วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
1. มีรายงานข่าวว่า การสู้รบเที่ยวนี้ เราได้แผ่นดินไทยของเราคืนมากว่า 6 หมื่นไร่
ผมคิดว่า น่าจะใกล้เคียง
แม้บางจุดเราจะยังไม่ได้ แต่บางจุดทราบว่า เราได้เกิน
เมื่อทหารไทยสู้รบขับไล่ผู้รุกราน ฐานทหารเขมรตามจุดยุทธศาสตร์ถูกรื้อทำลายไปจำนวนมาก ทำให้ไทยเราสามารถเข้าถึงพื้นที่และสถาปนาความมั่นคงได้เกือบตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา คิดเป็นเนื้อที่รวมหลายหมื่นไร่นั่นเอง
ประการสำคัญ ผืนแผ่นดินไทยที่เราได้คืนมา แลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิตนั้น ประเมินค่ามิได้ เพราะมันคือเกียรติและศักดิ์ศรีของราชอาณาจักรไทย
2. กัมพูชา รบแพ้แล้วโวยวาย
ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาออกมาโวยวาย เปิดเผยพิกัดพื้นที่ที่อ้างว่ากองทัพไทยเข้ายึดครองและตั้งกำลังควบคุมดินแดนของกัมพูชา ระหว่างปฏิบัติการทางทหารตั้งแต่วันที่ 7 ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2568
กพช. อ้างว่า กองกำลังติดอาวุธไทยได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารที่มีการวางแผนล่วงหน้าและเป็นระบบ ในหลายจุดตลอดแนวชายแดน กระทั่งเข้ายึดครองพื้นที่ในอาณาเขตของกัมพูชา ใน 4 จังหวัด ได้แก่
“จังหวัดบันเตียเมียนเจย: หมู่บ้านเปรยจัน(บ้านหนองหญ้าแก้ว) หมู่บ้านโชคชัย (บ้านหนองจาน) หมู่บ้านบึงตรากวน(บ้านคลองแผง)
จังหวัดโพธิสัตว์: พื้นที่พลึกดำรี ช่องผ่านแดนระหว่างประเทศทมอดา (ช่องเขาชัย)
จังหวัดพระวิหาร: พื้นที่อานเซะ (ช่องอานม้า) พื้นที่ตาถวาย พื้นที่ภูเขาทรัพย์(ภูมะเขือ)
จังหวัดอุดรมีชัย: พื้นที่โอร์เสม็ด ปราสาทคะนา ปราสาทตากระบี(ปราสาทตาควาย) ปราสาทตาเมือนธม พื้นที่ชบอองกุญ และพื้นที่จูกกรวย” (แผนภาพนี้ คือ ที่ฝ่ายกัมพูชานำเสนอ)
.jpg)
.jpg)
โฆษกกองทัพบกไทย ชี้แจงว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยในปัจจุบัน อยู่ในขอบเขตอธิปไตยของไทย
“ยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปยึดครองพื้นที่ในเขตแดนของกัมพูชา ทุกพื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าควบคุมดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ ล้วนอยู่ในเขตดินแดนประเทศไทย
.jpg)
ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ฝ่ายกัมพูชาอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนในแนวตำแหน่งเส้นเขตแดนในหลายพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จึงทำให้ฝ่ายกัมพูชาได้มีการรุกล้ำเขตแดนไทย ด้วยการเข้ามาวางกำลังและตั้งฐานทหาร รวมถึงในบางพื้นที่มีการสนับสนุนให้มีการตั้งอาคารบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนรุกล้ำเข้ามาในเขตดินแดนฝั่งไทยหลายจุดหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยได้เคยยื่นประท้วงฝ่ายกัมพูชามานับร้อยครั้งผ่านกลไก MOU 43”
3. ทหารไทยสุดยอด ทำถึง ทำพลัส
พื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้าง เป็นแผ่นดินไทยที่กัมพูชาเคยรุกราน แล้วไทยเอาคืนมาในปัจจุบัน (ยังมีบางพื้นที่ไทยเราได้คืนไม่ครบด้วยซ้ำ เช่น วัดแก้วฯ บริเวณภูเขาพระวิหาร)
.png)
ส่วนพื้นที่อย่างปราสาทตาควาย กัมพูชาเพิ่งจะได้เข้าไปตั้งฐานทหารหลังการหยุดยิงในยุครัฐบาลหลานอังเคิลนี่เอง มันก็เคลมเสียแล้ว
ความจริง คือ เมื่อเกิดการสู้รบ มันคือปฏิบัติการทางทหาร มีการใช้อาวุธต่อสู้กัน ฝ่ายกัมพูชาก็ฆ่าทหารไทย แถมยิงพื้นที่พลเรือนมากมาย ฝ่ายไทยจึงมีความชอบธรรมที่จะตอบโต้ ยับยั้งภัยคุกคาม โจมตีฐานทหาร ทำลายพื้นที่แนวหลังที่สนับสนุนปฏิบัติทหารที่คุกคามไทย
ฝ่ายไทยเราสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น
ขณะนี้ ไทยเราเข้าไปจัดระเบียบในพื้นที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ
ถ้ากัมพูชาอยากได้คืน ก็ไปเจรจาตามกลไกทวิภาคี รอรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มหลังเลือกตั้ง
สภาความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยันว่า ฝ่ายไทยยึดแผนที่ 1 : 50,000
ที่สำคัญ รัฐบาลชุดหน้า อาจจะเลิก MOU 43 หรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะถึงขนาดเกิดการสู้รบกันแล้ว เข้าเงื่อนไขยกเลิกได้อยู่แล้ว จากนั้น ถ้าอยากคุยกันก็ทำ MOU ใหม่ ที่ไทยเราพึงพอใจ ไม่งั้นก็อยู่กันอย่างนี้
ถ้าจะรบอีก เขมรอยากฉิบหายกว่าเดิมก็ลองดูได้
ขณะนี้ ทหารไทยเสริมความมั่นคงเข้มแข็งตามแนวชายแดนให้พร้อมเต็มที่
แต่ถ้ากัมพูชาประเมินว่าไม่คุ้มที่จะรบ กัมพูชาก็ต้องยอมตามเงื่อนไขไทยจะดีกว่า แลกกับประโยชน์จากการคบหากันในระยะยาว
4. นี่คือผลงานจากการทำงานหนัก ทำงานจริง ทำงานเป็น มีแบบแผน รู้จังหวะ
ทหารไทยรบเก่ง มีศักดิ์ศรี มีวินัย มีแผนการรบสอดประสานกับแผนการในภาพใหญ่ระดับนโยบาย
เมื่อรบได้พื้นที่เกิน 90% ก็พร้อมที่จะตอบรับการขอเจรจาหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา เพราะอยู่ในจุดที่ได้เปรียบมาก ถ้าหากเจรจาไม่มีความคืบหน้า ไทยเราก็ได้เปรียบ ได้ประโยชน์เต็มประตู
การสู้รบครั้งนี้ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตชด. ทหารพราน ฯลฯ ร่วมกันสู้ที่แนวหน้า ส่วนแนวหลังเข้มแข็ง ด้วยกำลังฝ่ายปกครอง มหาดไทย ชรบ. อสม. กู้ภัย มูลนิธิ และประชาชนร่วมใจกันสนับสนุน อดทนอดกลั้น สละความสุขสบายส่วนตนเพื่อความปลอดภัยและประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว
ทำให้พรรคการเมืองเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ที่เคยใช้วาทกรรมด้อยค่ากองทัพว่า “ทหารมีไว้ทำไม - รบไปก็ไม่ชนะ - กองทัพไม่จำเป็นต้องมีถ้าผู้นำฉลาดพอ -ตัดงบกองทัพลง ทหารไม่ต้องมีแล้ว คุณจะมีอะไรเยอะแยะจะไปรบที่ไหน ไม่มีแล้ว- รบไปก็แพ้ -กองทัพส้นตีน -เรือดำน้ำ รถถัง เครื่องบินรบ ถ้ามึงเสี้ยนกระสันอยากได้ ให้มันขอรับบริจาค – ปีนี้เราตัดงบกองทัพได้สามหมื่นล้านเลยค่ะ...” ฯลฯ
นักการเมืองพวกนี้ จำต้องพลิกลิ้นอย่างน่าเวทนา พยายามกลับกลอกหลอกชาวบ้านอีกครั้ง โดยอ้างว่าตัวเองไม่ได้ด้อยค่าทหาร ทหารมีไว้ป้องกันประเทศ พวกตนกำลังถูกใส่ร้ายว่าด้อยค่าทหาร ฯลฯ
คนพวกนี้ ไม่นับถือคำพูดตัวเอง ไม่เคารพคนที่เคยเลือกตัวเอง คิดว่าจะหลอกยังไง พูดกลับกลอกยังไง คนที่เคยเลือกก็จะเลือกอย่างเชื่องๆ กระมัง ถึงพลิกลิ้นได้ขนาดนี้
น่าคิดว่า หากนักการเมืองพวกนี้ได้กุมอำนาจรัฐเชื่อว่า คงเสิร์ฟประเทศให้มหาอำนาจดูแล แลกประโยชน์ส่วนตัวของตน เกียรติศักดิ์ศรีของชาติไม่เคยอยู่ในจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
5. ศึกนอก ไม่น่ากลัวเท่าศึกชิงอำนาจรัฐภายในประเทศ
สหรัฐบุกถล่มเวเนซุเอลาขนาดนี้ ย่อมไร้ความชอบธรรมที่จะมากล่าวหาใดๆ ต่อประเทศไทย
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า เขมรเตรียมกำลัง อาจใช้เวลา 4-5 เดือน อาจมีการสู้รบรอบ 3
ผมเห็นว่า ศึกเขมร ถ้ามียกสาม ทหารไทยจะถล่มเขมรยับกว่าเดิม (แต่ไทยเราไม่มีเจตนาจะไปรุกรานยึดครองแผ่นดินเขมร หรือยึดเมืองต่างๆ ในประเทศกัมพูชาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว)
ปัจจุบัน ฝ่ายไทยยึดกุมจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารบริเวณแนวชายแดนไว้ได้ทั้งหมด
เพราะฉะนั้น ถ้ารบอีก ทหารเขมรก็จะเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
ในความเห็นผม ที่น่ากังวลกว่า คือ ศึกชิงอำนาจรัฐภายในของเราเองครับ
หากประเทศไทยได้พวกอังเคิล หรือพวกชังทหาร มามีอำนาจนำประเทศ เกมพลิก เราอาจเสียทุกอย่างที่ได้มาในวันนี้
แต่ถ้าได้คนไว้ใจได้ เชื่อใจได้ ทำงานเป็น โดยเป็นหนึ่งเดียวกับกองทัพและฝ่ายความมั่นคง เดินหน้า เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ต่อเนื่อง
เขมรจะไม่กล้ารบกับไทยไปอีกหลายทศวรรษครับ
หรือถ้าเขมรเปิดฉากรบรอบสามจริงๆ... ถามว่า ประชาชนคนไทยอยากให้ใครเป็นนายกฯ ?
เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะพร้อมสนับสนุนทหารไทยเอาคืนเพิ่มบางพื้นที่ที่เรายังไม่ได้คืนต่อไป อย่างไว้ใจได้ที่สุด ปลอดภัยที่สุด ?
สุดท้าย ฝากไว้ด้วยคำพูดแทนใจทหารทุกนายและคนไทยทุกคนที่รักและหวงแหนแผ่นดินไทย
“ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน” - พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวที่บริเวณปราสาทตาควาย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568
สันติสุข มะโรงศรี
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี