วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ดังที่เคยกล่าวถึงการยึดอำนาจของคณะทหารไทยที่ล้มรัฐบาลนั้น ทั้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่พ.ศ. 2490 และพ.ศ. 2494 ปรากฏว่าเป็นการล้มรัฐธรรมนูญอันเป็นกติกาการปกครองของประเทศและเป็นแม่บทกฎหมายอันสำคัญของแผ่นดินแล้วจึงได้หากติกาใหม่ เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราว ดังในกรณีของการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 หรือในกรณีที่หันกลับไปเอารัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของประเทศ ที่มีการยกเลิกไปแล้วกลับมาใช้ไปพลางก่อน แต่ในการยึดอำนาจเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2500 ที่ผู้บัญชาการทหารบก คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ปฏิบัตินั้น กลับมิได้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ใช้อยู่ในวันที่มีการยึดอำนาจแต่อย่างใด จะคิดว่าคณะทหารชุดนี้ไม่รู้เรื่องเดิมๆ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ เพราะหัวหน้าคณะยึดอำนาจ คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั้นเป็นนายทหารที่เป็นตัวการซึ่งมีบทบาทนำในการยึดอำนาจล้มรัฐบาลมาทั้ง 2 ครั้งในอดีต คือในครั้งปี 2490 และในปี 2494 มาแล้ว
ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพวกได้เข้ายึดอำนาจรัฐนั้น ได้มีประกาศพระบรมราชโองการตั้งผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารทันทีในวันเดียวกัน ดังความที่ว่า
“ เนื่องด้วยปรากฏว่า รัฐบาลอันมี จอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดินเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนทั้งไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านได้ คณะทหารซึ่งมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นหัวหน้า ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองไว้ได้ และทำหน้าที่เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารข้าพเจ้าจึงขอตั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร ขอให้ประชาชนทั้งหลายจงอยู่ในความสงบและให้ข้าราชการทุกฝ่ายฟังคำสั่งของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
ต่อมาอีกสองวัน ในวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2500 ได้มี “ประกาศพระบรมราชโองการเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”ที่ยืนยันให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ใช้
อยู่ในวันนั้นมีผลบังคับใช้ต่อไปภายใต้เงื่อนไข4 ประการ คือ สภาผู้แทนราษฎรทั้งสองประเภท พ้นจากตำแหน่งทันที และให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ภายใน 90 วัน และให้มีการแต่งตั้งสมาชิกประเภทที่สองจำนวน 123 นาย และให้สมาชิกประเภทที่ 2 นี้ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรไปพลางก่อน จากนั้นให้มี การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
พร้อมกันนั้น ในวันเดียวกันนี้ จึงได้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ขึ้นจำนวน 123 คน ถือได้ว่าการเมืองค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติ สามารถมีอำนาจนิติบัญญัติที่เป็นต้นน้ำ ที่จะนำไปสู่การมีอำนาจบริหารหรือรัฐบาลได้ในลำดับต่อไป และจะสามารถดำเนินการเลือกตั้งเพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง อันจะทำให้สภานิติบัญญัติมี
องค์ประกอบที่สมบูรณ์
ฉะนั้นการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจล้มรัฐบาลและล้มสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งนั้นสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ ศึกษาดูจากการยึดอำนาจที่มีมา
ก่อนการยึดอำนาจในปี 2500 และการยึดอำนาจที่มีต่อมาอีกหลายครั้ง จะพบว่าไม่มีครั้งใดเลยที่คณะทหารจะไม่ยกเลิกรัฐธรรมนูญเพราะมีการกล่าวกันว่าการไม่ยกเลิกรัฐธรรมนูญอันเป็นกติกาการปกครองที่ใช้อยู่ในวันที่มีการยึดอำนาจนั้น คณะผู้ยึดอำนาจจะมีความเสี่ยงสูงมากเพราะการยึดอำนาจโดยใช้กำลังทหารเข้าล้มรัฐบาลนั้น เป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญซึ่งมีโทษค่อนข้างสูง หากยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในวันที่ยึดอำนาจไปแล้วมองในทางกฎหมาย ดูท่าว่าจะปลอดภัยแก่คณะผู้ยึดอำนาจมากกว่า
แต่ที่น่าจะตามสังเกตก็คือ อีก 10 เดือนต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ กับคณะทหารก็เข้ายึดอำนาจซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญทันที
นรนิติ เศรษฐบุตร
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี