วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / อ่านระหว่างบรรทัด
อ่านระหว่างบรรทัด

อ่านระหว่างบรรทัด

สันติสุข มะโรงศรี
วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ฟื้นชีวิตหลังน้ำท่วม ภารกิจที่รัฐบาลแพ้ไม่ได้

ดูทั้งหมด

  •  

น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดปีนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ที่ดูเหมือนพูดถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มากกว่าพื้นที่อื่น เพราะมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เป็นเมืองเศรษฐกิจที่ความเสียหายจะกระทบต่อเนื่องไปทั่วทั้งภาคใต้


จังหวัดอื่นๆ ก็เดือดร้อน เสียหายหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น สตูล ตรัง พัทลุง ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

1. น้ำพระราชหฤทัยจากในหลวง

ตามที่สถานการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้ตอนล่าง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมิอาจประเมินค่าความเสียหายได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัย บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว ทรงเสียพระราชหฤทัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแสผ่านนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ความว่า

“ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสา ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน จำนวน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์วิโรจน์
โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินดังกล่าว

พร้อมทั้ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับค้นหา และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับขนส่งอาหาร แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และบรรเทาสาธารณภัยแก่ราษฎร”

2. การฟื้นชีวิตหาดใหญ่ คือภารกิจที่รัฐบาลแพ้ไม่ได้

ลองนึกภาพ... วันนี้ น้ำลด สภาพบ้านเรือน ร้านค้าพาณิชย์ ธุรกิจค้าขาย พังเสียหายยับเยิน

ประชาชนยังกลับมาทำมาหากินไม่ได้ทันที แต่หนี้สินครัวเรือนที่มีอยู่เดิมก็รอคอยอยู่ข้างหน้า

เงินที่จะต้องใช้ซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเรือน รถถูกน้ำท่วม เครื่องมือทำมาหากินเสียหายหมด

เงินกระเป๋าหายหมด

ชีวิตที่บอบช้ำอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับภาระซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

รัฐบาลจึงมีภารกิจสำคัญยิ่งยวด ต้องช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม ให้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง

พยุงให้ลุกขึ้น ประคองให้ก้าวเดิน และสนับสนุนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

การฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมปักษ์ใต้ในทุกจังหวัด เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยเหลือผู้คนที่บอบช้ำ ชีวิตแทบล้มละลาย รัฐบาลต้องช่วยให้คนเหล่านี้กลับมายืนได้อีกครั้ง

มิฉะนั้น น้ำท่วมแล้วก็ต้องล้มละลาย ตายทั้งเป็น แล้วเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่ เศรษฐกิจภาคใต้ ก็จะพังพลายตามไปด้วย

3. เงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน เป็นการช่วยเหลือที่เป็นตัวเงินเฉพาะหน้าส่วนหนึ่ง

รัฐบาลจะเริ่มจ่ายได้สัปดาห์นี้ทันที

ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระยะเร่งด่วน ทำความสะอาด ฟื้นฟูระบบสื่อสาร สาธารณูปโภค และเปิดเส้นทางเพื่อซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน

ตามด้วยการซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง ระบบประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะของผู้ประสบภัย รวมถึงซ่อมถนนสายรองและสายหลักต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้สรุปแนวทางการบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว (ก่อนน้ำลด) แบ่งเป็น 3 ระยะการช่วยเหลือ ได้แก่

ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วน : จัดเตรียมศูนย์พักพิง นำส่ง-กระจายเครื่องอุปโภค-บริโภค ขยายวงเงินทดรองราชการ และออกหนังสือเวียนแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น

ระยะที่ 2 การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ : พักชำระหนี้-ดอกเบี้ย สินเชื่อดอกเบี้ย 0% และมาตรการพาณิชย์ เช่น ร้านธงฟ้า

ระยะที่ 3 การฟื้นฟู : เร่งเคลมประกัน สินเชื่อฟื้นฟู มาตรการภาษีเพื่อช่วยค่าซ่อมบ้าน – รถ และทรัพย์สินที่เสียหาย

4. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) สรุป 8 มาตรการ นายกฯ อนุทิน สั่งการเพื่อจะ “ฟื้นฟู-เยียวยา” ในพื้นที่หาดใหญ่ ที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังนี้

“1. พักหนี้ พักต้น พักดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์ - รัฐ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี

2. เงินกู้เพื่อการยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี

3. เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี โดยให้คนในครอบครัวค้ำประกันวงเงินกู้ได้

4. ให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอนอำนวยความสะดวกประชาชน

5. สำนักงานประกันสังคม “จ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณี” แก่ผู้ประกันตน

6. เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติ รายละ 2,000,000 บาท ในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

7. มาตรการช่วยเหลือ SMEs สนับสนุนฟื้นฟูธุรกิจกรณีพิเศษ โดยเร็วที่สุด

8. สนับสนุนมาตรการทางภาษี และการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หาดใหญ่ และพื้นที่ประสบภัย “สร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย”

ยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเร่งฟื้นฟู กระตุ้นให้เศรษฐกิจของหาดใหญ่กลับภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

5. รัฐบาลควรต้องสรุปบทเรียนความจริงจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้

ค้นหาความจริง สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายหนัก และมีคนเสียชีวิตมากเป็นประวัติการณ์ เพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขหลังจากนี้

5.1 ทำไมน้ำท่วมหาดใหญ่รุนแรงกว่าทุกครั้ง?

GISTDA นำเสนอบทวิเคราะห์ “มหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา 2568 ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง”

ระบุว่า อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาล แต่เป็นวิกฤตที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหา จากปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และ ความเปราะบางเชิงโครงสร้างของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

โดยมีข้อมูลสำคัญจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยืนยันว่า ระดับน้ำครั้งนี้ สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดเมื่อปี พ.ศ. 2553 และบางแหล่งข้อมูลระบุว่า ปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มิลลิเมตร ใน 3 วัน (19–21 พ.ย.)

ซึ่งมากกว่าปริมาณสูงสุดของปี 2553 (428 มม.) และจัดเป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักในรอบหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้ปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง ทำให้หลายพื้นที่เผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายวัน สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ระบุว่า ปริมาณฝนครั้งนี้สูงที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้มีน้ำหลากเข้าท่วมชุมชนมากกว่า 100 แห่ง บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร บ้านเรือน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายจนการสัญจรแทบเป็นไปไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา

พื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นหนึ่งในลุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดสงขลา ลุ่มน้ำแห่งนี้มีต้นน้ำอยู่บริเวณอำเภอสะเดา ไหลผ่านพื้นที่เมืองหาดใหญ่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่แหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า โดยรับน้ำจากคลองสาขาหลายสาย เช่น คลองสะเดา คลองหล้าปัง คลองตง และคลองประตู

ลักษณะภูมิประเทศตอนบนของลุ่มน้ำเป็นภูเขา โดยเฉพาะเทือกเขาน้ำค้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสันกาลาคีรี ส่วนตอนกลางและตอนล่างเป็นพื้นที่ราบลุ่มกว้าง ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นอย่างเมืองหาดใหญ่ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดรับน้ำหลักของลุ่มน้ำทั้งหมด

ลักษณะภูมิประเทศเองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้น พื้นที่ตอนเหนือของลุ่มน้ำเป็นภูเขาและพื้นที่ลาดเอียง เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจะไหลลงสู่พื้นที่ราบอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีพื้นที่หน่วงหรือกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ขณะเดียวกัน พื้นที่ราบตอนกลางและตอนล่างซึ่งเป็นเขตเมืองมีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น ทำให้การซึมลงดินลดลงอย่างมาก น้ำจำนวนมหาศาลจึงไหลสะสมลงในพื้นที่ล่าง จนเกิดสภาวะที่เปรียบได้ว่า “น้ำลงมาเร็ว แต่ระบายออกช้า” อันเป็นสาเหตุสำคัญของน้ำท่วมขยายวงกว้างในเขตเมืองหาดใหญ่

นอกจากปริมาณฝนที่มากกว่าปกติแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังมีลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งคือ “ฝนตกแช่” (Stagnant Rainfall) หรือฝนที่ตกต่อเนื่องยาวนานโดยไม่มีช่วงให้ระดับน้ำได้ลดลงเลย ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนจนถึงหลายวันถัดมา ฝนยังคงตกด้วยความแรงสลับเบา แต่ไม่หยุดสนิท ทำให้ดินอุ้มน้ำจนเต็ม ความสามารถในการดูดซึมน้ำลดลงจนเหลือศูนย์ น้ำผิวดินจึงไหลบ่าลงคลองอู่ตะเภาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาแบบไม่หยุดพักนี้ ทำให้ระบบลำน้ำและระบบระบายภายในเขตเมืองไม่สามารถรับมือได้ทัน เกิดการหนุนทับชั้นแล้วชั้นเล่า จนน้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้นในเวลาอันสั้น

เมื่อรวมเข้ากับปริมาณฝนที่ตกหนักกว่าปกติและตกต่อเนื่องหลายวันทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่คลองอู่ตะเภามากเกินความสามารถของทั้งดิน ระบบลำน้ำ และระบบระบายน้ำในเขตเมืองในการรองรับ พื้นที่ราบตอนล่างซึ่งเป็นโซนรับน้ำสุดท้ายของลุ่มน้ำถูกน้ำท่วมซ้ำซากอีกครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นผลลัพธ์ของทั้งสภาพอากาศสุดขั้วและข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมโดยโครงสร้าง

ความรุนแรงของอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดสงขลา ทั้งความเสียหายต่อเมือง ที่อยู่อาศัยประชาชน ระบบสาธารณูปโภคล่ม ระบบการขนส่ง เป็นต้น จนจังหวัดสงขลาได้ประกาศเขตภัยพิบัติทั้ง 16 อำเภอ และต้องเร่งอพยพประชาชนจำนวนมากคนออกจากพื้นที่เสี่ยง

เหตุการณ์น้ำท่วมลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของพื้นที่ต่อสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและเมืองหาดใหญ่รวมถึงลุ่มน้ำอื่นๆ ที่มีลักษณะปัจจัยใกล้เคียง สามารถรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต”

5.2 ทำไมประชาชนจำนวนมากจึงติดอยู่ในบ้านเรือน? ทำไมความช่วยเหลือเข้าไปไม่ทั่วถึง?

น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ ปริมาณน้ำถือว่าวิกฤตมาก แล้วทำไมประชาชนไม่ได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ? ทำไมไม่มีการเข้าไปช่วยเหลือให้อพยพออกจากบ้านเรือนก่อนที่น้ำจะเข้าท่วมถึงระดับวิกฤตอันเป็นเหตุให้การช่วยเหลือภายหลังเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะประชาชนเกือบแสนคนติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมรุนแรง จนกระทั่งมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก

พบว่า ประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่ส่วนใหญ่ ทราบว่าน้ำมา แต่ยืนยันว่า เทศบาลนครหาดใหญ่ผิดพลาด บกพร่อง หรือละเว้นในการแจ้งเตือนให้อพยพ

ยกตัวอย่าง เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ ผศ.นพ.คณิน คะนึงวนิชกุลรพ.สงขลานครินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก “Khanin Khanungwanitkul”ระบุว่า

“... ราบพณาสูญ น่าจะเป็นคำที่แสดงนิยามของน้ำท่วมครั้งนี้ได้ดีที่สุด บางคนสูญเสียแทบทุกสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต

- ทุกฤดูฝน ชาวหาดใหญ่จะฟังเทศบาลเป็นหลัก เพราะส่วนกลาง เช่น กรมอุตุฯ จะใช้คำซ้ำๆ ที่พิมพ์ในประกาศ เช่น ระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน ดินถล่ม ซึ่งบางครั้ง ตกแค่เล็กน้อย กรมอุตุฯก็ใช้คำพูดที่ไม่ต่างกัน ไม่ได้สื่ิอถึงความรุนแรง แต่เทศบาลจะสื่อสารโดยใช้ระบบ สีธง ซึ่งชาวหาดใหญ่จะเข้าใจว่าคืออะไร

- ในรอบนี้ มีระบบแจ้งเตือนจากส่วนกลางก่อน แต่.. เทศบาลกลับสื่อสารไปคนละทาง แม้ทุกคนได้รับสัญญาณเตือน แต่เทศบาลกลับยังบอกประชาชนว่า ธงเขียว

- สิ่งที่ตามมาคือ คนหาดใหญ่ก็ต้องเชื่อสิ่งที่เทศบาลสื่อสารมาโดยตลอดทั้งชีวิต และมองคำเตือนที่ดังจากในระบบเป็นแค่ข้อความที่เหมือนคำเตือนทุกๆ ครั้ง ของกรมอุตุฯ

- วันศุกร์ 21.00 น. ผมได้รับข่าวว่าคอหงส์ ยกธงแดง สิ่งที่ทำคือ รีบบอกพ่อว่า คอหงส์ ธงแดง ป๊าเอารถเก็บที่สูงก็ดี แต่หาดใหญ่ยังโอเค นายกเทศบาลบอกเอาอยู่

- 5 นาทีหลังวางสาย พ่อโทรมาบอกน้ำเต็มถนนในเมืองแล้ว แต่อาจจะเป็นแค่น้ำระบายไม่ทันเพราะฝนหนักมาก หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงทราบว่าหาดใหญ่ขึ้นธงเหลือง ผมรีบขับเพื่อจะเข้าบ้าน แต่ทางถูกตัดขาดเรียบร้อยระหว่าง จาก ม.สงขลานครินทร์ เข้าเมือง

- ไม่เกินชั่วโมง ทั้งเมืองเริ่มโกลาหล และข่าวก็ประกาศธงแดงแทบในทุกพื้นที่ของหาดใหญ่ และผมคลาดกับพ่อแม่โดยสมบูรณ์

- จากธง เขียว -> แดง เวลาน้อยมาก แทบไม่มีใครเตรียมอะไรทันแน่นอน

- วันอาทิตย์ น้ำเริ่มลด ผมรีบกลับบ้านเพื่อจะพาพ่อเข้ามาในมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ได้คำตอบคือ ในวิทยุบอกน้ำเริ่มลดแล้ว ทางเทศบาล กับ นายกเทศมนตรีบอก เป็นแค่น้ำหลากรอระบายมันลงเร็ว พรุ่งนี้ทุกอย่างก็เป็นปกติ (แต่ขณะนั้นทุก model forecast ว่าฝนชุดใหญ่กำลังจะมาอีก)

- แทนที่จะเตือนประชาชนให้เตรียมรับน้ำมหาศาลอีกระลอก กลับบอกในแง่ดีว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย

- เย็นวันนั้น ฝนเริ่มกระหน่ำอีก ผู้คนที่เริ่มทำความสะอาดบ้าน และพร้อมตื่นมาทำงานกลับพบว่าน้ำเริ่มทะลักเข้าบ้านอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว น้ำมาเร็วมาก หลายคนเข้าบ้านไปช่วยครอบครัวขนของขึ้นชั้น 2 แล้วออกมาไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว และระบบไฟ ระบบสื่อสารก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

- น้ำท่วมขึ้นสูงจนมิดชั้น 2 หลายคนที่ติดอยู่ออกมาไม่ได้ รวมถึง หมอ อาจารย์แพทย์ ที่รู้จัก ขณะนี้ก็ไม่ทราบชะตากรรม ได้เห็นโพสขอความช่วยเหลือ ว่าน้ำกำลังท่วมคนในบ้านออกมาไม่ได้เพราะหน้าต่างเป็นลูกกรง เสียงขอความช่วยเหลือถูกตะโกน ออกทางหน้าต่างไปทั้งเมือง แต่เรือที่จะช่วยเหลือกลับแทบไม่มี

- คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตุนเสบียงแม้แต่น้อย รวมถึงพ่อ แม่ที่บ้านก็แทบติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ชะตากรรม

คำถาม

- ทำไมระบบแจ้งเตือนเทศบาลรอบนี้มันถึงแย่ได้ขนาดนี้ ทำไมกล้าพูดว่าเอาอยู่ มันคือชีวิตคนทั้งเมือง เอามาทำเป็นเล่น งูๆ ปลาๆ แบบนี้ได้เหรอ น้ำท่วมมันเป็นภัยธรรมชาติไม่มีใครโทษใครได้ เพราะครั้งนี้มันหนักจริง แต่สิ่งหนึ่งที่ความเสียหายมากขนาดนี้ คือ ข่าวที่ออกมาจากเทศบาลเพื่อหน้าตาหรืออะไรก็ตาม

คณะทำงานหาดใหญ่ที่ดูพยากรณ์ปริมาณฝนไม่เป็น มันจะควรมาทำงานเพื่อหาดใหญ่เหรอ...”

สรุป รัฐบาลต้องสรุปบทเรียนความจริงของเหตุการณ์น้ำท่วมที่ทำให้มีความสูญเสียและเสียหายหนักเป็นประวัติการณ์ที่หาดใหญ่ เพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขต่อไป

และภารกิจสำคัญเร่งด่วนในขณะนี้ คือ ฟื้นชีวิตเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมให้ได้ เป็นภารกิจที่รัฐบาลแพ้ไม่ได้

สันติสุข มะโรงศรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. สอศ.เปิดตัวเลขวันแรก ประชาชนเข้าใช้บริการ Fix it อาชีวะจิตอาสา
21:55 น. ปันปัน สุทัตตา คว้าปริญญาโทสำเร็จ แฟนคลับแห่ยินดี
21:44 น. พ่อเมืองประจวบฯใจดี! เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงงาน'ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์'
21:28 น. 'นายกฯ'พบ'มทภ.4'ตรวจการระบายขยะ รพ.หาดใหญ่ พร้อมยกมือไหว้-ให้กำลังใจพลทหาร
21:26 น. 'ตร.กาฬสินธุ์'จับ 3 เอเย่นต์ยานรก ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1.6 ล้านเม็ด
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 พ.ย.-2 ธ.ค.68
ราชทัณฑ์ แจงปมภาพถ่ายครอบครัว'ทักษิณ' ชี้โครงการ เยี่ยมญาติใกล้ชิด จัดมาแล้วหลายปี 
มาแล้ว กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ย.-4 ธ.ค.68
ถึงบางอ้อ นักเขียนซีไรต์ เล่าเรื่องราว เขต 8 หาดใหญ่
เคลียร์ชัดอีกครั้ง ​ก็อต อิทธิพัทธ์ ชี้แจงสาเหตุเลิก ริชชี่ ปิดฉากรัก6ปี
ดูทั้งหมด
คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร
‘มาร์ค-หนู-เท้ง’ตัวเลือกคนไทย
การสร้างสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตย โดยผ่านการปฏิรูประบบและกระบวนการกฎหมาย (3)
ควันหลงจากหาดใหญ่
เพดานค่าโดยสารเครื่องบินสูงเกินไป ย่อมเปิดช่องให้ขูดรีดประชาชน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'นายกฯ'พบ'มทภ.4'ตรวจการระบายขยะ รพ.หาดใหญ่ พร้อมยกมือไหว้-ให้กำลังใจพลทหาร

เรื่องปกติถูกโจมตี! ‘อนุทิน’เมินดราม่า ‘บิ๊กโจ๊ก’เปิดแชทไลน์‘ผู้บริหาร สธ.’

สวนดุสิตโพลชี้'น้ำท่วมหาดใหญ่' รัฐบาลคะแนนตก ฝ่ายค้านเด่น'เท้ง'แซงนำ

แพนเค้ก ลงพื้นที่สงขลา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สลดกลางงานวันเกิด! กราดยิงในแคลิฟอร์เนีย ดับ 4 ราย-บาดเจ็บ 10

ดับ193ราย น้ำท่วมศรีลังกาหนัก ผู้สูญหายเกิน200ชีวิต

  • Breaking News
  • สอศ.เปิดตัวเลขวันแรก ประชาชนเข้าใช้บริการ Fix it อาชีวะจิตอาสา สอศ.เปิดตัวเลขวันแรก ประชาชนเข้าใช้บริการ Fix it อาชีวะจิตอาสา
  • ปันปัน สุทัตตา คว้าปริญญาโทสำเร็จ แฟนคลับแห่ยินดี ปันปัน สุทัตตา คว้าปริญญาโทสำเร็จ แฟนคลับแห่ยินดี
  • พ่อเมืองประจวบฯใจดี! เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงงาน\'ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์\' พ่อเมืองประจวบฯใจดี! เลี้ยงโต๊ะจีนลิงเขาช่องกระจก ช่วงงาน'ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์'
  • \'นายกฯ\'พบ\'มทภ.4\'ตรวจการระบายขยะ รพ.หาดใหญ่ พร้อมยกมือไหว้-ให้กำลังใจพลทหาร 'นายกฯ'พบ'มทภ.4'ตรวจการระบายขยะ รพ.หาดใหญ่ พร้อมยกมือไหว้-ให้กำลังใจพลทหาร
  • \'ตร.กาฬสินธุ์\'จับ 3 เอเย่นต์ยานรก ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1.6 ล้านเม็ด 'ตร.กาฬสินธุ์'จับ 3 เอเย่นต์ยานรก ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1.6 ล้านเม็ด
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ฟื้นชีวิตหลังน้ำท่วม  ภารกิจที่รัฐบาลแพ้ไม่ได้

ฟื้นชีวิตหลังน้ำท่วม ภารกิจที่รัฐบาลแพ้ไม่ได้

1 ธ.ค. 2568

ปิดฉากมหากาพย์ระบอบทักษิณ

ปิดฉากมหากาพย์ระบอบทักษิณ

24 พ.ย. 2568

ไทยยืนหยัด  ในสงครามล่าเมืองขึ้น ด้วย Reciprocal Tariffs

ไทยยืนหยัด ในสงครามล่าเมืองขึ้น ด้วย Reciprocal Tariffs

17 พ.ย. 2568

ปรากฏการณ์ ‘หมอนทอง... วิทยา’

ปรากฏการณ์ ‘หมอนทอง... วิทยา’

10 พ.ย. 2568

ปิดฉากมหากาพย์  ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ปิดฉากมหากาพย์ ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว

3 พ.ย. 2568

ถ้าลงนามแล้ว กัมพูชาไม่ทำ?

ถ้าลงนามแล้ว กัมพูชาไม่ทำ?

27 ต.ค. 2568

อัยการสูงสุดคนใหม่ ปมอุทธรณ์คดี 112 ทักษิณ  บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

อัยการสูงสุดคนใหม่ ปมอุทธรณ์คดี 112 ทักษิณ บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

20 ต.ค. 2568

การเมืองยุคหลังลุงตู่

การเมืองยุคหลังลุงตู่

13 ต.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved