วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
.jpg)
ภายหลังรัฐบาลอนุทินประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ได้มีการใช้อำนาจตามกฎหมาย ปปง. โดยคณะกรรมการธุรกรรม ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญมูลค่ารวมมากกว่าหมื่นล้านบาท
เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) แก๊ง Call Center อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
นี่เป็นเพียงบทเริ่มต้น ยังไม่ใช่บทจบ
สังคมยังต้องติดตามต่อไปด้วยว่า ใครถูกดำเนินคดีอาญาบ้าง ? สุดท้ายศาลยุติธรรมจะพิพากษาว่าใครมีความผิดบ้าง ?
ทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไว้ตามกฎหมาย ปปง. สุดท้ายจะตกเป็นของแผ่นดิน หรือจะต้องคืนแก่เจ้าของ ?
1. การมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวตามกฎหมาย ปปง. เป็นขั้นตอนสำคัญ จำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
บางคน กล่าวว่า ทำไมไม่ยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินเด็ดขาดไปเลย ไม่ต้องเปิดทางให้มายื่นหลักฐานชี้แจงอะไรเลยมันถึงจะปราบปรามได้จริงๆ
บางคน กล่าวว่าเป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินของประชาชนก็ในเมื่อกฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วยังไม่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด รัฐจะไปยึดอายัดทรัพย์เขาได้อย่างไร
ในความเป็นจริง คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวตามกฎหมาย ปปง. มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน
หากผู้ถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว ประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งนั้น ก็ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ
จากนั้น เลขาฯ ปปง. นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม
หากคำชี้แจงของเจ้าของทรัพย์ฟังขึ้น ทรัพย์สินได้มาก่อนการกระทำผิด ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด คณะกรรมการธุรกรรมอาจเพิกถอนอายัด
หากเห็นว่า ทรัพย์สินที่ยึด-อายัด ได้มาจากการกระทำความผิด ก็จะส่งเรื่องต่อให้อัยการ ภายใน 60 วัน
จากนั้น อัยการดำเนินการฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
ในชั้นการพิจารณาของศาล จะสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่ ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานของฝ่ายผู้ร้อง คือ อัยการ และปปง. ขณะเดียวกัน ก็ให้ความยุติธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว นำหลักฐานเข้าไปแสดงต่อสู้ชี้แจงชั้นศาลได้ด้วย
หากศาลชี้ขาดให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ก็ดำเนินการยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด เอาเงินเข้าหลวงต่อไป
2. การยึดและอายัดทรัพย์ตามกฎหมาย ปปง. ทุกกรณีที่ผ่านมาก็ดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้น
.png)
ไม่ว่าจะเป็น กรณีคดีฉ้อโกงประชาชนต่างๆ คดีดิไอคอน คดีฟอกเงินยาเสพติด การพนันออนไลน์ กรณีทุจริตข้าวจีทูจี คดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน กรณียึดทรัพย์เครือข่ายธรรมกายจากเส้นเงินทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ กรณียึดทรัพย์คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ฯลฯ
2.1 ตัวอย่าง กรณียึดและอายัดทรัพย์ทุจริตข้าวจีทูจี (เสี่ยเปี๋ยงและพวก)
ปปง. ได้ยึดและอายัดทรัพย์ไว้ ตามกฎหมาย ปปง. จากนั้น ก็ดำเนินการจนทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านบาท
ทรัพย์สินของเครือข่ายทุจริตข้าวจีทูจีบางรายการที่ตกเป็นของแผ่นดิน กลายเป็นที่ราชพัสดุ ได้นำมาใช้เป็นที่ตั้งโครงการก่อสร้างที่ทำการสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย
ส่วนคดีอาญา คดีข้าวจีทูจีเก๊ ศาลฎีกาฯ พิพากษาลงจำคุกทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนที่เกี่ยวข้องกันระนาว
2.2 ตัวอย่าง กรณียึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต
ปรากฏว่า คดีอาญา ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้พิพากษายืนตาม โดยศาลวินิจฉัยว่าการกระทำไม่เข้าข่ายเป็นอั้งยี่ หรือการผูกขาด ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอว่ามีการบังคับขู่เข็ญนักท่องเที่ยว
เท่ากับว่า ศาลยกฟ้องจำเลย ฝ่ายบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต เป็นผู้บริสุทธิ์ คดีถึงที่สุดหมดแล้ว
ส่วนทรัพย์สินมูลค่านับหมื่นล้านบาทที่ถูก ปปง.อายัดไว้ ในที่สุดก็ต้องคืนให้กับผู้เกี่ยวข้อง
.jpg)
.jpg)
กรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยว่ากฎหมายภาษีที่ ปปง. ใช้ ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องคืนทรัพย์สิน
.jpg)
.jpg)
น่าคิดว่า เมื่อลองถาม AI ได้คำตอบว่า
““บทจบ” ของคดียึดทรัพย์ทัวร์ศูนย์เหรียญชี้ให้เห็นว่า :
1.กระบวนการยุติธรรมมีบทบาทสูงสุด: คำพิพากษาศาลเป็นสิ่งชี้ขาดขั้นสุดท้าย แม้การดำเนินคดีในระยะเริ่มต้นจะดูรุนแรง
2.ความสำคัญของพยานหลักฐาน: คดีนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหลักฐานต้องมีความเชื่อมโยงและน่าเชื่อถือเพียงพอ
3.การคืนทรัพย์เป็นไปตามกฎหมาย: เมื่อศาลเห็นว่าการยึดหรืออายัดขาดความชอบธรรม ทรัพย์สินก็จะต้องถูกคืนให้แก่เจ้าของ”
3. กรณียึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์
คณะกรรมการธุรกรรม มีมติในการประชุมครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่2 ธันวาคม 2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีสำคัญ ที่เป็นเครือข่ายผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนี้
3.1 รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก
คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 102 รายการ (เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท
(คำสั่ง ย. 293/2568)
.png)
.png)
.jpg)
ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยมีฐานใหญ่ อยู่ในกัมพูชา เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ กับพวก เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในราชอาณาจักรกัมพูชา กลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมในแต่ละคดี มีความเกี่ยวข้องกันและใช้วิธีการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำความผิด โดยเปลี่ยนสภาพระหว่างเงินตราในแต่ละประเทศกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในคดีนี้ประกอบกับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกันไปสู่บุคคลที่อยู่ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้การหลอกลวงในหลายรูปแบบ หลายขั้นตอน เป็นขบวนการหลอกลวงในลักษณะ ไฮบริดสแกม
3.2 รายคดี นายก๊ก อาน (MR.KOK AN) กับพวก
คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 90 รายการ (เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 467 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 297/2568)
สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ราย น.ส.ปาริฉัตต์ กับพวกกรณี น.ส.ชาล็อต ถูกคนร้ายหลอกลวงเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำความผิดอันมีลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีศูนย์ปฏิบัติการในราชอาณาจักรกัมพูชา เช่น อาคาร 25 ชั้น อาคาร 18 ชั้น อาคาร Hiso และอาคาร Crown Casino มีขบวนการให้เจ้าของบัญชีม้าสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม โดยมีนายก๊ก อาน สัญชาติกัมพูชา เป็นเจ้าของสถานที่ พบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงประชาชนที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการรับโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร และนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาซื้อทรัพย์สิน ให้ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ถือกรรมสิทธิ์แทนในทรัพย์สินจำนวนมากในประเทศไทย
2.3 รายคดี นางสาวแตงไทย กับพวก (ธุรกรรมเชื่อมโยงนายยิม เลียก นายเบน สมิธ)
คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 66 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุดหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 9,279 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 300/2568) และยังมีเพิ่มเติมอีกด้วย
จากกรณีการหลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายประการต่างๆ และอ้างว่าต้องถูกตรวจสอบ เนื่องจากบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวพันกับการฟอกเงิน ใช้อุบายหลอกลวงว่าหากต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ต้องโอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ จากการสืบสวนเส้นทางการเงินขยายผลเครือข่ายผู้กระทำความผิด พบข้อมูลว่า นางสาวแตงไทยฯ ได้รับมอบอำนาจให้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารของ นายยิม เลียกหรือ MR.LEAK YIM ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดทายาทเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา เป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่หลอกลวงผู้เสียหายเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิดมูลฐานพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ หรือ MR. SMITH BEN รวมทั้งบุคคลและนิติบุคคลจำนวนมาก กรณีดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนมีการโอนเงินไปมาระหว่างบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เสมือนว่ามีการดำเนินธุรกิจ และใช้บริษัทในการถือครองทรัพย์สินแทนตนเอง และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินและการถือครองทรัพย์สินในลักษณะที่มีความซับซ้อนสูง
ทั้งหมด เป็นข้อมูลการยึดอายัดทรัพย์ตามกฎหมาย ปปง. ไม่ใช่การดำเนินคดีอาญา และบุคคลที่มีรายชื่อยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
4. ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา และดำเนินการทางปกครอง
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ทางการไทยได้ดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสัญชาติไทยของคนกัมพูชาที่เข้ามาถือสัญชาติไทยด้วยไปแล้วหลายราย อาทิ ลี ยงพัด ก๊ก อานและลูกๆ ฯลฯ
ยังต้องติดตามว่า จะดำเนินคดีอาญากับใครอีกบ้าง ?
ส่วนกรณีเบน สมิธ แม้สำนักข่าวอิศรามีรายงานว่า ข้อมูลของทางสหรัฐ มีการปรับแก้ร่างกฎหมาย H.R.5490 Dismantle Foreign Scam Syndicates Act หรือที่เรียกว่าร่างกฎหมายปราบสแกมเมอร์
โดยร่างฉบับเดิม ลงวันที่ 18 ก.ย.2568 ในส่วนของการลงโทษบุคคลหรือนิติบุคคลต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ (Imposition of Sanctions) 43 รายชื่อ (เคยมีชื่อของนายเบน สมิธ นายยิม เลียก )
แต่ปรากฏว่า ในร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการต่างประเทศ สภาคองเกรส ลงวันที่ 2 ธ.ค.2568 มีการเอาชื่อทั้ง 43 รายชื่อออกไปแล้ว โดยชื่อของนายเบน สมิธ นายยิม เลียก ก็ถูกถอนออกไปแล้วด้วย
กรณีนี้ ผมเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยยังมีอิสระในการดำเนินการคดีตามกฎหมาย หากมีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถดำเนินคดีกับใครก็ได้ ตามกฎหมายของประเทศไทย (แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมตามกฎหมาย)
.png)
สิ่งสำคัญที่สุดในการทำสงครามกับสแกมเมอร์หลังจากนี้ คือ การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับผู้กระทำผิดให้ได้ ตามกระบวนการกฎหมาย และระบบยุติธรรมของไทย โดยประสานข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบต่างประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม ศาลยุติธรรมของไทยย่อมเป็นอธิปไตยจากการกดดันบงการของต่างชาติ
สันติสุข มะโรงศรี

16ทีมครบ! ตบเท้าเตรียมบู๊แชมเปียนส์ลีก
ท่องเที่ยวฟื้น! ดันรายได้Q4‘กลุ่มดุสิตธานี’เพิ่ม78.9% คาดปี69 ธุรกิจขยายตัว 5-8%
แฟนคลับตะลึงในความสวยจึ้ง‘อั้มพัชราภา’ควง‘นุ่นวรนุช’ ออกงานคู่ครั้งแรก
วุฒิสภา ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ 'คตง.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน'
‘ศุภจี’หารือUAE มุ่งสรุปFTA ลั่นพร้อมเป็น‘ฮับ’อาหารฮาลาลเอเชีย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี