วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผมเห็นว่า พลพรรคส้มมีวิธีการสื่อสารการเมือง การโฆษณาชวนเชื่อที่แพรวพราว จัดจ้าน เพราะข้อมูลบิดเบือน ความจริงเสี้ยวเดียว และวาทกรรมต่างๆ ถูกผลิตและเผยแพร่ เพื่อครอบงำโน้มน้าว ชี้นำความคิดของคนในสังคมมากมายและได้ผล เหมือนดั่งเป่าคาถามหาระรวย
กลยุทธ์และวิธีการสื่อสารโฆษณาชวนเชื่อของพลพรรคส้มที่ถูกนำมาใช้ในการเมืองการเลือกตั้ง ดังนี้
1. การสร้างศัตรูร่วม (Us vs Them) ที่ชัดเจน กระตุ้นให้สังคมแบ่งขั้วอย่างรุนแรง
(ครั้งนี้หยิบเรื่อง “เทา-ไม่เทา” รวมถึงประกาศว่าประเทศมีสองทาง คือ ส้ม หรือน้ำเงิน เป็นรัฐบาล)
2. การเสนอแต่นโยบายในอุดมคติ ถูกใจคนฟัง (เมื่อครั้งมีโอกาสเป็นรัฐบาล มีโอกาสจะได้ทำงาน จึงไม่เข้ามาทำงานเอง เพราะจะทำให้การพูดเรื่องสวยหรูทำไม่ได้อย่างที่เคย)
เรื่องที่นำมาขายฝัน มักไม่คำนึงถึงข้อจำกัดทางกฎหมาย ความเป็นจริงทางการคลัง หรือความซับซ้อนในการปฏิบัติ
3. การควบคุมการสื่อสารภายในกลุ่มอย่างแน่นหนา สร้าง Echo Chamber ที่ผู้สนับสนุนได้ยินแต่เสียงที่สะท้อนความเชื่อเดิมของตัวเอง
พวกตัวดีหมด เก่งที่สุด เลิศเลอ คนอื่นคือล้าหลัง ฯลฯ
แล้วบูลลี่เพื่อไม่ให้คนของตนรับข้อมูลความจริงที่หักล้างสิ่งที่ตนเองครอบเอาไว้ เช่น บูลลี่ Top News ในช่วงเลือกตั้ง เมื่อถูกจับโกหก หรือถูกนำเสนอความจริงมาหักล้างหลายๆ เรื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเห็นความไม่สมเหตุสมผลที่พวกตนปั้นแต่งครอบงำไว้ เช่น เรื่อง 112 เรื่องคดีของผู้นำส้ม เรื่องการบิดเบือนช่วงโควิด-19 เรื่องให้ร้ายป้ายสีลุงตู่ เรื่องวัคซีนเทพ เรื่องด้อยค่ากองทัพมีไว้ทำไมรบไปก็ไม่ชนะ เรื่องประกันสังคม ฯลฯ
4. การใช้อารมณ์เหนือเหตุผล : ในบางประเด็น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนแบบคลั่งไคล้
อย่างที่ไอซ์ขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกเร้าความโกรธแค้น เกลียดชัง ใช้คำด่าฝ่ายตรงข้ามว่า “พวกมึงมันเหมือนกันหมด” พยายามดึงแนวร่วม
ใช้คำว่า “ประชาชน” มาเป็นชื่อพรรค และเรียกรัฐบาลที่พวกตนจะมีอำนาจว่าเป็น “รัฐบาลประชาชน” ทั้งๆ ที่ รัฐบาลที่มาจากเสียงข้างมากตามกติกา ใครเป็นรัฐบาล สส. ก็มาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกันนี้เอง
พยายามปลุกเร้าอารมณ์ กลบเกลื่อนเหตุผลและความจริงที่ว่าสังคมไทยเคยให้โอกาสพลพรรคส้มผ่านการเลือกตั้งใหญ่ 2 ครั้งแล้ว และที่ผ่านมาประพฤติเยี่ยงไร เช่น พยายามวนเวียนแต่จะนิรโทษกรรมคนผิด 112 แก้/เลิก 112 ด้อยค่าทหาร ตัดงบทหาร ไปเที่ยวดูงานต่างประเทศทั้งๆ ที่โจมตีไว้สารพัด ละเลยสส.สีเทาในพรรคเอี่ยวพนันออนไลน์ ฟอกเงินยาเสพติดกลุ่มประกันสังคมส้มที่มีโอกาสเข้าไปทำงานแล้วก็ไปต่างประเทศกับคนที่พวกตนเองโจมตีเขาไว้ ฯลฯ
5. ไม่มีผลงานตรวจสอบจริง เอาแต่แตะให้เป็นข่าว ปั่นกระแส แต่คนที่เดินเรื่องตรวจสอบเอาผิดหลายๆ เรื่องไม่ใช่พรรคส้ม เช่น กรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ, กรณีคลิปเสียงอังเคิล (ส้มแถลงให้ประชาชนถอนตัวจากการไปชุมนุมรวมพลังแผ่นดินด้วยซ้ำ) ฯลฯ
พอใกล้เลือกตั้ง เครือข่ายส้มก็เคลมผลงานคนอื่นมาปั่นกันดื้อๆ ก็มี เช่น
เคลมผลงานปราบธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมายของทีมสุดซอย (ปัจจุบันอยู่พรรคภูมิใจไทย)
เคลมเครื่องบินรบกริพเพน ว่าพวกตนสนับสนุนให้อนุมัติจัดซื้อ ที่ไปทิ้งไข่เขมรจ้ะแม่จ๋า ทั้งๆ ที่เครื่องบินที่ใช้งานนั้น จัดซื้อมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์แล้ว แถมพวกตนพยายามตัดงบกองทัพโดยรวมมาโดยตลอด ยิ่งกว่านั้น ช่วงรบเขมร พลพรรคส้มยังแซะทหาร ขัดขา กัน จอมพลัง ที่ไปช่วยหาเสื้อเกราะ-ทำบังเกอร์ โจมตีการบริจาคระดมทรัพยากรคนไทยช่วยทหารในยามสู้รบ กดดันให้เปิดด่าน กดดันให้โรงพยาบาลชายแดนรักษาคนเขมร
เคลมผลงาน “สีสันศิลป์ถิ่นลำพูน” ของทาง ททท. (กระทรวงท่องเที่ยว) เทศบาลลำพูน และจังหวัดลำพูน (มหาดไทย) ว่าเป็นงานของ อบจ.ส้ม แถมหยามเหยียดคนที่ทำงานจริงๆ (น้ำประปากินได้ที่หาเสียงไว้หลักๆ ก็ทำไม่สำเร็จจริง)
6. กรณีที่ถูกจับโกหกได้ ก็ปฏิเสธปัดสวะ หรือใช้ท่าทีขึงขังกลบเกลื่อน เช่น
ทีมประกันสังคมส้ม(ที่ธนาธรสนับสนุน เซียสนับสนุน) เคยประกาศเป็นนโยบายหาเสียงเอง มีทั้งคลิป มีทั้งบอร์ดหาเสียง ระบุว่าจะให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคมได้ แต่พอสังคมต่อต้าน กลับปฏิเสธว่าเป็นเฟคนิวส์ดื้อๆ ระดมให้อินฟลูในเครือข่ายช่วยกันเชียร์ต่อ กลบเกลื่อนไป เหมือนกลบขี้
ถูกประชาชนตัวจริงต่อต้านเวลาไปเดินตลาดหาเสียง ชาวบ้านทั่วไปไม่ต้องการให้แตะสถาบันกษัตริย์ ไม่อยากให้แก้ 112 ไม่อยากให้หาเรื่องด้อยค่าทหาร พลพรรคส้มก็จะรับปากไปก่อน กลบเกลื่อนว่าไม่เคยทำ ไม่มีนโยบาย พอประชาชนไม่เชื่อ ก็แสดงท่าทีข่ม ทำท่าขึงขัง เล่นใหญ่โต หาเรื่องว่าไหนคลิป ทั้งๆ ที่มีคลิปหลักฐานเกลื่อนโซเชียล
กรณีผู้สมัครถูกตำรวจจับเรื่องเป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ เรื่องฟอกเงินยาเสพติด ก็จะอ้างว่ามีเทาเราเอาจริง แต่ชาวบ้านถามกลับว่า ถ้าไม่ถูกจับจะเอาออกหรือไม่ ก็ถึงกับหน้าเจื่อนทั้งๆ ที่ การตรวจสอบกลั่นกรองเป็นหน้าที่ของพรรค โดยเฉพาะเมื่อยกตัวข่มคนอื่นว่าพรรคตนไม่มีเทาคนอื่นเทา แบบนี้ว่าแต่เขาอิเหนาเทาเอง
7. กรณีผู้สมัครอดีตข้าราชการถูกสอบวินัยร้ายแรงอยู่ก่อนแล้ว พรรคยังส่งลง สส. แล้วพอถูกมติให้ออกจากราชการ ก็นำมาเป็นประเด็นปั่นกระแสคะแนนสงสารกลบเกลื่อนประเด็นสาระความจริงที่ถูกตรวจสอบ
วาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล ที่ว่า “คนซื้อ ATK ได้ราคาถูกกว่า และทันท่วงที กลับถูกสอบให้ออกจากราชการ...” เป็นเท็จอย่างไร?
ในฐานะที่ติดตามคดีทุจริตประพฤติมิชอบมาพอสมควร เห็นว่า เป็นกรณีศึกษาที่ใช้การโฆษณาชวนเชื่อ หวังผลคะแนนเลือกตั้ง ทำให้สังคมสับสนในการตรวจสอบคดีทุจริตประพฤติมิชอบ
อ้างว่า จัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัทรายเดียว หลายครั้ง เป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน... ฟังไม่ขึ้นเลย เพราะอะไร
ความจริง เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ3 ครั้ง ช่วงก.ค.–ส.ค. 2564 เสร็จสิ้นไปแล้ว
หลังจากนั้น ช่วงเดือนต.ค.–ธ.ค. 2564 จึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” แบ่งเป็น 5 ครั้ง รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท
การจัดซื้อไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการบริหารสต๊อกในภาวะฉุกเฉิน ตามที่อ้างแล้ว!!
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาล
การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาท เป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ได้ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”
สรุปว่า ลักษณะเป็นการแบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง
แถมการตรวจรับมีช่องโหว่ เพราะเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม จึงนับว่ามีข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น
หลังจากนั้น โรงพยาบาลต้นสังกัดยังเบิกเงินค่าตรวจไป 17,515,750 บาท (สปสช.โอนเงินดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรม E-Budget บัญชีเงินฝากเลขที่ 01…….ธนาคาร ธ.ก.ส.)
ถ้าหักค่า ATK 9,856,420 บาท ก็จะเหลือประมาณ 7,600,610 บาท
นี่คือข้อมูลความจริง ต่างกับที่ไปปั่น สร้างเรื่องราวหาเสียง ป่าวร้องขอคะแนนสงสารจากประชาชนในสนามเลือกตั้ง บนเวทีเลือกตั้ง
ใครจะผิด-จะถูก ยังมีโอกาสต่อสู้ชี้แจงตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายต่อไป มิใช่บนเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง
ประเด็นหลักของการสอบสวนวินัย ปรากฏความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ข้อพิรุธในการทำสัญญาจัดซื้อ เช่น
การจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง กับบริษัทเดียว
การทำสัญญาในวงเงินไม่เกิน 1.999 ล้านบาท เพื่อให้ไม่ชนเพดาน 2 ล้านบาท
การทำสัญญาจัดซื้อก่อนประกาศผู้ชนะ 3 ครั้ง และในวันประกาศผู้ชนะ 1 ครั้ง ไม่มีการรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว เพื่อเป็นข้อยกเว้นตามระเบียบราชการ ฯลฯ
ยิ่งกว่านั้น ความจริงเรื่องราคา...
70 บาท คือ ราคาซื้อจริงขององค์การเภสัชกรรม (แข่งขันได้หลายบริษัท สเปกเพียงพอใช้งานขณะนั้น ยุโรปก็ใช้ยี่ห้อดังกล่าว)
300 บาท คือ ค่าตรวจ ที่สปสช.จ่ายรพ. (ค่าบริการ ไม่ใช่ค่าเอทีเคที่รัฐจัดซื้อ)
230 บาท คือ ราคาซื้อของรพ.จะนะ (จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง กับบริษัทเดียว สเปก WHO ซึ่งจำเป็นไหมในขณะนั้น)
ประการสำคัญ เมื่อรู้ตัวอยู่แล้ว... ว่าถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ตั้งแต่เดือน พ.ค 2566
รู้แล้ว... ว่ามีความเห็นว่าผิดวินัยร้ายแรง ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568
แต่ยังลงสมัคร สส. พรรคส้มยังส่งลงเลือกตั้ง !!!
เลือกเอาความเสี่ยงของตนเอง เข้าสนามเลือกตั้งเอง
หากหน่วยงานรัฐดำเนินการตามขั้นตอน จะอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง สกัดกั้น ได้อย่างไร?
พอโดนมติผิดวินัยร้ายแรง ให้ออกจากราชการ ก็อ้างอีกว่า “ไม่เคยถูกเรียกมาให้ปากคำเลย ”
แต่ในรายงานการสอบสวนมีหลักฐานว่า ได้มารับทราบข้อกล่าวหา และปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงภายหลังได้ยื่นหนังสือชี้แจงเป็นเอกสารแก่คณะกรรมการสอบสวนด้วย
มันไม่ใช่แบบที่เอาไปปั่นสร้างกระแสกันเลย
สังคมไทยอย่าตกเป็นเหยื่อขบวนการส้มต้มคนในโซเชียล
ปลุกปั่น-ปั้นกระแส หวังผลทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง
8. นี่คือช่วงที่การโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองถูกนำมาใช้รุนแรงที่สุด โดยพรรคที่สร้างภาพว่าเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นความหวังเลิศกว่าคนอื่นๆ ยิ่งต้องระมัดระวัง
การใช้โซเชียลมีเดียอย่างเชี่ยวชาญและเป็นระบบเครือข่ายสามารถยึดพื้นที่แพลตฟอร์มหลัก Facebook, Twitter (X), TikTok, Instagram, YouTube ยอดเอนเกจของเครือข่ายส้มข่มทับพรรคอื่นหมด บางบัญชีไม่เปิดเผยตัวตนจำนวนมากก็เพิ่มยอดความเคลื่อนไหว
ใช้ภาพถ่ายมุมกล้อง คลิปสั้น แฮชแทกสั้นๆ กราฟิก อินโฟกราฟิก คำที่เร้าความรู้สึก บางส่วนก๊อบปี้ดัดแปลงจากหนังสือ ภาพยนตร์ หรือผู้นำทางความคิดในต่างประเทศ แต่นำมาใช้ให้คนหลงใหล รู้สึกร่วม
ที่สำคัญ ใช้วิธีสร้าง “เรื่องเล่า” (Narrative) ที่ชัดเจน และเร้าอารมณ์
สรุป ผมมาฉุกคิดเรื่องนี้ และคิดว่าต้องช่วยกันตีแผ่ในวงกว้าง เพราะเจอพิษร้ายกับตนเอง มีกองเชียร์พรรคส้ม รวมถึงบัญชีที่ไม่เปิดเผยตัวตตนบางบัญชี พยายามโจมตี Top News ในช่วงเลือกตั้ง โดยโกหกใส่ร้ายอย่างบัดซบ บูลลี่ว่าอย่าไปดู เพราะมีแต่ข่าวเท็จ ทั้งๆ ที่ พวกที่พูดนั้นเป็นฝ่ายปล่อยข้อมูลเท็จ แต่ท็อปนิวส์เอาความจริงมาหักล้าง จึงพยายามสาดโคลน หวังจะไม่ให้คนเข้าไปดูข้อมูลความจริงครับ
ปีนี้ เข้าสู่ปีที่ 6 ของ Top News ขอขอบพระคุณคนดูทุกท่านที่สนับสนุนอย่างเหนียวแน่น จนเรายืนหยัดฝ่าฟันมาได้ ท่ามกลางเพื่อร่วมอาชีพทีวีหลายๆ ช่องทยอยล้มหายตายจาก เปลี่ยนสภาพกันไป เรายังคงยืนหยัดนำเสนอความจริงเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมต่อไปครับ ขอบคุณครับ
สันติสุข มะโรงศรี

จับตา! ‘งูเห่าสีส้ม’ แผลงฤทธิ์สวนมติพรรคประชาชนโหวต ‘อนุทิน’ ด้าน ‘ศิริกัญญา’ ย้ำส่ง ‘เท้ง’ชิงนายกฯ
ป.ป.ส. บุกจับ ข้าราชการเทศบาล เอี่ยวแก๊งค้ายา-ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 8 ล้าน
ชูศักดิ์ ยก 4 ข้อฝาก ปธ.สภาฯ งดประชุมกมธ. พุธ-พฤหัสบดี หวั่นซ้ำซ้อน-มาแค่เซ็นชื่อ
แฉวินาทีระทึก ชายไทยโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิประยะประชิด สวนสัตว์สั่งดำเนินคดีถึงที่สุด
ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี