Logo วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / อ่านระหว่างบรรทัด
อ่านระหว่างบรรทัด

อ่านระหว่างบรรทัด

สันติสุข มะโรงศรี
วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ระบบจราจรวิบัติ กับพฤติกรรม ‘ไม่เป็นไร’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เหตุรถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สินค้า พุ่งชนรถเมล์ปรับอากาศสาย 206 ที่จอดคร่อมรางรถไฟ บริเวณ แยกอโศก – เพชรบุรี ช่วงการจราจรคับคั่ง

ทำให้มีคนเสียชีวิต 8 ศพ เจ็บระนาว 25 คน รถยนต์และรถจยย.ที่จอดอยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ไฟลุกท่วม


สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า รถเมล์ปรับอากาศคันเกิดเหตุ มาถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีการจราจรคับคั่ง รถเคลื่อนตัวไหลตามกันไปเป็นระยะ จนกระทั่งมาถึงทางรถไฟ จังหวะที่รถเมล์คันดังกล่าวจอดคร่อมทางรถไฟ เป็นจังหวะที่ขบวนรถไฟซึ่งบรรทุกตู้สินค้าวิ่งจากอำเภอแปดริ้วมาถึง และใช้ความเร็วเพื่อผ่านจุดตัด เบรกไม่ทัน พุ่งชนรถเมล์ปรับอากาศ ไฟลุกไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

รถเมล์คันดังกล่าวจอดขวางทางรถไฟ เนื่องจากการจราจรติดขัด รถด้านหน้าเคลื่อนที่ไม่ได้ จึงจอดขวางคร่อมทางรถไฟจนไม้กั้นทางลงมาไม่ได้ มีสัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังมา ส่วน
รถไฟก็วิ่งมา ไม่ได้หยุดคอย หรือเบรกไม่ทัน พุ่งชนรถเมล์คันดังกล่าว

1.จุดวิบัติจราจร

หลายปีก่อน ผมต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ

ที่เกิดเหตุบริเวณ สี่แยก เป็นจุดตัดกันระหว่างถนนเพชรบุรี ถนนอโศกมนตรี และถนนอโศก-ดินแดง (ตรงใกล้ๆ สถานีแอร์พอร์ตลิงก์)

ที่สำคัญ ยังมีถนนเลียบทางรถไฟ (กำแพงเพชร 7) วิ่งขนานทางรถไฟและเลี้ยวซ้ายออกมาสมทบจนบีบทางตรงเป็นคอขวด ทำให้จราจรติดหนัก รถจากทางตรง แม้จะมีไฟเขียว แต่ก็ยังต้องรอจังหวะที่รถเลี้ยวออกมาแทรก

ตรงจุดนี้ ถือว่าเป็นปัญหาการจัดการจราจรมายาวนานแล้ว

เพราะระบบการไหลของรถ นำมาสู่ความวุ่นวาย แออัด คอขวด ทำให้บางครั้งคนขับกะระยะผิดพลาด นึกว่าจะผ่านทางรถไฟไปได้ แต่ก็ไปติดคร่อมทางรถไฟ

คุณ ธนวิชญ์ ประสงค์พงษ์ชัย นำเสนอแผนภาพการจราจรที่จุดเกิดเหตุ พร้อมระบุว่า

“เห็นด้วยว่ารถเมล์คร่อมทาง/เขตห้ามหยุด ผิดกฎจราจร

แต่กำลังลองคิดในมุมรถเมล์ที่ผ่านเส้นนั้น พอนั่งนึกถึงถนนตรงนั้น ก็สงสัยว่าถ้าทำถูกกฎ 100% จะขับได้จริงไหม เพราะข้างหน้ามีรถพยายามจะออกตลอด ถ้าจะถูกกฎ แปลว่าจะวิ่งได้ก็ต่อเมื่อตรงนั้นว่างพอที่รถเมล์ทั้งคันจะเข้าไปจอดได้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจังหวะนั้นมีจริงมั้ย ต้องรอนานเท่าไหร่

ถ้าไม่มี หรือต้องรอนานมากๆ แปลว่ามันเป็นไปไม่ได้ หรือไม่เมคเซนส์ ที่รถเมล์ที่วิ่งผ่านจุดนี้จะไม่เสี่ยงจอดรถติดคร่อมราง หรือคร่อมจุดห้ามหยุด

หลายทีจังหวะแหกกฎก็ไม่ได้เป็นแค่เรื่องนิสัยอย่างที่โทษกันอย่างเดียว (แน่นอนว่าหลายทีนิสัยและความเคยชินก็มีส่วน)

แต่สำหรับแยกนี้ กฎจราจรมันบั๊กมั้ยนะ”

2. พฤติกรรม “จอดคร่อมราง” คิดว่า “ไม่เป็นไร”

ประการสำคัญ พฤติกรรมคนขับรถยนต์ที่ “จอดคร่อมรางรถไฟ” แล้วคิดว่า “ไม่เป็นไร”

เพราะต้องการเอาประโยชน์ส่วนตน รีบเร่งเดินทาง ขอไปก่อน

‘ขอฉันไปก่อน’

หรือ ‘เบียดอีกนิดน่าจะพ้น’

โดยคิดว่ารถไฟจะต้องหยุดให้อยู่แล้ว

พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นเหมือนระเบิดเวลา หรืออาการป่วยติดเชื้อที่เรื้อรัง แล้วนำมาซึ่งความสูญเสียในบั้นปลาย

เราจะเห็นภาพประจำ ที่รถยนต์ รถเมล์ และรถจักรยานยนต์ พยายามขับเบียด ขับแทรก และจอดติดค้างคร่อมเส้นทางรถไฟ หรือล้ำเข้าไปในระยะโครงสร้างทาง เกิดขึ้นแบบนี้ทุกวัน

โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

ที่ผ่านมา ขบวนรถไฟต้องเป็นฝ่ายหยุดรอ ให้เจ้าหน้าที่เคลียร์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ออกก่อน ขบวนรถไฟถึงจะผ่านไปได้

แต่ครั้งที่เกิดโศกนาฏกรรมนี้ ขบวนรถไฟไม่หยุด (ซึ่งจะต้องสอบข้อเท็จจริงว่าเพราะเหตุใด ว.ไปบอกแล้ว ทำไมไม่ตอบกลับมา แล้วไม่หยุด ทำไมมองไม่เห็นรถเมล์ที่คร่อมรางขวางอยู่หรืออย่างไร? หรือมาเบรกเมื่อกระชั้นเกินไป ทำให้หยุดไม่ทัน หรืออย่างไร?)

 

3. จาก “ความเคยชิน” สู่ “โศกนาฏกรรม”: เมื่อความมักง่ายกลายเป็นฆาตกรบนรางรถไฟ

กฎหมายชัดเจนห้ามรถยนต์หยุดรถคร่อมทางรถไฟ

แต่ในการทำงานของรถไฟ ก็มีระเบียบวิธีปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

รถไฟจะมีระบบอัตโนมัติ สัญญาณไฟทาง - ว.แจ้งจากศูนย์ควบคุมรถไฟ – คนขับรถไฟสำรวจเส้นทางข้างหน้าด้วยสายตา

แต่ครั้งนี้ ทำไมรถไฟยังวิ่งมา ทั้งๆ ที่ ไม้กั้นลงมาขวางไม่ได้ เพราะรถเมล์หยุดคร่อมอยู่?

แฟนเพจ “ซิริอุส เป็นชื่อของดวงดาว” ได้เล่าเรื่องเพื่อสะท้อนปัญหาสังคมจากกรณีอุบัติเหตุล่าสุดที่รถเมล์จอดติดคาอยู่บนรางรถไฟ จนทำให้ไม้กั้นไม่สามารถลงมาปิดได้ และนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่รถไฟพุ่งชน

โดยชี้ว่า ไม่ใช่แค่เรื่องของ “อุบัติเหตุ” แต่เป็นผลลัพธ์ของ “วัฒนธรรมความมักง่าย” ที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

จาก “ความเคยชิน” สู่ “โศกนาฏกรรม” :

เมื่อความมักง่ายกลายเป็นฆาตกรบนรางรถไฟ

เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า “Normalization ofDeviance” หรือ “ความชินชาต่อสิ่งผิดปกติ จนมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา”

กฎหมายจราจรระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามจอดรถหยุดคร่อมทางรถไฟ แต่สิ่งที่เราเห็นจนชินตาบนท้องถนนเมืองไทย คือ ความมักง่ายที่ทำกันจนเป็นนิสัย และเมื่อ “ทำบ่อยๆ แล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ” คนไทยก็ทึกทักไปเองว่า “ไม่เป็นไร” จนกลายเป็นความท้าทายความตายในทุกๆ วัน

3 ประสานแห่งความประมาท : เมื่อทุกฝ่ายต่าง “เคยชิน”

คนขับรถบนท้องถนน (รวมถึงรถเมล์คันเกิดเหตุ) : มักมีพฤติกรรม “ไหลตามๆ กันไป” แม้จะเห็นว่าฝั่งตรงข้ามทางรถไฟรถติดจนไม่มีที่เหลือให้รถตัวเองข้ามไปได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ยังเลือกที่จะขับไปจอดคร่อมรางรถไฟ เพียงเพราะคิดว่า “เดี๋ยวรถข้างหน้าก็ขยับ” หรือ “คันอื่นเขาก็ทำกัน” ความเคยชินตรงนี้ทำให้ลืมนึกถึงความเสี่ยงวินาทีชีวิตเมื่อรถไฟมา

เจ้าหน้าที่/คนดูแลสถานี : การเห็นรถจอดติดคร่อมรางรถไฟอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้เกิดอาการ “ชินชา” มองเห็นภาพอันตรายจนกลายเป็นภาพปกติในชีวิตประจำวัน เมื่อเห็นบ่อยเข้าและส่วนใหญ่รถไฟก็ผ่านไปได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เริ่มปล่อยปละละเลย ไม่มีการกวดขัน หรือส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังเพราะคิดว่า “เดี๋ยวรถมันก็หลบกันเองได้เหมือนทุกที”

คนขับรถไฟ : วิ่งผ่านเส้นทางเดิมๆ ทุกวันด้วยความเร็วเท่าเดิม เมื่อทำแบบนี้ซ้ำๆ เป็นร้อยเป็นพันครั้งโดยไม่เคยชนอะไร ก็เกิดความเคยชินและมั่นใจเกินเหตุ (Complacency) จนอาจละเลยการชะลอความเร็วในจุดเสี่ยง หรือเร่งเครื่องผ่านไปเพราะคิดว่าทางเคลียร์เหมือนทุกวัน โดยลืมไปว่าอุบัติเหตุต้องการความผิดพลาดเพียงแค่ “ครั้งเดียว” ก็เกินพอ

ถอดรหัสบทเรียนจากญี่ปุ่น : “Yubisashi Kanko” ระบบสร้างนิสัยตื่นตัว

ที่ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยของระบบรางระดับโลก เขามีวิธีแก้ปัญหาความเคยชินของมนุษย์ด้วยระบบที่เรียกว่า “Yubisashi Kanko” (指差喚呼)

หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Pointing and Calling” (การชี้และขาน)

Yubisashi Kanko คืออะไร?

มันคือข้อปฏิบัติที่บังคับให้พนักงานขับรถไฟและเจ้าหน้าที่สถานีญี่ปุ่นทุกคน ต้องใช้มือชี้ไปยังสัญญาณไฟ เกจวัด หรือเส้นทางข้างหน้า แล้วตะโกนขานสถานะนั้นๆ ออกมาดังๆ เป็นระยะๆ ตลอดการปฏิบัติงาน เช่น เมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว ต้องเหยียดแขนชี้ไปที่ไฟแล้วตะโกนว่า “สัญญาณเขียว... ไปได้!”

[ตาดูสิ่งที่จะตรวจสอบ] [มือชี้ไปที่สิ่งนั้น] [ปากตะโกนขานสถานะ] [หูฟังเสียงตัวเอง]

ทำไมต้องทำเรื่องที่ดูเหมือน “ตลก” หรือ “น่ารำคาญ” นี้?

สถาบันวิจัยเทคนิคอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของญี่ปุ่นเคยทำผลการศึกษาพบว่า:

การมองดูเฉยๆ มีโอกาสเกิดความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) อยู่ที่ 2.38%

แต่เมื่อใช้ระบบ “ชี้และขาน” (Pointing and Calling) โอกาสผิดพลาดจะลดลงเหลือเพียง 0.38% (ลดลงไปถึง 85%!)

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์คือ ระบบนี้เป็นการบังคับให้สมองส่วนหน้าตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ผ่านการทำงานร่วมกันของประสาทสัมผัส ทั้ง สายตา (มอง), ร่างกาย (ชี้), ปาก (พูด) และ หู (ฟัง) มันช่วยทำลาย “ความเคยชินแบบอัตโนมัติ” (Autopilot Mode) ของมนุษย์ ทำให้คนขับไม่สามารถเหม่อลอย หรือขับรถไฟไปตามความคุ้นเคยเดิมๆ ได้เลย เพราะต้องคอยชี้และขานอยู่ทุกนาที

ถึงเวลาเปลี่ยน “สันดานมักง่าย” ให้เป็น “วัฒนธรรมความปลอดภัย”

อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจราคาแพง ว่า สังคมไทยจะอยู่กันแบบ “ไม่เป็นไรหรอก” ต่อไปไม่ได้แล้ว

ตราบใดที่คนขับรถยังคงมักง่ายจอดคร่อมราง เจ้าหน้าที่ยังคงชินชาปล่อยผ่าน และคนขับรถไฟยังคงเร่งเครื่องด้วยความเคยชิน โศกนาฏกรรมแบบนี้ก็จะเวียนกลับมาฉายซ้ำเรื่อยๆ สิ่งที่ประเทศไทยต้องปฏิวัติไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ “จิตสำนึกและระบบการทำงาน” ที่ต้องเลิกพึ่งพาความโชคดี แล้วหันมาสร้างวินัยที่เข้มงวดจนเป็นนิสัย เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว – เพจซิริอุส เป็นชื่อของดวงดาว

สุดท้าย ขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้

และหวังว่าผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะไม่ปล่อยผ่านไป ทิ้งปัญหาต่างๆ ยังคงอยู่เหมือนเดิม เหมือนรอเหยื่อรายต่อไป

สันติสุข มะโรงศรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:51 น. กรณ์ แนะ 2 แนวทางให้นายกฯ แก้ปม กกร.เปิดผลสำรวจคอร์รัปชันหน่วยงานราชการพุ่ง
21:46 น. พนักงานลานจอดผงะ พบศพสาวหล่อรมควันดับคารถนาน 19 วัน
21:29 น. เปิดคลิปนาทีช่วยคนขับรถไฟลงจากรถ ชาวเน็ตแห่สงสัย ชุดเครื่องแบบ
21:06 น. ขนลุกทั้งโซเชียล! ย้อนคำทำนาย หมอปลาย เตือนอุบัติเหตุรถไฟชนบ้าน-รถ
21:00 น. โบว์ ตอกฝ่ายค้าน ปมแซะฟังแต่ CEO จ้องแต่ใช้วาทกรรม นายทุน เป็นประเด็นการเมือง
ดูทั้งหมด
มายด์ ลภัสลัล โชว์ซองการ์ดชื่อ Psi ทราย สก๊อต เคลียร์ปมไม่เชิญไปงานแต่ง
เลขนี้มาแน่! มัดรวมเลขเด็ด 16 พ.ค.69 สถิติวันเสาร์ทำถึงมาก ใครพลาดมีร้อง
ก้อย-นัตตี้-ดรีม แถลงขอโทษ ยอมรับผิดปมกดไลก์ไอจี มายด์
ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต
เปิดลิสต์เมนูระดับจักรพรรดิ สี จิ้นผิง เลี้ยงต้อนรับ ทรัมป์ เยือนจีน หรูหราสมฐานะมหาอำนาจโลก
ดูทั้งหมด
ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ
รถไฟชนรถเมล์‘โศกนาฏกรรม’ซ้ำซาก
เรื่องสั้น วันละครึ่งหน้า เกี่ยวกับชีวิตชราชน ปู่จิ๊บ กับ เพื่อน AI (1)
ศึกรอบ 3 มาแน่?
แซะรถพุ่มพวง ตัวอย่างการหลับหูหลับตาโจมตีหวังผลการเมือง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กรณ์ แนะ 2 แนวทางให้นายกฯ แก้ปม กกร.เปิดผลสำรวจคอร์รัปชันหน่วยงานราชการพุ่ง

พนักงานลานจอดผงะ พบศพสาวหล่อรมควันดับคารถนาน 19 วัน

เปิดหน้าชน...!! ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. 2569

ขนลุกทั้งโซเชียล! ย้อนคำทำนาย หมอปลาย เตือนอุบัติเหตุรถไฟชนบ้าน-รถ

ทำลายสถิติตัวเอง! ไกด์เชอร์ปาชาวเนปาลพิชิตยอดเอเวอเรสต์ครั้งที่ 32

ฮอตทะลุเฟรม! ใหม่ ดาวิกา เสิร์ฟลุควันเกิด 34 ปี เซ็กซี่ไฟลุก

  • Breaking News
  • กรณ์ แนะ 2 แนวทางให้นายกฯ แก้ปม กกร.เปิดผลสำรวจคอร์รัปชันหน่วยงานราชการพุ่ง กรณ์ แนะ 2 แนวทางให้นายกฯ แก้ปม กกร.เปิดผลสำรวจคอร์รัปชันหน่วยงานราชการพุ่ง
  • พนักงานลานจอดผงะ พบศพสาวหล่อรมควันดับคารถนาน 19 วัน พนักงานลานจอดผงะ พบศพสาวหล่อรมควันดับคารถนาน 19 วัน
  • เปิดคลิปนาทีช่วยคนขับรถไฟลงจากรถ ชาวเน็ตแห่สงสัย ชุดเครื่องแบบ เปิดคลิปนาทีช่วยคนขับรถไฟลงจากรถ ชาวเน็ตแห่สงสัย ชุดเครื่องแบบ
  • ขนลุกทั้งโซเชียล! ย้อนคำทำนาย หมอปลาย  เตือนอุบัติเหตุรถไฟชนบ้าน-รถ ขนลุกทั้งโซเชียล! ย้อนคำทำนาย หมอปลาย เตือนอุบัติเหตุรถไฟชนบ้าน-รถ
  • โบว์ ตอกฝ่ายค้าน ปมแซะฟังแต่ CEO จ้องแต่ใช้วาทกรรม นายทุน เป็นประเด็นการเมือง โบว์ ตอกฝ่ายค้าน ปมแซะฟังแต่ CEO จ้องแต่ใช้วาทกรรม นายทุน เป็นประเด็นการเมือง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ระบบจราจรวิบัติ  กับพฤติกรรม ‘ไม่เป็นไร’

ระบบจราจรวิบัติ กับพฤติกรรม ‘ไม่เป็นไร’

18 พ.ค. 2569

กู้เพื่อเปลี่ยนชะตากรรม  หรือจะรอให้วิกฤตถล่มซ้ำจนเกิด Stagflation ?

กู้เพื่อเปลี่ยนชะตากรรม หรือจะรอให้วิกฤตถล่มซ้ำจนเกิด Stagflation ?

11 พ.ค. 2569

กลิ่นการเมืองแร้งทึ้งรุมถล่ม ‘ศุภจี’  แรงกว่ากลิ่นทุเรียน

กลิ่นการเมืองแร้งทึ้งรุมถล่ม ‘ศุภจี’ แรงกว่ากลิ่นทุเรียน

4 พ.ค. 2569

เศรษฐกิจไทย บนหัวเลี้ยวหัวต่อ  ทฤษฎีลูกโป่ง 3 ลูกสูบ ยังใช้ได้อย่างไร?

เศรษฐกิจไทย บนหัวเลี้ยวหัวต่อ ทฤษฎีลูกโป่ง 3 ลูกสูบ ยังใช้ได้อย่างไร?

27 เม.ย. 2569

เศรษฐกิจไทยไม่สิ้นหวัง

เศรษฐกิจไทยไม่สิ้นหวัง

20 เม.ย. 2569

ตำนานโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ตำนานโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

13 เม.ย. 2569

แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข

แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข

6 เม.ย. 2569

หลบหนี จนคดีขาดอายุความ  มหากาพย์ธัมมชโย

หลบหนี จนคดีขาดอายุความ มหากาพย์ธัมมชโย

30 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved