วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตกเป็นเป้าโจมตี ดิสเครดิต จิกกัด สาดโคลน มากที่สุดในรัฐบาลอนุทิน 2เพราะเป็นรัฐมนตรีนักบริหารมืออาชีพที่มีภาพลักษณ์โดดเด่น ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่เคยเลือกพรรคอื่น หันมาเลือกพรรคภูมิใจไทย ทำให้สังคมฝากความหวัง ให้โอกาสทำงาน
ในด้านตรงข้าม มันทำให้นักการเมือง พรรคการเมืองคู่แข่ง ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง จะต้องพยายามทำลายจุดแข็งของรัฐบาลดังกล่าวนี้ลงเสียให้ได้ ด้วยการพยายามดิสเครดิต
ล่าสุด การเมืองถึงขนาดปั่นกระแสขับไล่ เรียกร้องให้ศุภจีลาออกจากตำแหน่งกันแล้ว (รัฐบาลใหม่เพิ่งเริ่มทำงานจริงๆ ไม่ถึงเดือน)
1. ย้อนกลับไป... จะเห็นความพยายามดิสเครดิตศุภจี ตั้งแต่เรื่องประวัติการศึกษา เรื่องทรงผม วิกผม (ความจริงปรากฏว่าเพราะความมุ่งทำงานจนไม่มีเวลาทำผม จึงต้องใส่วิกไปพบแขกต่างชาติเพื่อเจรจาค้าขายให้ประเทศชาติ)
เรื่องการกำหนดราคาน้ำมัน ก็พยายามโจมตีศุภจี ทั้งๆ ที่ การกำหนดราคาน้ำมันเป็นไปตามกฎหมายเฉพาะ (สุดท้าย รัฐบาลใช้ พ.ร.ก. ลดราคาหน้าโรงกลั่นลงได้ เป็นเครื่องยืนยันว่า การกำหนดราคาน้ำมันไม่ใช่อำนาจของ รมว.พาณิชย์)
เรื่องสนับสนุนรถพุ่มพวง เพื่อให้กระจายสินค้าราคาพิเศษ ลดค่าครองชีพประชาชน ลงไปถึงตรอกซอกซอยที่อยู่ห่างไกลจากตลาดและร้านค้าที่เข้าโครงการ ก็ยังถูกการเมืองบางฝ่ายโจมตีด้อยค่าดูหมิ่น (ทั้งๆ ที่ สมัยรัฐบาลลุงตู่ก็ทำ)
ก่อนเลือกตั้ง ก็พยายามโจมตีแบบมั่วๆ ในเรื่องการส่งออกข้าว การสต๊อกข้าว สุดท้ายฝ่ายที่โจมตีก็หน้าแหกไม่มีชิ้นดี
บางคน ถึงขั้นพยายามไปขุดคุ้ยเรื่องการบริหารโรงแรมดุสิตธานี มโนคิดเอาเองว่าคุณศุภจีทำขาดทุน แล้วทิ้งมาเป็นรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ผลงานการบริหารที่ดุสิตธานีนั้นโดดเด่น ทำให้ดุสิตธานีขยายกิจการ ลงทุนพัฒนาขยายเครือข่ายมากมาย มันมีตัวเลขขาดทุนในบัญชี ซึ่งจะหายไปเมื่อรับรู้รายได้หลังจากนี้ โดยดุสิตธานีโชว์ผลงานปี 2568 นั่นคือผลงานที่คุณศุภจีบริหารจัดการไว้
คุณชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 กลุ่มดุสิตธานีพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่งครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ สะท้อนศักยภาพมาตรฐานแบรนด์ไทยของกลุ่มดุสิตธานีในเวทีสากล
เรียกว่า เจ้านายเก่า พร้อมอ้าแขนรับคุณศุภจีกลับเข้าทำงานด้วย หากพ้นจากหน้าที่รัฐมนตรีเมื่อไหร่
เทียบกับนักการเมืองบางจำพวก สร้างภาพกันเอง แต่ไร้ผลงานจริง บางคนได้บริหารกิจการครอบครัว มีมืออาชีพประกบ ก็ยังลุ้นขี้เยี่ยวเล็ด ไอ้ที่ทำขาดทุนย่อยยับจนต้องขายกิจการไม่ต้องพูดถึง ยังมีหน้ามาปั่นข่าวดิสเครดิตคนที่เขาเป็นนักบริหารมืออาชีพเหลือเชื่อมาก
2. ดราม่าภารกิจช่วยชาวสวนไทยขายทุเรียน 2 ล้านตัน
ประเด็นการทำ “ไลฟ์ คอมเมิร์ซ” (Live Commerce) ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ ถูกนำไปบิดเบือนขยายผลเพื่อดิสเครดิตทางการเมืองอย่างรุนแรง หาว่าขาย 100 เป็นการฆ่าชาวสวนทุเรียน ฯลฯ
ในความเป็นจริง ทุเรียนต้นฤดูผลผลิต ถ้าใครไปกดราคาซื้อสวนไหนก็ไม่บ้าขายให้อยู่แล้ว ลูกขนาด 1-2 โล ตกไซซ์ หรือตกเกรดส่งนอก ในตลาดก็มีขายปกติ (แต่ถ้าเป็นทุเรียน ไซซ์ A/B ส่งนอกตอนนี้ราคาที่ล้ง 135+ต่อกิโล ใครจะบ้าขายลูกละ 100)
คนในวงการทุเรียนเอง ตั้งข้อสังเกตว่า “ไอ้ที่โวยวายหนักตอนนี้ คือ พวกพ่อค้าที่ซื้อจากสวน แล้วกะฟันกำไรต้นฤดูจากคนอยากกินทุเรียน นั่นสิโมโหที่ถูกศุภจีจัดโปรโมชันขายกระหึ่ม พวกนี้กะโกยเงินต้นฤดูไม่แบ่งชาวสวน”
ลองคิดง่ายๆ ทุเรียน 2 ล้านตันที่จะออกมาปีนี้ ถ้าคิดลูกละสองกิโล นี่มันจำนวนมากกว่า 1,000 ล้านลูก ถ้ากองพะเนินเทินทึก นี่มันภูเขาทองหลายลูก
มากกว่าผลผลิตปีที่แล้ว 33% (หรือเพิ่มมา 1 ใน 3 )
ปีที่แล้ว เราส่งออกไปจีนได้ 9 แสนกว่าตัน
เมื่อคนบริหารภาพรวมเขารู้ เขาก็ต้องเร่งสร้างกระแสด้านดีมานด์ ทั้งในและต่างประเทศ เอามาจัดโปรโมชันสักลูกจากพันลูก มันจะแปลกอะไร
ทุเรียนจำนวนกว่าพันล้านลูก มันไม่ใช่ทุกลูกจะขายได้ลูกละ 250 บาทอยู่แล้ว
ทุเรียน ทุกสวน มันหลายเกรด มันมีพวกอร่อย แต่ตลาดนอกไม่นิยมก็มี (พิมรี่พายขาย แม่ค้าก็ต้องบอกว่าของเลิศ เกรดพรีเมียมเนื้อดี ลูกเล็ก ขนาดเหมาะสำหรับคนอยู่คนเดียวกิน และนางก็ไม่ได้ขายแต่ลูกละร้อย)
ก่อน Live… ถูกปั่นกระแสดิสเครดิต ราวโลกจะถล่มทลาย จะฆ่าชาวสวนมั่ง ทำลายกลไกตลาดมั่ง บลาๆๆ
หลัง Live… ทุเรียนไทยทุกสวน ทุกแผง ทุกเกรด ทุกภาค ได้อานิสงส์
.png)
.png)
.png)
พิมรี่พาย - คนเข้าเกือบล้าน เอฟไม่ทัน แล้วนางก็ขาย 100 บาทและแพงกว่านั้น มันคือโปรโมชันการตลาดการขาย เหมาสวนมาขายคนซื้อเมื่อเกิดดีมานด์ก็เอาทุกแบบ จะไปซื้อแผงทุเรียนใกล้บ้านก็เพียบ
ศุภจี - ต้องการสร้างกระแสกินทุเรียน กระบวนท่าแรก สำเร็จแล้วขั้นต้น (ผมก็จะต้องหาซื้อให้ลูกกิน 555)
เป้าของพิมร่ีพาย นางเป็นแม่ค้า ขายได้ยอด ได้กำไรเท่าไหร่ ยังไม่รู้
แต่เป้าของศุภจี คือ สร้างกระแสก่อน เพื่อช่วยชาวสวนขายในไทยอย่างน้อย 4.5 แสนตัน ส่งออกต่างประเทศอีกมากกว่า1 ล้านตัน ระบายทุเรียนปีนี้ที่จะออกมามากถึง 2 ล้านตัน ราวๆ
1 พันล้านลูก (มากกว่าปีที่แล้ว 33% หรือ 1/3)
ย้ำ... รมว.พาณิชย์ส่งคนไปเคลียร์ด่านจีน ขยายตลาดในจีนฝั่งตะวันตกด้วย จีนเพิ่มเที่ยวรถไฟจีน-ลาว เรือบรรทุกทุเรียนไทยเทียบท่าจีนแล้วหลายพันตัน ส่งเสริมให้ขายทุเรียนผ่าน Live Commerce ทั้งอินฟลูจีน-ไทย ทั้งสวนขายเอง ขายทุกมิติ เปิดทุกแนวรบ เพื่อช่วยชาวสวนขายทุเรียนปีนี้
ที่สำคัญ ยังพยายามดูดซับ supply ด้วยการหาทางเพิ่มการแปรรูป แช่แข็ง ถ้าทำตรงนี้ได้มากขึ้น มันคือการทลายข้อจำกัดและเพิ่มอำนาจต่อรองให้ทุเรียนไทย
ความจริงของทุเรียน ทุกสวนมันมีทุกเกรด ลูกไหนขายได้ราคาเท่าไหร่ ต่างกันไปตามความนิยมของผู้บริโภค แต่เราต้องช่วยชาวสวนของเราขายทุกเกรดทุกลูก
ดังนั้น ที่มีการ live ขาย 100 บาท (บางรายขาย 25 บาทก็มี-สามลูก 100 ยังมี) เขาไม่ได้ขายราคาเดียวทุกเกรด สุดท้ายมันก็คือของที่ผู้บริโภคพอใจจ่าย ใครมันจะโง่ขาดทุน เอาของเกรด 250-400 มาขายแค่ 100 บาท ถ้าไม่ใช่ส่วนที่โปรโมชันการตลาด
ที่สำคัญ มันก็ไม่ได้ทำลายกลไกตลาด หรือทำลายราคาของเกรดอื่นๆ เลย มีแต่หนุนเสริม (ทุเรียนที่เขาขาย ก็ซื้อมาจากชาวสวนทุเรียนไทยเรานั่นแหละ)
ที่จริง น่าสงสัยว่า พ่อค้าทุเรียนอินฟลูฯและล้งบางรายที่ออกมาดิ้นๆ ว่าขายราคาถูก ชาวสวนจะตายนั่นน่ะ เขาซื้อทุเรียนจากชาวสวนเท่าไหร่ แพงกว่าหรือถูกกว่าคนที่ขาย 100 บาท 25 บาท
ใครช่วยชาวสวน ใครมีผลประโยชน์ส่วนตัวเบื้องหลัง ใครแค่ดิสเครดิตการเมือง ไม่อยากให้เขาทำสำเร็จ เพราะกลัวพรรคพวกตัวเองไม่มีที่ยืน ?
3. คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชี้แจงบางช่วงบางตอน ระบุว่า
“...เราเห็นล่วงหน้าว่า ในปีนี้ พี่น้องชาวสวนทุเรียนจะต้องเผชิญกับปัจจัยที่เป็นตัวกดราคา 3 เรื่องด้วยกัน นั่นคือ 1. ผลผลิตทุเรียนสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 33% 2. ประเทศไทยเผชิญสภาวะอากาศร้อนและแล้งจัดทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดจะมีจำนวนมากขึ้น 3. ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่จะส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทุเรียนส่งออก
หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย เมื่อถึงช่วงเวลาที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็จะถูกกดราคารับซื้อ ถ้ารอให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างก็จะสายเกินแก้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปี เป็นสภาวะเดิมๆ ที่เกิดซ้ำๆ
กระทรวงพาณิชย์ถึงตัดสินใจทำการตลาดในรูปแบบที่เป็นเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการปลุกกระแสการบริโภคทุเรียน โดยเฉพาะทุเรียนไซซ์เล็กที่เนื้อทุเรียนอร่อย มีคุณภาพ และราคาย่อมเยากว่า
เราสนับสนุนการสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมผ่าน Live Commerce โดยซื้อทุเรียนทุกไซซ์โดยตรงจากชาวสวน ทำให้ชาวสวนมีช่องทางขายเพิ่มขึ้น ไม่เน้นพึ่งพาคนกลางอย่างเดียว และให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคว่า ทุเรียนที่ดี ดูที่เนื้อทุเรียน ไม่ใช่ดูที่ไซซ์อย่างเดียว เพราะทุเรียนถึงแม้ลูกเล็ก แต่ถ้าออกมาจากสวนที่ดี มีการคัดคุณภาพ เนื้อทุเรียนก็อร่อยไม่แพ้ทุเรียนส่งออกค่ะ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งขับเคลื่อนมาตรการอื่นๆ ได้แก่ การแปรรูปเพื่อการเพิ่มมูลค่าผ่านห้องเย็น การวางระบบน้ำ ควบคู่กับการผลักดันขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศ รุกตลาดส่งออก ทั้งตลาดเดิม คือ จีนฝั่งตะวันออก และตลาดใหม่ คือ จีนฝั่งตะวันตก รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เรายังได้ส่งทีมงานไปดูแลให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้เป็นไปได้อย่างคล่องตัวรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
สิ่งที่เรากำลังทำ เป็นการสร้างกลไกตลาดใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน เป็นการกระตุ้นดีมานด์หรือความต้องการบริโภค โดยเฉพาะทุเรียนลูกเล็ก ที่ขอเรียกว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” ให้มีราคา ให้มีช่องทางการตลาด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนว่า หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ระหว่างทางจึงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ชื่นชมและคนที่ตำหนิอย่างรุนแรง ซึ่งน้อมรับฟังทั้งหมดจริงๆ ค่ะ
แต่ขอยืนยันว่า ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปในรูปแบบเดิม พอถึงวันที่ทุเรียนไซซ์ซูเปอร์จิ๋วของพี่น้องออกมาล้นตลาดแล้วค่อยปลุกกระแส วันนั้นนอกจากเสียงตำหนิจะมากขึ้นความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกรก็จะมากขึ้นจนเกินแก้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายอมให้เกิดไม่ได้ค่ะ
เราทำนอกกรอบการตลาดแบบเดิมๆ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีผลผลิตลอตใหญ่ออกมาในอีกไม่กี่อาทิตย์ และพร้อมยอมรับคำตำหนิในวันนี้ เพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องเจ็บตัวมากกว่าในวันข้างหน้า
เราจะเดินหน้าสร้างทางเลือกเพื่อช่วยชาวสวนทุเรียน และรวมถึงทุเรียนลูกเล็ก “ซูเปอร์จิ๋ว” ที่มีคุณภาพดีให้คนไทยได้บริโภคในราคาที่เหมาะสม จะสร้างความต้องการบริโภคหรือดีมานด์ ให้มากกว่าผลผลิตหรืออุปทานที่มีออกมา ซึ่งสุดท้ายแล้วจะช่วยให้ราคาทุเรียนซูเปอร์จิ๋วมีราคาสูงขึ้น เป็นการเพิ่มทั้งมูลค่า และเพิ่มโอกาสที่มากกว่าให้พี่น้องชาวเกษตรกรสวนทุเรียนค่ะ” - ศุภจี สุธรรมพันธุ์
.png)
4. การแก้ปัญหาทุเรียนนั้น ไม่ได้มีแค่ live ขายเท่านั้น
ที่ผ่านมา ภาครัฐได้กำกับดูแลตั้งแต่การเก็บเกี่ยวทุเรียน การป้องกันทุเรียนอ่อน การตรวจสารปนเปื้อน การตรวจสอบล้ง การตลาดการขาย เพื่อจะช่วยเร่งการกระจายผลผลิตผลไม้
1) จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) สินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 จับคู่เจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120 ล้านบาท
2) เยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23 – 25 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหา/อุปสรรคล่วงหน้า ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้ได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว
3) มาตรการส่งเสริมการขายสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นต่อไปในปีนี้ ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบด้วย
(1) งานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่26-30 พฤษภาคม นี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจะมีผู้ประกอบการขายเข้าร่วมออกบูธ 3,300 ราย และผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 140,000 คน
(2) กิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีนในโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และ คุนหมิง
และในปี 2569 นี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เพิ่มการจัดกิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months ในแถบภาคตะวันตกของประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหม่ของผลไม้ไทยอีก 3 เมือง ได้แก่ 1. นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย 2. เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน 3. เมืองอูรุมชีเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเมืองรองอื่นๆ 8 แห่ง ได้แก่ 1. เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี 2. เมืองไป่เช่อ 3. เมืองหลิ่วโจวเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง 4. เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน 5. เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง 6. เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง 7. เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน 8. เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง
(4) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
(5) การขายสินค้าผลไม้สดและแปรรูปออนไลน์ร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลกภายใต้ชื่อ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon (US) Tmall (จีน) PUPU (จีน) Rakuten (ญี่ปุ่น) Letstango (UAE) HKTVmall (ฮ่องกง) และ Bigbasket (อินเดีย) ฯลฯ
สรุป การรุมถล่มจิกตีศุภจี หรือซุปเปอร์จี ตั้งแต่ยังไม่ถึงเดือนแรกของการทำงานในรัฐบาลอนุทิน 2 มีเหตุปัจจัยทางการเมือง มากกว่าการตรวจสอบการทำงานตามเนื้อผ้าทั่วไปอย่างแน่นอน
สันติสุข มะโรงศรี

สุดใจแล้ว!ลูกยางสาวพ่ายยูเครนหวิวเปิดVNLสนาม2
เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
'เกมคือเป้าหมายชีวิต' ปาฏิหาริย์ย่า 82 ฟื้นตัวกลับมาเดินได้ เพราะ Roblox
ติณติณ New Country โพสต์ครั้งแรกหลังมรสุมดรามา แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์บรูไน พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ 4 ด้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี