วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แม้เนื้อหาไม่ได้ยอมแพ้ แต่สาระสำคัญก็คือสะท้อนถึงความพ่ายแพ้ เสียหาย
1.ฮุน มาเนต อ้างว่า “..การเลือกที่จะใช้มาตรการหยุดยิงนี้ ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาได้ยอมแพ้หรือเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนบูรณภาพดินแดนของตนเพื่อสันติภาพ และไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาได้สูญเสียความสามารถหรือสละสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ตรงกันข้าม การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นว่ากัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะเดินบนเส้นทางแห่งสันติภาพและให้ความสำคัญกับชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเป็นอันดับสูงสุด แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันหรือความยากลำบากก็ตาม
แม้ว่าเราจะยังสามารถต่อสู้ได้ แต่ในฐานะประเทศเล็กๆ เราไม่มีอะไรได้เปรียบจากการยืดเยื้อความขัดแย้งระยะยาวนี้
ขณะนี้ มีผู้พลัดถิ่นมากกว่าครึ่งล้านคนกำลังรอคอยวันที่พวกเขาจะได้กลับบ้าน เด็กๆ นับพันคนกำลังรอคอยวันที่พวกเขาจะได้กลับไปโรงเรียน และครอบครัวของทหารและตำรวจนับพันครอบครัวกำลังรอคอยการกลับมาของพ่อ สามี ลูกชาย ลุง ป้า พี่ น้อง จากสนามรบอย่างใจจดใจจ่อ
ดังนั้น ในขณะที่ยังมีโอกาสที่จะหาทางออกอย่างสันติให้กับข้อพิพาทชายแดนนี้ รัฐบาลจึงตัดสินใจที่จะเจรจาเพื่อยุติการสู้รบก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้
เพื่อลดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของเพื่อนร่วมชาติ
และเพื่อหยุดยั้งการเสียสละและการบาดเจ็บของทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ของเรา ซึ่งมีพลเรือนเสียชีวิต 32 คน และบาดเจ็บ 93 คน”
ความจริง เป็นฝ่ายกัมพูชา วางแผน ตระเตรียมการ ต้องการได้ปราสาทหิน ดินแดน และทรัพยากรในทะเลอ่าวไทย ดังปรากฏการเคลื่อนกำลังทหารมาเตรียมการทางชายแดนไทย-กัมพูชาก่อน ตามที่ภาพถ่ายดาวเทียมเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของกัมพูชา เคลื่อนทหารรุกเข้ามาขุดคูเลต วางทุ่นระเบิดใหม่ แล้วก่อเหตุปะทะ จากนั้นพยายามเอาเรื่องไปศาลโลกโดยฝ่ายเดียว มุ่งคุกคามอธิปไตยเหนือเขตแดนของไทย
ในการสู้รบ ฝ่ายกัมพูชายังใช้ประชาชนเป็นโล่ห์มนุษย์ โจมตีใส่พื้นที่พลเรือนไทย นับครั้งไม่ถ้วน
แต่คราวนี้ กองทัพไทยโต้ตอบ ป้องกันตัว อย่างเต็มที่ จนฝ่ายกัมพูชาเสียหายอย่างหนัก
เนื้อความที่โพสต์ข้างต้น กึ่งๆ ฮุน มาเนต ยอมรับสภาพว่า หากสู้รบต่อไป “เราไม่มีอะไรได้เปรียบจากการยืดเยื้อความขัดแย้งระยะยาวนี้”
และตอกย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชาเองร้องขอเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ “รัฐบาลจึงตัดสินใจที่จะเจรจาเพื่อยุติการสู้รบก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้”
พูดง่ายๆ ว่า กัมพูชาเปิดก่อน แต่ไม่เป็นไปตามคาด จึงยุติการสู้รบ
2.ฮุน มาเนต ยังระบุอีกว่า “การหยุดยิงทันที” หมายความว่าทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงโดยคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่ประกาศหยุดยิง ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าขอเน้นย้ำว่า การคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งของตน ณ เวลาที่ประกาศหยุดยิงนั้น ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่ายแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาได้ระบุไว้อย่างชัดเจนใน “ปฏิญญาร่วมของการประชุมพิเศษของคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป หรือ GBC ระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568” ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เขตแดนระหว่างประเทศระหว่างกัมพูชาและไทยยังคงกำหนดโดยสนธิสัญญาและอนุสัญญาที่มีอยู่ และกัมพูชายังคงมีสิทธิอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเขตแดนนี้กับฝ่ายไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา อนุสัญญา และกลไกทวิภาคีที่บังคับใช้
ด้วยความมั่นใจว่าข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิงจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและกำหนดแนวเขตแดนระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการชายแดนร่วม หรือ JBC กลับมาดำเนินการสำรวจและกำหนดแนวเขตแดนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน เพื่อให้มั่นใจถึงสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
เงื่อนไขของการหยุดยิงได้ปูทางให้ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนสามารถกลับบ้านได้โดยปราศจากอุปสรรค ด้วยความปลอดภัยและศักดิ์ศรีในพื้นที่ของตนเอง ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้แจ้งให้พี่น้องร่วมชาติทราบว่า ข้าพเจ้าได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุสถานที่ปลอดภัยและจัดเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่อให้ผู้ลี้ภัยของเราสามารถกลับบ้านได้โดยเร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่เอื้อต่อการกลับไปอย่างปลอดภัย รัฐบาลจะหาทางออกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น...”
ความจริง เป็นที่แน่นอนว่า เมื่อหยุดยิง ใครอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น
การเจรจาเขตแดนผ่านกลไกทวิภาคีหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับการเจรจา ว่าจะได้ข้อยุติเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทหารไทยอยู่ตรงไหน ตรงนั้น คือ แผ่นดินไทยที่กัมพูชาไม่อาจรุกรานได้
หากต้องการได้ข้อยุติไว กัมพูชาก็ต้องพร้อมเจรจา ยื่นหมูยื่นแมว ยอมบางเรื่อง เป็นปกติของการเจรจา
ฝ่ายไทยสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว พร้อมทุกสถานการณ์
หากกัมพูชาไม่ต้องการรบ ก็ต้องยอมตามเงื่อนไขฝ่ายไทยเป็นหลัก ซึ่งจะได้ประโยชน์แก่ประเทศและประชาชนกัมพูชาในระยะยาว
พื้นที่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว คนกัมพูชาไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้อีกแล้ว เพราะนี่คือแผ่นดินไทย ซึ่ง ฮุน มาเนต ก็คงต้องทำตามที่โพสต์ไว้ว่า “สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่เอื้อต่อการกลับไปอย่างปลอดภัย รัฐบาลจะหาทางออกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น...”
3.แน่นอน หลังจากที่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ทหารกัมพูชา 18 นายจะได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศกัมพูชา ฝ่ายไทยก็ไม่รู้จะเลี้ยงไว้ทำไมเช่นกัน
แต่กัมพูชา ก็ต้องทำตามเงื่อนไขที่ตนเองยอมรับปากแล้ว ให้ได้จริงๆ เสียก่อน
ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. เผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนกัมพูชา ในพื้นที่ช่องบก อานม้า จ.อุบลราชธานี เขาสัตตะโสม จ.ศรีสะเกษ ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์
นี่เป็นการยั่วยุ และละเมิด Joint Statement ของ GBC 27 ธ.ค. มีเจตนาเป็นปฏิปักษ์ ต่อฝ่ายไทย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการตอบโต้เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนไทย บริเวณชายแดน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน
“มีความจำเป็นที่จะพิจารณาทบทวนในเรื่องการปล่อยตัว 18 เฉลย หลังจากที่ข้อตกลงเดิมจะปล่อย 72 ชั่วโมง แต่เนื่องจากท่าทีและการกระทำ ของกัมพูชาในวันแรกที่เรามีข้อตกลงหยุดยิง” โฆษกกองทัพบกระบุ
4.กัมพูชา สู้รบเที่ยวนี้ เหมือนถูกหวยรัฐบาลไทย
รัฐบาลอนุทิน ที่ไม่เหมือนรัฐบาลหลานอังเคิล
หวย คือ ห.ว.ย.
ห. = หายนะ... คือ กำลังพล กำลังทหาร ถูกทำลายถึงขั้นหายนะ ตายไม่ต่ำกว่าหลายพันคน ดังปรากฏว่าถึงขั้นต้องเจรจาขอหยุดยิง
ว. = วอดวาย... คือ เศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา ทั้งการท่องเที่ยว การส่งออก การลงทุน การค้าชายแดน ต้องพึ่งพาไทย วอดวายทั้งหมด
ย. = ย่อยยับ... คือ ความตั้งใจที่จะก่อเหตุ ไม่ได้คิดว่ารัฐบาลไทยและกองทัพไทย จะเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ด้วยลำพองใจในสายสัมพันธ์กับนักการเมืองบางกลุ่ม “อังเคิลอยากได้อะไรขอให้บอก” แต่ดันมาเจอรัฐบาลอนุทิน และกองทัพไทยที่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ผลคือกัมพูชาย่อยยับ หมดโอกาสที่จะฮุบดินแดนและผลประโยชน์ในอ่าวไทย
5.สถานการณ์ขณะนี้ ไทยยังประมาทไม่ได้
พฤติกรรมของกัมพูชาที่ผ่านมา ไว้ใจไม่ได้เลย
ไทยต้องเร่งเสริมแนวรบให้มั่นคง รักษาพื้นที่อย่างเข้มแข็ง
ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลชุดต่อไปที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องรักษาแนวทางเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ เป็นเนื้อเดียวกับกองทัพไทยต่อไป
อย่าให้พวกด้อยค่ากองทัพ หรือญาติอังเคิลเข้ามามีอำนาจรัฐ
เด็ดขาด
ไม่เช่นนั้น เกมพลิก ไทยอาจแพ้จากไส้ศึก หรือแนวร่วมมุมกลับภายในประเทศเอง !
สารส้ม

JIC เปิดข้อเท็จจริง ช่องจอม เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน
จับชายชาวอเมริกัน โพสต์เฟซฯเดือดขู่สังหาร ทรัมป์ วางแผนเผาคฤหาสน์หรู Mar-a-Lago
พูดไปใครจะเชื่อ! นางเอกคนดัง โชว์สเต็ปแดนซ์สะบัด ช็อตเด็ดในงานเกิด ก้อง ห้วยไร่ ชมคลิป
ใครคืออันดับ 1 ดูเลย หมอช้าง เปิด 5 ราศีดวงเฮงสุดปังเดือนเมษายน
ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี