วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อมีการแต่งตั้งสมาชิกสมัชชาแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกเรียบร้อยในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2516 แล้ว กระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อผู้ที่สมควรจะได้รับการนำเสนอเพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงดำเนินการต่อมาตามขั้นตอน จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม ปรากฏว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ไม่ได้ลาออกเหลืออยู่เพียง 11 คนเท่านั้น ดังนั้นในวันที่ 16 ธันวาคมปีเดียวกัน นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ ก็ได้ดำเนินการเพื่อออกพระราชกฤษฎีกายุบสภา โดย นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งมีเหตุผลว่า
“โดยที่ทรงพระราชดำริว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจำนวนมากได้แสดงความจำนงขอลาออกจากสมาชิกภาพ และประกอบกับสมาชิกที่เหลืออยู่มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะเป็นองค์ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ฉะนั้นสมควรยุบสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อจะได้แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นใหม่ ให้เป็นการสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน”
ดังนั้น มาตรา 3 ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2515 ระบุว่า
“ ให้ยุบสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อแต่งตั้งสมาชิกตามจำนวนที่ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรกำหนด ประกอบเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรอีกวาระหนึ่ง”
การยุบสภาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี สัญญาธรรมศักดิ์ ยุบสภาได้หรือไม่ เพราะไม่มีบัญญัติเรื่องยุบสภาไว้ในธรรมนูญปกครองราชอาณาจักรฉบับนี้เลย แต่ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรเป็นกติกาการปกครองชั่วคราว ที่ออกมาโดยคณะทหารที่ยึดอำนาจการปกครอง จึงไม่เคยบัญญัติอะไรไว้มากกว่าที่จำเป็น ดังจะเห็นได้ว่าไม่ได้บัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพไว้ ที่ไม่บัญญัติเรื่องการยุบสภาไว้ เพราะคณะทหารเชื่อแน่ว่าสภาจะไม่ขัดแย้งกับรัฐบาลถึงขั้นที่จะต้องยุบสภาแต่อย่างใด
เมื่อไม่มีการบัญญัติไว้ในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกติกาการปกครองที่ใช้อยู่ในขณะนั้น แล้วนายกรัฐมนตรีจะอ้างกติกาใดในการเสนอออกพระราชกฤษฎีกายุบสภา เมื่ออ่านดูในพระราชกฤษฎีกายุบสภาพ.ศ.2516 ปรากฏว่าอ้างเพียงมาตรา 16 ของธรรมนูญฯ ซึ่งเป็นเรื่อง “พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมายนั่นเอง” เท่านั้น
แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่านายกรัฐมนตรี สัญญา ท่านเป็นนักกฎหมายสำคัญของแผ่นดินตำแหน่งสุดท้ายในวงตุลาการก่อนเกษียณอายุราชการก็คือประธานศาลฎีกา เรื่องจะทำอะไรไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงไม่น่าจะเป็นไปได้
ที่จริงอำนาจที่ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรให้ไว้ด้วยคือการทำตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยดังที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 22 ความว่า
“ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งธรรมนูญการปกครองนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย”
ที่ผ่านมา การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยมีการยุบสภามาบ้างแล้วถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกการยุบสภาเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2481 ในสมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี และการยุบสภาครั้งที่สองเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2488 ในสมัยรัฐบาลที่มีหม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้การยุบสภาในพ.ศ. 2516 สมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ จึงย่อมกระทำได้ตามกติกาธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2516
หลังจากมีสภานิติบัญญัติชุดใหม่แล้ว จึงได้ตัวประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนใหม่ คือหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช นักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ และนักเขียนเรืองนามของประเทศ
นรนิติ เศรษฐบุตร

กู้หน้าหมองให้กลับมาใส! 5 วัตถุดิบก้นครัว เปลี่ยนผิวไหม้เป็นผิวปังหลังสงกรานต์
จับตาเจรจารอบ2! ทรัมป์ ลั่นมั่นใจสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุด
สาวช็อก! จอดรถทำธุระ เจอแขกไม่ได้รับเชิญ 'งูเหลือม 4 เมตร' เลื้อยซุกซุ้มล้อ
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อภิสิทธิ์ โต้พวกบิดเบือนไล่ วีระพงษ์ จากประชาธิปัตย์ บอกการทำหน้าที่ต้องชัดเจน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี