วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศว่า ถ้าตนได้เป็นนายกฯ พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้ง ได้จำนวน สส. เพียงพอเป็นรัฐบาล ก็จะให้คุณเอกนิติ คุณศุภจี และคุณสีหศักดิ์ เป็นรัฐมนตรีดูแลกระทรวงที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้วในปัจจุบัน และเพิ่มตำแหน่งรองนายกฯ กับทั้งสามคนดังกล่าวด้วย
ชัดเจนว่า จะให้คนทำงานดี ได้ทำงานต่อ
นับเป็นมิติใหม่ทางการเมือง ที่ยกเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ ให้กับ “คนนอก” ทำงานต่อเนื่อง
ทั้งๆ ที่ พรรคการเมืองต่างๆ จะมีหัวหน้ามุ้ง แย่งเก้าอี้กระทรวงสำคัญกัน
กรณีนี้ นายอนุทินใช้ภาวะผู้นำ จัดวางคนที่ตนเห็นว่าเหมาะสมกับการทำงานเพื่อประเทศชาติ จองเก้าอี้ไว้ให้เลย
แบบนี้ ถูกใจคนไทยจำนวนไม่น้อย
1. เราคุ้นกับการมีรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ความหมาย คือ ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของสังคม
แต่ได้เป็นรัฐมนตรีเพื่อตอบแทนบุญคุณทางการเมืองบ้าง ผลประโยชน์ต่างตอบแทนบ้าง
ครั้งนี้ คนไทยจำนวนมากจึงรู้สึกว่า รัฐมนตรีดีๆ ก็มีได้เหมือนกัน
2. ถ้าจำได้ เวลาใครมาเป็นรัฐมนตรี บ่อยครั้งจะเกิดเสียงยี้
แล้วตามมาด้วยการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามต่างๆ นานา
แต่รัฐมนตรีคนนอกในรัฐบาลชุดนี้ ชัดเจนว่า มีคุณลักษณะและความสามารถในการทำงานอย่างดี ทำให้คนไทยมีความหวัง และมีผลงานเป็นรูปธรรมจับต้องได้
นี่ขนาดทำงานภายใต้ข้อจำกัดรัฐบาลเสียงข้างน้อย
แถมยังมีเวลาแค่ 2 ปีกว่าๆ ยังทำได้ขนาดนี้
ถ้ามีเวลา 4 ปีเต็ม จะทำประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ขนาดไหน
3. บทวิเคราะห์อีกหนึ่งมุมมองความคิดเห็นน่าสนใจ เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้
เพจ iCNX มองว่า ที่ผ่านมา มองว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นม้านอกสายตา ไม่ได้ชอบ และไม่ได้เกลียด ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเวลาและผลงานที่พรรคสร้าง
“...ถึงตอนนี้ เพจได้ประเมินว่า พรรคที่น่าจะเป็นความหวัง และ นําไปสู้กับพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยใด ก็น่าจะเป็นพรรคนี้แหละ
แอดมองว่า อนุทินเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ได้คือไม่ได้ ได้คือได้
เป็นคนผ่อนหนักผ่อนเบาเป็น
อาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่อยู่รอดได้ในทุกโอกาส
ให้พูดตามจริงไหม
เอาจริงๆ พรรคการเมืองที่แอดชอบ คือ
1. พรรคเศรษฐกิจ ของพลเอกรังษี แต่ ฐานเสียงยังไม่เยอะพอ ตัวผู้สมัครไม่มีใครรู้จัก ยังไม่มีผลงาน อาจจะต้องใช้เวลา อีกสองสมัย แต่ก็เหมาะที่จะเอามาร่วมรัฐบาลด้วย ด้วยเหตุผลทางการทหาร มองตามความเป็นจริง
2. ไทยภักดี หมอวรงค์ ชอบเพราะว่าจุดยืนชัดเจน นโยบายชัดเจนตายให้เหมาะจริงๆ ก็ยังไม่มีอะไรใหม่ นอกจากเทิดทูนสถาบัน ซึ่งตามที่ทุกท่านทราบดี เพลงนี้ก็รักและเทิดทูนสถาบันอย่างหาที่สุดไม่ได้ แต่แค่รักและเทิดทูนสถาบันพรรคอื่นก็ทําเช่นนั้นเหมือนกัน ก็ยังไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ แต่ก็อยากให้ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยด้วย เชื่อว่าหมอวรงค์ สกิลในการตรวจสอบ พรรคการเมือง ถือว่าอยู่หัวแถว ถึงขนาดเอารัฐบาลยิ่งลักษณ์ หนีหัวซุกหัวซุ่มไปดูไบก็ทํามาแล้ว น่าสนใจ
.png)
.png)
3. รวมไทยสร้างชาติ อันนี้ไม่มีอะไรจะคอมเมนต์ ไม่มีอะไรแปลกไหม คอนเซ็ปต์เดิมๆ จุดยืนก็ไม่ชัดเจน ชอบอยู่อย่างเดียว คือลุงตู่เคยร่วม กับพรรคนี้
4. พรรคประชาธิปัตย์ เหตุผลเดียวเลยที่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะชื่นชอบคุณชวนหลีกภัย แต่ตอนนี้ท่านก็อายุมากแล้ว
มองมาที่ภูมิใจไทย ทีมเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็มีคุณศุภจี 1 คน หัวใจหลักสําคัญ มีคุณศุภจีคนเดียว เท่ากับมีทีมเศรษฐกิจเก่งๆ 5 คน เชื่อว่าพรรคอื่นสู้ไม่ได้
เรื่องหลักและเทิดทูนสถาบัน พรรคภูมิใจไทยก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง
เรื่องปัญหาชายแดนก็ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ได้ และทําสิ่งที่ควรจะทํา
ชั้นเชิงทางการเมืองก็ไม่ต้องพูดถึง รู้ๆ กันอยู่ ทั้งเคยเป็นนักธุรกิจ ทั้งเป็นนักการเมือง การเจรจาต่อรองผลประโยชน์ ก็เขี้ยวลากดิน
ไม่ยอมเสียเปรียบ
ซึ่งมองว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
1. ขุมกำลังแม่ทัพและโครงสร้างอำนาจ
พรรคได้เปลี่ยนผ่านสู่กลุ่ม “New Gen” ของตระกูลบ้านใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยแต่ยังคงฐานเสียงเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น:
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี: นายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรค) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง
แม่ทัพสายคนรุ่นใหม่: นำโดย ไชยชนก ชิดชอบ (เลขาธิการพรรค)บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเข้ามามีบทบาทบริหารพรรคอย่างเต็มตัว
กลุ่มบ้านใหญ่ที่ย้ายมารวมพลัง: มีการดึงตัวนักการเมืองระดับแม่ทัพจากพรรคอื่นมาร่วมทีม เช่น:
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ สุชาติ ชมกลิ่น (จากรวมไทยสร้างชาติเดิม)
วราวุธ ศิลปอาชา ที่นำทีม สส. จากกลุ่มชาติไทยพัฒนาเดิมเข้าร่วม
กลุ่มสันติ พร้อมพัฒน์ (จากพลังประชารัฐเดิม) เสริมทัพพื้นที่ภาคเหนือและเพชรบูรณ์
2. ยุทธศาสตร์พื้นที่ (สมรภูมิเลือกตั้ง)
ภูมิใจไทยพยายามลบภาพ “พรรคท้องถิ่น” ไปสู่ “พรรคระดับชาติ”โดยแบ่งโซนรับผิดชอบชัดเจน:
ภาคอีสาน: ยังคงเป็นฐานที่มั่นหลัก (บุรีรัมย์, นครราชสีมา) โดยใช้เครือข่ายบ้านใหญ่เดิมเป็นแกนกลาง
ภาคใต้: กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายใหม่ที่พรรคแข็งแกร่งมาก (โดยเฉพาะในสุราษฎร์ธานี, พัทลุง และตรัง) ซึ่งได้ สส.จากประชาธิปัตย์ และรวมไทยสร้างชาติย้ายมาสมทบ
กรุงเทพมหานคร: เปิดตัวทีม “ขวาใหม่ (Conservative)” นำโดย ศุภมาส อิศรภักดี และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เพื่อเจาะกลุ่มชนชั้นกลางและคนเมืองที่ต้องการความสงบและสถาบันหลักที่มั่นคง
3. นโยบาย “พูดแล้วทำ” ภาคต่อ
ในการประชุมยุทธศาสตร์พรรค (ธันวาคม 2568) พรรคได้วาง 4 แกนหลัก (4 ภัย) ที่จะใช้หาเสียง:
เศรษฐกิจปากท้อง: นโยบาย “พักหนี้ 100,000 บาท” และ “คนละครึ่งพลัส”
ความมั่นคง: สนับสนุนงบประมาณกองทัพและดูแลชายแดน
ภัยสังคม: ชูนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติด (ยกระดับเป็นภัยความมั่นคง)
สิ่งแวดล้อม: โซลาร์ฟาร์มชุมชน และเป้าหมาย Net Zero
หมายเหตุ: พรรคประกาศชัดเจนว่าจะ ไม่เน้นนโยบายกัญชา เหมือนรอบที่แล้ว โดยระบุว่าภารกิจกัญชาทางการแพทย์ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว
4. จุดแข็งที่น่าจับตา
นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าภูมิใจไทยในขณะนี้คือ “พรรคสีน้ำเงิน” ที่รวมศูนย์อำนาจฝั่งอนุรักษ์นิยมไว้มากที่สุด
และมีโอกาสสูงที่จะกวาดที่นั่ง สส. ได้เกิน 100 ที่นั่งจากการไหลเข้าของ สส. เกรด A จากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม...”
พูดง่ายๆ ว่า เข้มแข็งสุด ที่พอจะสู้อีกฝั่งได้มากที่สุดแล้วในขณะนี้
ถ้าเป็นแกนนำรัฐบาล ก็จะมีเสถียรภาพ กว่าพรรคเล็กๆ หลายๆ พรรครวมกัน
นี่เป็นหนึ่งในมุมมองการเมืองที่น่าคิดเหมือนกัน
ที่สำคัญ คือ เป็นพรรคที่ประกาศตัวว่าที่รัฐมนตรีน้ำดี ควบรองนายกฯ ในงานสำคัญของบ้านเมืองที่ต้องการความต่อเนื่องในปัจจุบัน
ทั้งงานความมั่นคง งานเศรษฐกิจ
ตรงนี้ เป็นการยกระดับมาตรฐาน และให้ความหวังแก่บ้านเมือง
สารส้ม

JIC เปิดข้อเท็จจริง ช่องจอม เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน
จับชายชาวอเมริกัน โพสต์เฟซฯเดือดขู่สังหาร ทรัมป์ วางแผนเผาคฤหาสน์หรู Mar-a-Lago
พูดไปใครจะเชื่อ! นางเอกคนดัง โชว์สเต็ปแดนซ์สะบัด ช็อตเด็ดในงานเกิด ก้อง ห้วยไร่ ชมคลิป
ใครคืออันดับ 1 ดูเลย หมอช้าง เปิด 5 ราศีดวงเฮงสุดปังเดือนเมษายน
ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี