาชนชาวจีนมีให้แด่พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย

ในช่วงเวลา ๕ วันนั้น ทุกที่ที่พระองค์และสมเด็จฯพระบรมราชินี เสด็จฯไป จะมีการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติยิ่ง นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯก็ยังได้รับความชื่นชมจากประชาชนชาวจีนที่มีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะในเรื่องของพระสิริโฉมและพระจริยวัตรที่งดงามยิ่ง ตลอดจนชุดฉลองพระองค์แบบไทยที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ซึ่งล้วนมีคุณค่ามากกว่า Soft Power ใดๆ

การเสด็จฯของทั้งสองพระองค์ในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดพลังแห่งความผูกพันของทั้งสองชาติอย่างที่สุด จนถึงกับที่ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ใช้คำพูดในระหว่างการกล่าวคำถวายการต้อนรับพระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีของชาติไทยว่า “ไทยกับจีนนั้น เป็นครอบครัวเดียวกัน” เป็นคำกล่าวที่มีความหมายอันลึกซึ้งอย่างยิ่ง ซึ่งคำว่าครอบครัวนั้นท่านประธานาธิบดี
สี จิ้นผิง ไม่เคยใช้เรียกประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ชิดติดประเทศจีนหรือที่อยู่ห่างไกลมาก่อนเลย โดยที่ผ่านมาเกือบทั้งหมดนั้น จะใช้คำว่า “เพื่อน” เป็นหลัก

ถึงแม้การเสด็จไปในครั้งนี้ จะไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีค่าทางการเมืองอย่างที่สุด และจะไม่มีนักการเมืองในระดับผู้นำคนใดจะสามารถสร้างความผูกพันที่มีคุณค่าเชิงบวกเป็นอย่างยิ่งในลักษณะนี้ได้เลย

การเมืองโลกในยุคที่จีโอโพลิติกถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดนั้น การแย่งชิงพื้นที่ ของมหาอำนาจทั้งหลายเพื่อความได้เปรียบไม่ว่าจะในด้านการเมืองหรือธุรกิจ เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐอเมริกาต้องการเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ด้วยการแสดงตัวว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเขมร ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการแสดงบทบาทที่บอกได้เลยว่าเข้าข้างเขมรกรณีที่มีปัญหาเรื่องชายแดนกับประเทศไทยอยู่ในขณะนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือดูแลเขมรมาอย่างต่อเนื่อง แต่จากลักษณะนิสัยของผู้นำเขมรตระกูลฮุน ทำให้สหรัฐอเมริกาเห็นช่องทางในการแทรกแซงได้โดยง่าย จึงได้พยายามทุกวิถีทางจนน่าจะเรียกได้ว่าเริ่มประสบความสำเร็จในการเดินแซงหน้าจีนเข้าไปมีอิทธิพลเหนือเขมร

การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไปเยือนจีนในครั้งนี้ ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า จีนและไทยคือครอบครัวเดียวกัน และสายสัมพันธ์แบบนี้ คือสิ่งที่จะใช้ในการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคนี้ของ ๒ ขั้วประเทศมหาอำนาจได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่อเมริกาพยายามจะใช้เรื่องอัตราภาษีสินค้าในการรุกรานหรือสนับสนุนประเทศต่างๆทางอ้อมนั้น ไทยก็เป็นประเทศที่ถูกบีบด้วยเรื่องนี้ แต่จีนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการใช้กลยุทธ์ที่เหนือกว่า โดยท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่วันแรกๆ ที่เสด็จพระราชดำเนินไปถึงว่า จะซื้อข้าวไทยเป็นจำนวนถึง ๕ แสนตัน เพิ่มเติมจากที่เคยซื้ออยู่แล้วโดยทันที ซึ่งน่าจะทำให้การพิจารณาของรัฐบาลไทยว่าใครคือมิตรแท้ที่จริงใจต่อกันนั้นง่ายขึ้น

เชื่อได้ว่าความเจริญทางสัมพันธไมตรีของไทยและจีนจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน และไม่มีอำนาจการเมืองใดๆ ไม่ว่าจากในหรือนอกประเทศจะมากระทำจนเกิดผลกระทบ ในทางที่ไม่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะตราบใดที่ทั้ง ๒ ประเทศยังยึดมั่นและให้ความเคารพในเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งสองประเทศที่คบค้ากันมายาวนานร่วม ๘๐๐ ปี โดยในส่วนของจีนนั้นยังคง
ยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยว่าเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดของชาติ เป็นศูนย์รวมใจของประชาชน

ขอองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี จงทรงพระเจริญ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:10 น. นรข.เชียงราย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด ริมน้ำโขง ชายแดนเชียงแสน
20:42 น. รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล
20:32 น. เจาะยุทธศาสตร์ความปลอดภัย! ฮันตาไวรัส บนเรือสำราญ กับบทเรียนที่คนไทยต้องถอดรหัส
19:20 น. อวยกันจนเว่อร์! อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ยัน รายรับสูงกว่ารายจ่ายเรื่องปกติ
18:43 น. คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว
ดูทั้งหมด
ขุดพบสุสานบุคคลชั้นสูง อายุกว่า 1,500 ปี สวมกำไลทองคำ ฝังรวมกับกลองมโหระทึก
นาซา เปิดผลจำลอง 4 แสนครั้ง จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เวลา วันสิ้นโลก มาเร็วกว่าที่คิด
เพจดังประกาศปิดคอมเมนต์ ปู กนกวรรณ โผล่ตอบปมบทสัมภาษณ์ในอดีต
งดงามเหนือกาลเวลา! เทียร่า มรดกพระพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 สู่พระสิริโฉมพระบรมราชินี ณ สวีเดน
เอ็ดดี้ ไขคำตอบ! ทำไมพระมหากษัตริย์ไทย เป็นพระราชวงศ์จากเอเชีย เพียงหนึ่งเดียว ร่วมงานกษัตริย์สวีเดน
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 5 พฤษภาคม 2569
การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า
วัดบารมี‘หนู’กับ‘แม้ว’ใครใหญ่กว่ากัน
ความสุขของฉัน ได้มาจาก การสรุปบทเรียนชีวิตอันยาวนาน (2)
ตำนานชีวิตอมตะ (2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจาะยุทธศาสตร์ความปลอดภัย! ฮันตาไวรัส บนเรือสำราญ กับบทเรียนที่คนไทยต้องถอดรหัส

สายฟ้าฟาดโรงกลั่นชลบุรี ไฟไหม้ฝาถัง Crude Oil ระดมฉีดโฟมคุมเพลิงวุ่น

พรุ่งนี้ 5 โมงเย็น! ปชน.จ่อเปิดตัว ดร.โจ กรุงเทพง่ายๆ BYผู้ว่าประชาชน แพลมไต๋โปร 5 เดือน 5

ส่งกำลังใจ ต้อย ศศิมา อดีตเซ็กซี่สตาร์ป่วยหนัก หมดสติในห้องน้ำ 2 วัน

อ.อัจฉราวดี เตือนสติรัฐ! แลนด์บริดจ์พ่วงกฎหมาย SEC คือใบเบิกทางเสียดินแดน

อนุทิน พูดแล้วทำ เผย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเข้า ครม.พรุ่งนี้

  • Breaking News
  • นรข.เชียงราย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด ริมน้ำโขง ชายแดนเชียงแสน นรข.เชียงราย ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ด ริมน้ำโขง ชายแดนเชียงแสน
  • รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล
  • เจาะยุทธศาสตร์ความปลอดภัย! ฮันตาไวรัส บนเรือสำราญ กับบทเรียนที่คนไทยต้องถอดรหัส เจาะยุทธศาสตร์ความปลอดภัย! ฮันตาไวรัส บนเรือสำราญ กับบทเรียนที่คนไทยต้องถอดรหัส
  • อวยกันจนเว่อร์! อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ยัน รายรับสูงกว่ารายจ่ายเรื่องปกติ อวยกันจนเว่อร์! อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ยัน รายรับสูงกว่ารายจ่ายเรื่องปกติ
  • คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

27 เม.ย. 2569

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

20 เม.ย. 2569

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

16 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved