ขณะนี้ ความเคลื่อนไหวการเมืองเพื่อล้มผลการเลือกตั้ง การต่อรองของพรรคการเมืองที่จะร่วมรัฐบาล การปั่นกระแสตอกลิ่มให้คนไทยแตกแยก สงครามประสาท ชักใยชี้นำโดยเครือข่ายผีส้มในโซเชียล ขบวนการ Spectre C ฯลฯ อาจทำให้คนไทยบางส่วนไม่สบายใจ หรือแม้กระทั่งเข้าใจสถานการณ์ผิด
ผมกลับรู้สึกโล่งใจ สะใจ สบายใจ และติดตามสถานการณ์ตามความเป็นจริงอย่างภาคภูมิใจ
1. การจัดตั้งรัฐบาลไร้เทียมทาน
การจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน หลังพรรคเพื่อไทยตอบรับคำเชิญ
เท่ากับว่า มีเสียงสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้แล้ว ดังนี้
พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
พลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง และพรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน และ พรรคมิติใหม่
ล่าสุด เพื่อไทย 74 เสียง
นับถึงขณะนี้ ถ้าเพื่อไทยร่วมรัฐบาล ก็จะมี สส. สนับสนุนนายอนุทินแล้ว 281 เสียง
เพียงพอที่จะเป็นนายกฯ แต่จะมั่นคงพอที่จะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ผลักดันงานสภาอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะแกนนำ ภท. เคยประเมินไว้ว่าน่าจะต้องได้เสียงราวๆ 300 เสียงขึ้นไป
ลำดับต่อไป แกนนำ ภท. จะคุยกับพรรคกล้าธรรม 58 เสียงและพรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง ตามลำดับ
จากนั้น นายอนุทิน เคยกล่าวไว้ว่า จะนำข้อหารือจากการพูดคุยกับทุกพรรค ไปฟังมวลสมาชิกพรรค ภท. เพื่อตัดสินใจสุดท้าย ว่าจะเดินหน้าตั้งรัฐบาลอย่างไรต่อไป
2. ถ้าไม่รวมพลังเลือกภูมิใจไทย เสียงแตก สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านี้อย่างหน้ามือ-หลังตีน
มีการปั่นความเห็นลักษณะว่า เสียดายที่เลือกภูมิใจไทย เพราะสุดท้าย ก็ยังดึงพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล รวมถึงไม่อยากได้พรรคกล้าธรรมด้วย ???
กล่าวด้วยความจริงใจ ผมเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ คนที่รวมพลังเลือกน้ำเงินเพื่อให้ได้ สส. เยอะกว่าส้มและแดง มีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ความจริงครับ
ลองคิดว่า ถ้าเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่มีการรวมพลังเลือกน้ำเงิน จนได้ 193 เสียง แต่กระจายเลือกสีฟ้าและสีอื่นๆ
สมมุติว่า แทนที่จะเป็น น้ำเงิน 193, ฟ้า 22 และอื่นๆ เหมือนขณะนี้ ซึ่งทำให้น้ำเงินมาที่หนึ่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ตอนนี้ การันตีได้คุณศุภจี สีหศักดิ์ เอกนิติ ทำงานต่อ / เลิก MOU44 / นโยบายของ ภท. เป็นแกนหลักในรัฐบาล
ตรงกันข้าม ลองถ้าไม่รวมพลังกัน ปล่อยให้เสียงแตกกระจาย กลายเป็นน้ำเงิน 100, ฟ้าเพิ่มเป็น 70, อื่นๆ อีก 50 ขณะที่ส้ม 118 เท่าเดิม (หรือมากกว่าเดิม), แดง 74 เท่าเดิม (หรือมากกว่าเดิม), เขียว 58 เท่าเดิม ซึ่งปัจจุบัน 3 พรรคนี้รวมกันก็เกินครึ่งสภาแล้ว
ลองคิดว่า สถานการณ์ปัจจุบัน จะดีกว่านี้ หรือเลวกว่านี้ ?
แน่นอน... ฟ้าและอื่นๆ จะได้เพิ่มขึ้น ดูดีขึ้น มีอำนาจต่อรองของตัวเองมากขึ้น (สส. เขต ฟ้าและอื่นๆ ไม่มีทางได้เท่าน้ำเงิน เพราะพื้นที่สู้รบแตกหักอยู่อีสาน) แต่ภาพรวมมันจะกลายเป็นส้มสเปกเตอร์ซี 118 มาที่หนึ่ง (หรือแดง) แทนที่จะเป็นน้ำเงิน
แต่ถ้าแบบนั้น เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นคุณศุภจีเอกนิติ สีหศักดิ์ ใน ครม. แผ่นดินที่ยึดคืนมาได้ ก็คงคืนเขาไปอาจจะต้องมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนด่าในหลวงดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ฯลฯ
เห็นได้ชัดว่า ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลย
ถ้าจะมี แค่เสียดาย ที่ไม่ได้เสียงชนะขาดกว่านี้ เพราะถ้าน้ำเงินได้เกิน 250 หรือแดง+ส้ม+เขียว ไม่ถึง 250 ก็แทบจะไม่ต้องต่อรองอะไรเลย แต่สมการจำนวน สส. หลังเลือกตั้ง มันบังคับว่า น้ำเงินต้องมี สส. จากพรรคใหญ่ แดง+ส้ม+เขียวอย่างน้อยพรรคใดพรรคหนึ่งร่วมรัฐบาล จึงจะมีเสียงเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ผมเคารพเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคอื่นด้วยครับ อยู่กับความจริง มองภาพรวม
ผมรู้สึกขอบคุณ และภูมิใจกับเสียงที่รวมพลังกันเลือกสีน้ำเงิน มิเช่นนั้นแล้ว ประเทศชาติอยู่ในสถานการณ์วิกฤตกว่านี้อย่างหน้ามือเป็นหลังตีนแน่นอน
โปรดใจเย็นๆ รอดูรัฐบาลจะมีหน้าตาอย่างไร จะมีนโยบายอย่างไร และผลงานจะเป็นอย่างไร?
3. เสียงคนไทยเจ้าของประเทศ ไม่เอานโยบายทำลายชาติ
เมื่อพรรคส้มแพ้เลือกตั้ง ไม่มีคะแนนสนับสนุนพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ก็ตอกย้ำว่า เสียงของคนไทยเจ้าของประเทศแท้จริงไม่เอานโยบายที่พรรคส้มประกาศไว้ ถ้าเคารพประชาชนจริงก็สมควรยุติ ทิ้งลงถังขยะไปเสีย
นโยบายทหารของพรรคส้ม สาระสำคัญ คือ บีบกองทัพอยู่ใต้นักการเมือง โดยจะเปลี่ยนสภากลาโหมเป็นแค่ที่ปรึกษา ยกเลิกระบบเจ็ดเสือกลาโหมแต่งตั้งนายพล เปิดประตูให้นักการเมืองล้วงลูกแต่งตั้งโยกย้ายแม่ทัพนายกอง รวมถึงการตัดสินใจทางการทหาร…
ลองคิดดู หากรัฐบาลหลานอังเคิล หรือนักการเมืองย้ายแม่ทัพได้ง่ายๆ เหมือนย้ายผู้ว่าฯ “แม่ทัพที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอังเคิล” จะถูกโยกไปไหน แล้วเอาใครที่หงออังเคิลมาแทนหรือไม่? มันจะกระทบกับการวางกำลัง การตัดสินใจทางยุทธการทหาร ส่งผลได้เสียต่อความมั่นคงของชาติร้ายแรงแค่ไหน?
นโยบายอันตรายพวกนี้ ทิ้งถังขยะไปเสียเด็ดขาด
นักการเมืองส้ม ที่ชี้นำสังคมด้วยทัศนะว่า “ทหารมีไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะ กองทัพไม่จำเป็นต้องมีถ้าผู้นำฉลาดพอ - ตัดงบกองทัพลง ทหารไม่ต้องมีแล้ว คุณจะมีอะไรเยอะแยะ จะไปรบที่ไหน ไม่มีแล้ว - รบไปก็แพ้ -กองทัพส้นตีน - เรือดำน้ำรถถัง เครื่องบินรบ ถ้ามึงเสี้ยนกระสันอยากได้ ให้มันขอรับบริจาค – ปีนี้เราตัดงบกองทัพได้สามหมื่นล้านเลยค่ะ...” ฯลฯ นักการเมืองพวกนี้ ควรละอายใจ ออกมากราบขอโทษกองทัพ ขอโทษสังคม ขอโทษคนไทยโดยเร็วที่สุด
นโยบายนิรโทษกรรมคนทำผิดมาตรา 112 ก็เช่นกัน ตอกย้ำชัดเจนว่า ประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วย
นักการเมืองพรรคส้ม สมควรมีสำนึกละอายที่จะดึงดันเคลื่อนไหวผลักดันประเด็นเหล่านี้ต่อไป ควรยุติการเอาการเมืองเข้าไปแทรกแซง ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมายและระบบยุติธรรม
พึงสำเหนียกว่า ผู้สมัครส้มไปเดินตลาด แม้แต่คนที่เชียร์ ก็ยังบอกกับเท้งกับผู้สมัครว่า อย่าแตะพระมหากษัตริย์
4. เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ห้ามแตะหมวด 1-2พระราชสถานะและพระราชอำนาจ
รธน. หมวด 1 บททั่วไปเกี่ยวกับรูปแบบการปกครอง, หมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ สถานะ พระราชอำนาจ องคมนตรี
ก่อนลงประชามติ พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นชอบให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และทุกพรรคล้วนแสดงจุดยืนว่า ไม่แตะต้องเนื้อหาหมวด 1 -2 (พรรค ภท. พท. กธ. ปชป. ฯลฯ)
มีแต่พรรคส้มที่ดึงดันจะแตะให้ได้ (แล้วพรรคส้มก็แพ้เลือกตั้งด้วย)
เมื่อผลประชามติให้เห็นชอบให้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ควรยึดถือเสียงของ สส. จากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยที่จะแตะหมวด 1-2
ความจริง สำหรับนักการเมืองที่ต้องการแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน นี่คือหมวดที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขเลย
แต่สำหรับคนที่ต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ลดพระราชอำนาจ เปลี่ยนแปลงพระราชสถานะ นี่คือหมวดที่ต้องรื้อแก้ให้ได้
5. พูดแล้วทำพลัส นโยบายที่เป็นผลประโยชน์ของชาวบ้าน ต้องทำจริง
เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล นายอนุทินเป็นนายกฯ สัญญาประชาคมที่เคยประกาศไว้ นโยบายที่เคยปักธงแน่วแน่ จะต้องอยู่ในนโยบายรัฐบาล ถูกนำมาขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ที่น่าสนใจ เช่น
รัฐบาลอนุทินจะมีการยกเลิก MOU44 แน่นอน ตามที่เตรียมความพร้อมไว้แล้ว
ส่วนเขตแดนบนบก ก็ต้องยึดแผนที่ 1 : 50,000มิเช่นนั้นก็ทบทวน MOU43
ปัญหาความมั่นคง ตามแนวชายแดน รัฐบาลอนุทินจะต้องเดินหน้านโยบาย “สร้างกำแพง” เพื่อปกป้องประเทศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะภัยทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งการลักลอบนำของเถื่อนเข้าประเทศ สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามากดราคาพืชผลทางการเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย
ยาเสพติด เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา
การขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” เฟสต่อไป ต้องเดินหน้าต่อทันที
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่มีคนจนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึง ก็ต้องมีการทบทวนสิทธิ์ และทำใหม่ทั้งหมด ตามที่พรรคภูมิใจไทยประกาศไว้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากหล่มในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 แล้ว จะไปต่ออย่างไร
พรรคภูมิใจไทย เสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ จากมาตรการ 10 พลัส จะเป็นห้วงเวลาแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth ตั้งเป้าหมายอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็น 3% พลัส
พลัส 1 คนตัวเล็ก ตัวน้อย พลัส+ แก้เศรษฐกิจปากท้อง เติมชีวิตให้คนตัวเล็ก
พลัส 2 ผู้สูงวัยพลัส+ ทักษะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแล
พลัส 3 ชุมชนพลัส+ ผลิตของที่ใช่ ขายของที่ชอบ ตอบโจทย์ทุกคน
พลัส 4 การศึกษา เท่าเทียม พลัส+ เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงาน เรียนฟรีทุกที่ ทุกเวลา
พลัส 5 เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส+ SME ไทย เติมทุนให้ ค้ำประกันไว้ สู้ได้ทุกเวที
พลัส 6 ลงทุนพลัส+ เพิ่มการลงทุน พลัส+ รัฐร่วมทุน กระตุ้นโตยาว
พลัส 7 เศรษฐกิจสีเขียว พลัส+ รักษ์โลก คือทางรอด และทางรวยยั่งยืน
พลัส 8 AI พลัส+ AI ถึงมือ งานถึงตัว เงินถึงบ้าน
พลัส 9 Trade พลัส+ ค้าขายฉลาด อัปเกรด การผลิต ยึดตลาดโลก ด้วยพันธมิตร
พลัส 10 ไทยแลนด์ พลัส+ รัฐฉับไว อนุมัติไว ไม่มีกั๊ก
ยกตัวอย่าง โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยจ้างงานผู้จบการศึกษาด้านพยาบาลผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์ อบรมเพิ่มเติมแล้วเข้าทำงาน 100,000 อัตรา เงินเดือน 15,000 ฯลฯ
พูดแล้วทำพลัส เมื่อพูดแล้ว ประชาชนให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจนได้เป็นรัฐบาลแล้ว ต้องทำจริง
6. เลือกตั้งไม่โมฆะ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คนแพ้แล้วพาลจะแพ้ภัยตัวเอง
รัฐธรรมนูญกำหนดให้การลงคะแนนเป็นความลับ หมายถึงตอนที่เราอยู่ในคูหา ต้องไม่มีใครรู้ว่าเรากาเบอร์ไหน ปีที่ให้หันตูดออก นั่นมันทำให้คนทั่วไปก็เห็นว่ากาเบอร์ไหนไง มันจึง “ไม่ลับ”
มันไม่ต้องไปบุกรุก ลักลอบ ควานหาบัตรเลือกตั้งที่เขาฉีกขาดจากต้นขั้วแล้ว แถมคละกันหมดแล้ว ไปไล่หา เจาะหา หรือเข้าฐานข้อมูลภาครัฐโดยผิดกฎหมาย จึงอาจจะรู้ว่าเขากาเบอร์ไหน แบบนั้น คนค้นหานั่นแหละทำผิดกฎหมายเสียเองเว้ยเฮ้ยย
บาร์โค้ด หรือรหัสบนบัตรเลือกตั้ง ทำหน้าที่ “ตรวจสอบรับรองความถูกต้องของบัตร”
และระบบก็ไม่ได้เปิดให้ใครก็ได้เข้าไปเปิดหีบ ค้นบัตรเลือกตั้งที่คละปนกันไม่รู้กี่ใบ รื้อค้นเอกสารการเลือกตั้งตามอำเภอใจ หรือใช้แฮกเกอร์เจาะระบบค้นหา แบบนี้ มันทำผิดกฎหมาย ใครทำก็ติดคุก
(ข้อกฎหมายให้ กกต.กำหนดให้มีรหัสบนเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใด เพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง)
ที่สำคัญ ความเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลไม่ได้อยู่บนบัตรเลือกตั้ง แต่อยู่ที่ลำดับผู้มาใช้สิทธิและลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นอีกชุดเอกสารที่ถูกควบคุมอีกชั้นหนึ่ง การจะโยงจากบัตรต้นขั้ว ลายเซ็น บุคคล ต้องผ่านหลายด่านที่ถูกออกแบบมาให้แยกจากกัน และแต่ละด่านมีข้อจำกัดทางกฎหมายกำกับไว้ชัดเจน
การจะล้มการเลือกตั้ง โดยบอกว่ามันไม่ลับ มันต้องพิสูจน์ว่าความลับมันรั่วไหล แบบที่หันก้นออก มันเห็นทั่วไป คนทั่วไปก็เห็นได้ตอนกาบัตร ไม่ใช่แค่กังวลว่า “อาจจะเกิดขึ้นได้” หากมีแฮกเกอร์ มีผู้เชี่ยวชาญสืบค้นทำโดยละเมิดกฎหมายจึงจะรู้ มันต่างกัน
เอาจริงๆ... ตอนนับคะแนนที่หน่วย มีพยาน มีตัวแทนพรรค มีคนสังเกตการณ์ ประท้วงได้ตอนนั้นเลย (บางคลิปที่แพร่กัน ก็ประท้วง แก้ไขแล้ว แต่ยังเอาคลิปมาปั่นกัน)
แต่พอรู้ผลว่าแพ้ แพ้แล้วพาล ก็ปลุกปั่น ไอซ์เอาเฟคนิวส์เข้ามาปั่นด้วยว่านับคะแนนใหม่แล้วผลเปลี่ยน ปั่นไปนอนเฝ้าหีบ (โกหกอีกแล้ว เพราะจริงๆไม่นอนเฝ้าหีบด้วย) สุดท้าย คนหลงเชื่อส่อติดคุก ไม่ต่างจากม็อบสามนิ้วถูกปั่นหัว หลอกให้ทำผิดกฎหมาย ล่าสุด มาปั่นเรื่องเลือกตั้งโมฆะเพราะมีบาร์โค้ด
น่าสงสัยว่า มีขบวนการ Spectre C ช่วยปั่นกระแสสร้างภาพตั้งแต่สร้าง echo chamber สร้างโลกลวงหลอกที่ส้มมีแต่ความเก่ง ความเท่ ความไม่เทาเลย แต่คู่แข่งชั่วร้าย ต้องทำลาย ต้องกำจัด พ่อแม่ก็ไม่ต้องกตัญญูหากไม่เลือกส้ม ฯลฯ แต่ในที่สุด echo chamber สั่นสะเทือน ปริร้าว คนเทส้มคายส้ม ตบหน้ากระแสหลอกลวงในโซเชียล
สุดท้าย คนแพ้แล้วพาล จะแพ้ภัยตัวเองครับ
สันติสุข มะโรงศรี

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี