วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแก้ เพิ่มความผิดนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน-ลักทรัพย์ เกือบ 600 กระทง จำคุก 20 ปี (สูงสุดตามกฎหมาย) และต้องคืนเงินรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ
เกิดผลสะเทือนถึงมหาอาณาจักรธรรมกายทันที
1.สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาลงโทษนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวกรวม 11 ราย
มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และลักทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น เกือบ 600 กระทง
ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 (โดยให้เหตุผลว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีที่ศาลอาญาเคยพิพากษาไปแล้ว) ต่อมา เมื่อวันที่17 มกราคม 2566ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้ไข โดยเห็นว่าคดีไม่เป็นการฟ้องซ้ำ และลงโทษนายศุภชัยในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม รวมถึงความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง (ไม่ผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน)
ล่าสุด เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาได้วินิจฉัยแก้ไขเพิ่มเติม โดยเห็นว่าจำเลยที่ 1 (นายศุภชัย) มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายกระทง แม้โทษรวมตามจำนวนกระทงจะหลายร้อยปี แต่เมื่อรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ก็ให้จำคุกสูงสุด 20 ปี
นอกจากนี้ ศาลฎีกายังได้มีคำสั่งให้นายศุภชัย จำเลยที่ 1คืนเงินแก่ผู้เสียหาย 2,455 ราย กว่า 5,612 ล้านบาท และคืนเงินแก่โจทก์ร่วมอีกกว่า 10,726 ล้านบาท
คดีหลักถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่า นายศุภชัยกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน อันเป็นมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ดังนั้น การดำเนินการติดตามทรัพย์สินที่ได้ไปจากการฉ้อโกงประชาชน ตามกฎหมายฟอกเงิน ตามที่ผ่องถ่ายทรัพย์สินออกไปในรูปแบบเส้นทางต่างๆ จึงมีความถูกต้อง ชอบธรรม
2.ปัจจุบัน นายศุภชัย ยังคงรับโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำ ยังมีคดีติดตัวอีกหลายคดี
เจ้าตัวถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.1739/2558 (คนละคดีกับคดีร่วมกันฟอกเงินกับธัมมชโย)ฐานยักยอกทรัพย์ สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการเบิกจ่ายเงินของสหกรณ์ฯหลายครั้ง เป็นเงินยี่สิบกว่าล้านบาท เข้าบัญชีของนายศุภชัยหรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกจำเลย 7 ปี
คดีที่ศาลฎีกาพิพากษาล่าสุด เรียกว่า เป็นคดีหลักของมหากาพย์โกงสหกรณ์คลองจั่น
โดยมีการผ่องถ่ายเงินออกไปจากสหกรณ์นับหมื่นล้านบาท กระทั่งสหกรณ์ขาดทุนล่มจม ประสบปัญหาทางการเงิน สมาชิกหลายหมื่นคนเดือดร้อนแสนสาหัส
กระทบต่อเนื่องไปยังสหกรณ์เจ้าหนี้อีกนับร้อยแห่ง
ต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ มีหนี้สินเงินฝาก 17,000 ล้าน (ล่าสุดชำระคืนไปบางส่วนแล้ว)
3.ผลของ “คดีหลัก” มีความสำคัญมาก
เพราะคดีแพ่งฟอกเงินหลายๆ คดี รอผลคดีหลัก
เมื่อศาลฎีกาพิพากษา คดีหลักถึงที่สุดว่านายศุภชัยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แล้วก็มีการผ่องถ่ายเงินออกไปตามเส้นเงินสายต่างๆ ย่อมสะเทือนสวรรค์ชั้นดุสิตของใครต่อใคร
หลังจากนี้ ต้องติดตามคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินฟอกเงิน โดยเฉพาะที่ไหลเข้าไปในเครือข่ายมหาอาณาจักรธรรมกาย มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท
และยังมีคดีอาญาฐานฟอกเงินผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคดี
4.นายศุภชัย อดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อดีตไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย เคยอ้างบริจาคเงินหลายก้อน มูลค่ามหาศาลให้แก่พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายเคยเป็นประธานงานระดมทุนทำบุญก่อสร้างอาคารใหญ่โตของวัด
.png)
ยังมีคดีอาญาฐานฟอกเงินอีกหลายคดี
หนึ่งในนั้น คือ คดีที่อดีตพระธัมมชโยตกเป็นผู้ต้องหา แล้วหลบหนีอยู่ในขณะนี้ด้วย
อดีตพระธัมมชโยยังคงหลบหนีหมายจับของศาล ในคดีร่วมกับนายศุภชัยฟอกเงิน รับของโจร ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังไม่ถูกพิพากษาความผิด แต่หลบหนีคดี หนีหมายจับ
คดีอาญาฐานร่วมกันฟอกเงิน รับของโจร ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ยังไม่มีคำพิพากษา
จำเลยที่สู้คดีอยู่ คือ นายศุภชัย และเจ้าหน้าที่สหกรณ์
ส่วนที่หนีคดี ได้แก่ อดีตพระธัมมชโย และลูกศิษย์อีกคน
5.นายอนันต์ อัศวโภคิน ผู้เคยมีบทบาทสำคัญในโครงการก่อสร้างทั้งหลายในมหาอาณาจักรธรรมกาย
ตั้งแต่สมัยก่อสร้างพระมหาธรรมกายเจดีย์ ทั้งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน และยังเชิญชวนประชาชนบริจาคเงินให้กับธรรมกายโดยกล่าวถึงขนาดเคยกล่าวว่า “ปิดบัญชี” เพื่อทำบุญถวายหลวงพ่อ “ไม่เม้ม” ฯลฯ
เคยมีบทบาทสำคัญในการระดมเงินบริจาคเข้าธรรมกาย
และเคยต้องคดีฟอกเงินที่ดีเอสไอสอบสวน
ปัจจุบัน ทราบว่า คดีที่เคยถูกสอบสวนไปไม่ถึงศาล
โดยไม่มีการอธิบายชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณชน ทั้งๆ ที่ คดีที่ ปปง.ตามยึดอายัดทรัพย์สินทั้งที่ดินที่เกี่ยวกับลูกสาว และอาคารโรงพยาบาลบุญรักษา ศาลแพ่งล้วนพิพากษาตามที่ฝ่าย ปปง.ร้องขอ
6.คดีแพ่งเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน
การโกงสหกรณ์คลองจั่น ฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน มีทรัพย์สินถูกผ่องถ่ายออกไป ทำให้ ปปง.เข้ามาสอบสวนเส้นทางเงิน และอายัดทรัพย์ไว้หลายรายการ ก่อนจะนำไปฟ้องศาลแพ่ง เพื่อให้ทรัพย์นั้นตกเป็นของแผ่นดิน หรือคืนแก่สหกรณ์คลองจั่นแล้วแต่กรณี
ปรากฏว่า เมื่อไปถึงชั้นศาลแพ่ง ศาลพิพากษาให้คืนทรัพย์สินหรือชดใช้เงินแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ ทุกคดี
พูดง่ายๆ เป็นไปตามที่ฝ่าย ปปง.ตามยึดอายัดไว้
ไม่ว่าจะเป็น กรณีเงินในบัญชีเงินฝากชื่อวัดและมูลนิธิเครือธรรมกาย 58 ล้าน
กรณีอาคารที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่
กรณีที่ดินและอาคารบุญรักษา (พันกับลูกสาวเจ้าสัวธรรมกาย) ฯลฯ
รวมมูลค่าที่ศาลแพ่งพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ ปปง.ยึดไว้ ให้คืนแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวน 1,411 ล้านบาท (คดียังไม่ถึงที่สุด)
และยังมีทรัพย์สินอีกหลายรายการ เช่น อาคารลูกโลก, อาคารมหารัตนวิหารคต, ที่ดินใกล้ๆ วัดพระธรรมกายอีกหลายแปลง ฯลฯ ที่ให้รอผลการพิจารณาคดีหลัก
ซึ่งคดีหลัก ก็คือคดีที่ศาลฎีกาเพิ่งจะมีคำพิพากษาว่านายศุภชัยมีความผิดจริงในข้อหาฉ้อโกงประชาชนอันเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินด้วยนั่นเอง !!!
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
7. คดีแพ่งเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินคืนสหกรณ์คลองจั่น
แหล่งข่าวจากสหกรณ์คลองจั่น ให้ข้อมูลล่าสุด ระบุว่า
ตามหลักฐานที่ดีเอสไอส่งหลักฐานการจ่ายเช็คของคุณศุภชัยให้วัด พระ และมูลนิธิฯ รวมกัน 27 ฉบับ เป็นเงิน 1,458 ล้านบาท ดังนี้
“1. เส้นทางการเงินเช็ค 27 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 1,458,560,000 บาท
สหกรณ์ได้รับเงินมาแล้วตามเช็ค 21 ฉบับ เป็นเงินจำนวน 1,055 ล้านบาทเศษ
ยังเหลืออยู่อีกจำนวน 386 ล้านบาท
2. สหกรณ์ฯ ได้รับเงินตามคำพิพากษาคดี ฟ.173 /2559จำนวนเงิน 58 ล้านบาทเศษ และได้รับจากการเจรจาเพิ่มอีก 30 ล้านบาท ยังเหลืออยู่อีก 298 ล้านบาท
3. สหกรณ์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลแพ่ง ยังเหลือที่จะได้รับเงินอีกจำนวน 298 ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาตรา 49/1
4. ส่วนคดีฟอกเงินอีก 2 คดี ที่เกี่ยวกับวัด คือ
ฟ. 101 อาคารลูกโลก
ฟ. 221 อาคารวิหารคต
เมื่อคดีฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างอันเป็นคดีมูลฐาน ศาลมีพิพากษาแล้ว ศาลแพ่งจะต้องยกขึ้นพิจารณาอีก สหกรณ์มีสิทธิ์ได้รับเงินอีกตามสัญญาประนีประนอมยอมความ 298 ล้านบาท
5. ส่วนคดีฟอกเงินอื่นๆ อีกจำนวนหลายคดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล และตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อให้ ปปง. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป
อาคารเวิลด์พีซ เขาใหญ่ ปปง.จะขายอีกครั้งในวันที่ 11 มี.ค.นี้
ส่วนเส้นทางการเงินอีกด้านหนึ่ง คือของคุณอนันต์กับลูกสาว เกี่ยวกับที่ดินและอาคาร รพ.บุญรักษา
- ที่ดิน 8 แปลง ได้รับเงินแล้ว 298 ลบ.
- ตัวอาคาร รพ. น่าจะขาย เดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ 303 ล้านบาท”
8. ติดตามคดีอาญาฐานฟอกเงิน ที่เกี่ยวพันกับบุคคลอีกหลายคน
เมื่อคดีหลักชัดเจนแล้วว่า นายศุภชัยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
หลังจากนี้ ต้องติดตามคดีอาญาฐานฟอกเงิน ที่เกี่ยวพันกับคนดังอีกหลายๆ คน
คดีอดีตพระธัมมชโย
คดีเจ้าสัวอนันต์
คดีลูกสาวเจ้าสัวอนันต์ ฯลฯ
คดีไปถึงไหนกันบ้างแล้ว ?
สันติสุข มะโรงศรี

กู้หน้าหมองให้กลับมาใส! 5 วัตถุดิบก้นครัว เปลี่ยนผิวไหม้เป็นผิวปังหลังสงกรานต์
จับตาเจรจารอบ2! ทรัมป์ ลั่นมั่นใจสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุด
สาวช็อก! จอดรถทำธุระ เจอแขกไม่ได้รับเชิญ 'งูเหลือม 4 เมตร' เลื้อยซุกซุ้มล้อ
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อภิสิทธิ์ โต้พวกบิดเบือนไล่ วีระพงษ์ จากประชาธิปัตย์ บอกการทำหน้าที่ต้องชัดเจน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี