Logo วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / อ่านระหว่างบรรทัด
อ่านระหว่างบรรทัด

อ่านระหว่างบรรทัด

สันติสุข มะโรงศรี
วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
เศรษฐกิจไทยไม่สิ้นหวัง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เวลาพูดถึงเศรษฐกิจไทย ที่ผ่านมา ถ้าใครพูดให้ดูเลวร้ายมากๆ เอาแบบล่มสลาย กลียุค ปีก่อนเผาหลอก ปีนี้เผาจริง ฯลฯ จะได้รับความสนใจ แม้ว่าผ่านมาแล้ว มันก็ไม่จริง หรือไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ตาม

แต่มาวันนี้ ต้องพูดกันตรงๆ ว่า สถานการณ์เลวร้าย เพิ่มข้อจำกัด ท้าทายกว่าเดิม เพราะปัจจัยจากต่างประเทศที่เราควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบซ้ำเติมสถานการณ์


นั่นคือ 1.สงครามเศรษฐกิจการค้า กำแพงภาษี และ2. สงครามในตะวันออกกลาง กระทบราคาพลังงานรุนแรงทั่วโลก ซึ่งอาจกระทบค่าครองชีพ กระทบกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงกระทบการส่งออก การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของไทย

สำหรับสงครามในตะวันออกกลางนั้น เป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม และเพิ่งจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งในบ้านเรา ทำให้โจทย์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยากกว่าเดิม ท้าทายกว่าเดิม มาตรการต่างๆ จะต้องเข้มข้นกว่าเดิม

1. ล่าสุด IMF ประมาณการเศรษฐกิจโลกหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบราคาพลังงานทั่วโลก เศรษฐกิจ

IMF ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาดไว้เดิม จะโตต่ำสุดในอาเซียนปีนี้

ไทย +1.5% เวียดนาม +7.1% อินโดนีเซีย +5.0% มาเลเซีย +4.7% ฟิลิปปินส์ +4.1%

จีน +4.4% เกาหลีใต้ +1.9% อินเดีย +6.5% ฯลฯ

ตัวเลขนี้ ไม่ได้บอกว่า ประเทศไหนเศรษฐกิจเข้มแข็งกว่ากัน หรือมั่งคั่งกว่ากัน

เปรียบง่ายๆ คือ มันบอกว่า แต่ละประเทศจะเดินหน้าไปกี่ก้าวของตัวเอง

ซึ่งบางประเทศตัวใหญ่ ขายาว เวลาก้าวแค่ 1 ก้าว ก็อาจจะเดินหน้าไปไกลกว่าประเทศที่ขาสั้นๆ ก้าว 3-4 ก้าว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ตามข้อมูลของ IMF เศรษฐกิจของไทยจะเติบโต 1.5% ของ 577 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.7 แสนล้านบาท)

มากกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน

แล้ว GDP ของประเทศไทย ก็ยังขนาดใหญ่โตอยู่อันดับ 3 ของอาเซียนนั่นเอง

ขนาด GDP ยังใหญ่กว่าประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา ฯลฯ

ถ้าดูรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร ประเทศไทยก็ยังสูงกว่าอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว เมียนมา

มันจึงไม่ใช่แบบที่เพจการเมืองปั่นกระแสแหกตาคนไม่รู้เรื่อยเปื่อย ในทำนองว่า ประเทศไทยแพ้ลาว แพ้กัมพูชา แพ้ฟิลิปปินส์ ฯลฯ เอาความไม่รู้ไปหลอกคนไม่รู้ เพียงเพราะต้องการดิสเครดิตรัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศกันในโซเชียลตอนนี้

ส่วนการขยายตัวได้น้อยกว่าศักยภาพ นั่นคือปัญหาที่ทุกรัฐบาลเผชิญมาโดยตลอด และจะต้องเร่งแก้ไขกันต่อไป

2. รับมือสงครามจะห้ามฆ่า รับมือวิกฤตเศรษฐกิจจะห้ามกู้ –คงห้ามไม่ได้

ผมเห็นว่า รัฐบาลจะต้องกล้าทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ตระหนักถึงความมุ่งมั่นเอาจริงของรัฐบาล ซึ่งต้องคำนึงทั้งมิติการเมืองและมาตรการทางเศรษฐกิจ

จะต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อพาประเทศไทยก้าวข้ามความท้าทาย ทั้งสงครามภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน ยกเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม เสริมเครื่องยนต์ใหม่ ที่พร้อมขับเคลื่อนในสภาพภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลกยุคใหม่

มิติทางการเมือง - รัฐบาลจต้องทำความเด็ดขาดให้เห็นเป็นตัวอย่าง เช่น ห้ามหน่วยงานภาครัฐไปดูงานต่างประเทศ1 ปี ตัดงบดูงานต่างประเทศทั้งหมด ยกเว้นการไปประชุมหรือเจรจาเรื่องสำคัญๆ ฯลฯ

มิติด้านมาตรการเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดิน ในส่วนของงบลงทุนมากขึ้น การเพิ่มศักยภาพการทำงานหารายได้ของคนในประเทศ ฯลฯ หากจำเป็นต้องกู้เงินก็ต้องทำ เพราะเป็นการกู้เพื่อไปเพิ่มงบลงทุน

2.1 ล่าสุด ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุว่า ไทยยังไม่วิกฤต แต่ความเสี่ยงเพิ่มสูง ท่ามกลางหนี้สาธารณะพุ่งใกล้เพดาน และ Outlook ถูกปรับเป็น Negative ชี้ว่า รัฐกู้ได้หากจำเป็น แต่ต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า ควบคุมรายจ่าย เพิ่มรายได้รัฐ และเร่งฟื้นเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อรักษาความเชื่อมั่น-หลีกเลี่ยงการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

“...ประเทศไทยจะกู้ได้ไหม? จะโดน Downgradeหรือเปล่า?

...เมื่อเศรษฐกิจกำลังเจอ shock ขนาดใหญ่ และรัฐบาลอาจจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเพื่ออุดหนุนค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ คำถาม คือ “เรากู้จนหนี้เกินเพดานได้หรือไม่?” ….

... “กู้” ไม่ใช่คำต้องห้าม — แต่ต้องใช้คุ้มค่า มีแผนลดหนี้และสร้างภูมิคุ้มกัน

Shock ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศต้องเจอ แต่ภูมิคุ้มกันที่เรามีต่อ Shock และความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันกลับมาต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

รัฐอาจจำเป็นต้องกู้เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจพัง เพราะบางครั้งการไม่กู้เลยอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงกว่ามาก แต่ทุกครั้งที่กู้ “ต้องมาพร้อมกับแผนลดหนี้ที่ทำได้จริง” ไม่ใช่แค่พูด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของตลาด …

…กู้ได้ถ้าจำเป็น — แต่ต้องกู้อย่างมีวินัย ต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า และต้องมีแผนลดหนี้ที่ชัดเจนทำได้จริง เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าครับ…” - ดร.พิพัฒน์

2.2 ก่อนหน้านี้ อดีต รมว.คลัง สมหมาย ภาษี ก็เขียนบทความ “จะกลัวหนี้สาธารณะชนเพดานกันไปทำไม” สนับสนุนการปลดล็อกเพดานหนี้สาธารณะเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รักษาอำนาจซื้อของคนไทยในประเทศ เพิ่มการลงทุน เพิ่มเม็ดเงินงบประมาณ ฯลฯ

“...แนวทางหลักที่จะแก้วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ของไทย คือ รัฐบาลต้องดันสภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งเงินเดือนค่าจ้างและอำนาจซื้อของคนไทย ให้สูงตามให้มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวโน้มที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นของโลก รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณรายจ่ายตั้งแต่ปี 2570 นี้ให้สูงขึ้นอย่างเต็มที่ และต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาเสริมด้านการลงทุนเพิ่มพลังการแก้วิกฤตให้ตรงจุด เพราะโอกาสจากการทำให้เกิดวิกฤตของทรัมป์ ได้เปิดทางให้ไทยใช้นโยบายที่กล่าวข้างต้นโจ๋งครึ่มอยู่แล้ว..” – สมหมายภาษี

3. จะนำพาเศรษฐกิจไทยผ่านวิกฤตระดับโลกครั้งนี้ ได้อย่างไร?

มาตรการเฉพาะหน้าที่รัฐบาลออกมาดูแลประชาชนแต่ละกลุ่มนั้น เป็นเพียงการช่วยบรรเทาผลกระทบ ยังไม่เพียงพอ และยังไม่ใช่การนำพาประเทศผ่านมรสุมวิกฤตโลก เช่น

หาทางทำให้ราคาน้ำมันในประเทศลดลงมากที่สุด โดยไม่เป็นภาระต่อกองทุนน้ำมันฯมากเกินไป และโรงกลั่นก็ได้รับความเป็นธรรม วิธีการที่ทำสำเร็จแล้ว คือ การตรวจสอบดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฯ ทำให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

มาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มเปราะบาง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน ขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม

มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง อุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) วงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่ กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ กลุ่มรถตู้โดยสาร และรถมินิบัสกลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ

ประการสำคัญ ภาพใหญ่การบริหารเศรษฐกิจมหภาค ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเสวนาเศรษฐกิจโลก “The Debate on the Global Economy”

พร้อมกับ (1) Dr. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(2) นาย Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย(3) นาย François Villeroy ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส (4) Dr. Eswar Prasad ศาสตราจารย์อาวุโสด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์ Cornell University และ (5) นาง Martina Cheung ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะกรรมการบริษัท S&P Global ซึ่งเป็นเวทีหลัก (flagship) ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569

รองนายกฯ เอกนิติ กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (Net Energy Importer) เช่นเดียวกันกับหลายๆ ประเทศ จึงได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างมาก ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอุปสงค์อ่อนแอและเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ได้ในที่สุด

ดร.เอกนิติ ชี้ว่า ในโลกยุคใหม่ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” (Economic Security) จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นักลงทุนใช้พิจารณา ในการนี้ ประเทศไทยจึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ(FDI) โดยชูจุดแข็งเรื่องความเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Secure Place) ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อยกระดับผลิตภาพของประเทศ พร้อมกันนี้ ประเทศไทยยังมีแผนเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน (Energy Transition) ในการบริหารจัดการวิกฤตครั้งนี้ภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด (Limited Fiscal Space) ประเทศไทยได้ยึดถือหลักการ 4T ได้แก่ Target,Transition, Transformation และ Together เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้า

4 หลักสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นจริง

“..เรายึดหลักการทำงาน 4 ด้าน (4T) :

TARGET (มุ่งเป้า): ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ พุ่งเป้าความช่วยเหลือไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

TRANSITION (เปลี่ยนผ่าน): เร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) และยกระดับภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลที่ว่องไวและโปร่งใส

TRANSFORM (พลิกโฉม): สร้างโอกาสให้ SME และคนตัวเล็กเข้าถึงดิจิทัลและแหล่งเงินทุน พร้อมปฏิรูประบบภาษีให้ง่ายขึ้น

TOGETHER (รวมพลัง): ประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบนโยบายและทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ

3 เครื่องยนต์ใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตไทย

เรากำลังสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ผ่าน 3 เครื่องยนต์หลัก :

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต* : ทั้งด้านเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (AI) และระบบโลจิสติกส์เพื่อกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น

การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน:* ปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และต่อยอดจุดแข็งด้านการแพทย์ สุขภาพ อาหาร และการท่องเที่ยว

การลงทุนใน “คนไทย”* : ยกระดับทักษะตลอดชีวิต (Upskill/Reskill) สร้างงานที่มีคุณภาพ และเสริมตาข่ายรองรับทางสังคมสำหรับกลุ่มเปราะบาง...”

สุดท้าย รองนายกฯ เอกนิติ ได้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพภายนอกของประเทศไทย โดยระบุว่า ดุลการชำระเงินของไทยยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก และมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นมากกว่า 2.5 เท่า หรือเทียบเท่ากับการนำเข้าถึง 10 เดือน เป็นต้น

4. ผมยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย พื้นฐานเศรษฐกิจไทยภาพรวม ไม่ได้เลวร้าย ไร้ซึ่งอนาคต (ไม่งั้นเราคงผ่านวิกฤตมาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้)

รัฐบาลชุดใหม่ บัดนี้ รัฐบาลอนุทิน 2 มีอำนาจบริหารเต็มที่ ตามรัฐธรรมนูญ (เพิ่งเริ่มบริหารได้จริง ก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน) มีเสียงข้างมากในสภา ต่อไปนี้ ต้องเร่งเครื่องทำงาน แก้ปัญหาประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

น่าคิดว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานทางการเมือง การปั่นกระแสโจมตีรุนแรงตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน เพราะการที่พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย ฝ่าฟันจนแซงชนะเลือกตั้งพรรคส้ม-พรรคแดง และดึงคะแนนจากพรรคแนวร่วมอื่นๆ ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล มีรัฐมนตรีมืออาชีพทำงานต่อ (ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ) ย่อมกระทบกับฐานคะแนนของพรรคการเมืองอื่นๆ ทุกพรรค ที่ต้องการเอาคืน จึงต้องโดนถล่มความน่าเชื่อถือ เกิดการปั่นกระแสโจมตีอย่างรุนแรง หลายเรื่องเกินความจริง อยู่ที่ภูมิคุ้มกันด้านข้อมูลข่าวสารในสังคม ฯลฯ

สุดท้าย รัฐบาลจะทำงานสำเร็จหรือไม่ จะอยู่หรือไป จะอยู่ครบวาระหรือไม่ อยู่ที่ผลการทำงาน ว่าสามารถสร้างประโยชน์รูปธรรมแก่ประชาชนได้แค่ไหน

สันติสุข มะโรงศรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:51 น. ขาวโพลน! พายุลูกเห็บถล่มบ้านน้ำสวยห้วยปลาดุก อ.นาด้วง จ.เลย
21:48 น. เลขาฯ นาโตปัดข้อกังวลปมสหรัฐฯ ถอนตัว ชี้ยุโรปต้องแกร่งขึ้น
21:28 น. น้องชายหลอกพี่สาวป่วยจิต จะพาไปวัด ก่อนจ้วงแทงดับหมกป่า อ้างเครียด
20:50 น. ทรัมป์ ซัดอิหร่านละเมิดหยุดยิง ลั่นหมดเวลาใจดีแล้ว
20:24 น. เพื่อไทยเตรียมประชุมใหญ่สามัญ 24 เม.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคบางส่วน
ดูทั้งหมด
โซเชียลแตก เซ้ง ขอนแก่น อวดการ์ดงานแต่ง ณเดชน์-ญาญ่า ยอดชมทะลุ 1.1 ล้านครั้ง
เปิดภาพล่าสุด ชลิต เฟื่องอารมย์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางสวนทุเรียน
เจ้าเมอร์ลา สุนัข K9 สหรัฐ โชว์ผลงานเจ๋ง ยึดแซนด์วิชหมูหยองจากไทยนับ 100 ชิ้น
งานแต่งแห่งปี! ณเดชน์-ญาญ่า ควงคู่เข้าพิธีวิวาห์สุดอบอุ่นที่ขอนแก่น
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 เมษายน 2569
ดูทั้งหมด
รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด
กระโถนสามแยกปากสุนัข
บุคคลแนวหน้า : 20 เมษายน 2569
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (4)
จอมป่วนโลก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลขาฯ นาโตปัดข้อกังวลปมสหรัฐฯ ถอนตัว ชี้ยุโรปต้องแกร่งขึ้น

น้องชายหลอกพี่สาวป่วยจิต จะพาไปวัด ก่อนจ้วงแทงดับหมกป่า อ้างเครียด

เพื่อไทยเตรียมประชุมใหญ่สามัญ 24 เม.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคบางส่วน

ฮอตทะลุโซเชียล! เกรซ กาญจน์เกล้า เสิร์ฟลุคบิกินีผ้าไทยแซ่บหรูดูแพง

ดร.เลอพงษ์ ชม สีหศักดิ์ ทำเรือ SCG ฉลุยช่องแคบฮอร์มุซ หลังเยือนโอมาน

ตึงเครียดพุ่ง! เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกตกทะเลใกล้ญี่ปุ่น

  • Breaking News
  • ขาวโพลน! พายุลูกเห็บถล่มบ้านน้ำสวยห้วยปลาดุก อ.นาด้วง จ.เลย ขาวโพลน! พายุลูกเห็บถล่มบ้านน้ำสวยห้วยปลาดุก อ.นาด้วง จ.เลย
  • เลขาฯ นาโตปัดข้อกังวลปมสหรัฐฯ ถอนตัว ชี้ยุโรปต้องแกร่งขึ้น เลขาฯ นาโตปัดข้อกังวลปมสหรัฐฯ ถอนตัว ชี้ยุโรปต้องแกร่งขึ้น
  • น้องชายหลอกพี่สาวป่วยจิต จะพาไปวัด ก่อนจ้วงแทงดับหมกป่า อ้างเครียด น้องชายหลอกพี่สาวป่วยจิต จะพาไปวัด ก่อนจ้วงแทงดับหมกป่า อ้างเครียด
  • ทรัมป์ ซัดอิหร่านละเมิดหยุดยิง ลั่นหมดเวลาใจดีแล้ว ทรัมป์ ซัดอิหร่านละเมิดหยุดยิง ลั่นหมดเวลาใจดีแล้ว
  • เพื่อไทยเตรียมประชุมใหญ่สามัญ 24 เม.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคบางส่วน เพื่อไทยเตรียมประชุมใหญ่สามัญ 24 เม.ย.นี้ ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคบางส่วน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทยไม่สิ้นหวัง

เศรษฐกิจไทยไม่สิ้นหวัง

20 เม.ย. 2569

ตำนานโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ตำนานโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

13 เม.ย. 2569

แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข

แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข

6 เม.ย. 2569

หลบหนี จนคดีขาดอายุความ  มหากาพย์ธัมมชโย

หลบหนี จนคดีขาดอายุความ มหากาพย์ธัมมชโย

30 มี.ค. 2569

รัฐบาลอนุทิน2 ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการบริหารเศรษฐกิจ

รัฐบาลอนุทิน2 ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการบริหารเศรษฐกิจ

23 มี.ค. 2569

ประเทศไทยหลังมีรัฐบาลใหม่

ประเทศไทยหลังมีรัฐบาลใหม่

16 มี.ค. 2569

จุดเปลี่ยนประเทศไทย  ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน

จุดเปลี่ยนประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน

9 มี.ค. 2569

กรรมฟอกเงินโกงสหกรณ์คลองจั่น  สะเทือนวิมานธรรมกาย

กรรมฟอกเงินโกงสหกรณ์คลองจั่น สะเทือนวิมานธรรมกาย

2 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved