วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
นักการเมืองพรรคส้มประกาศตัวว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะล้างการเมืองน้ำเน่าจากระบบเก่า เอาเข้าจริงก็มีแต่“เสื้อคลุม” เพราะกลยุทธ์ทางการเมืองในการหาเสียงก็คือ นอกจากจะใช้ข่าวโคมลอยป้ายสีโจมตีคู่แข่งแล้วข้อมูลข้อเท็จจริงก็มั่วนิ่ม และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ เมื่อปรากฏในภายหลังว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่หยิบยกมาอ้างอิงนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
ที่พูดอย่างนั้น ก็เพราะมีประเด็นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมานายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ลำดับที่ 18 ได้โพสต์ภาพกราฟข้อมูลสถิติธนบัตรจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - โจ -Chaiwat Sathawornwichit” โดยจั่วหัวเรื่องว่า “เงินสด 160,000 ล้านบาทถูกเบิกออกไปไหน? ในช่วง 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง” พร้อมทั้งยังกล่าวอ้างด้วยว่า“มีผู้ใหญ่ในวงการธนาคารกระซิบมาว่า ช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา มีการถอนเงินสดจากธนาคารต่างๆ มากผิดสังเกต มาถอนกันหลักร้อยล้าน พวกคุณสู้เหนื่อยแน่ !”
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือเพื่อนนักการเมืองในพรรคส้มเรียกขานว่า“ดร.โจ” ระบุไว้ในโพสต์ดังกล่าวว่า “จากข้อมูลสถิติธนบัตรของแบงก์ชาติ ระหว่างเดือน ก.ค. 2568 - พ.ย. 2568 พบว่ามีธนบัตรถูกเบิกออกจากระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 160,816 ล้านบาทโดยเฉพาะในเดือน ก.ย. 2568 เพียงเดือนเดียว มีการเบิกออกไปสูงถึง 127,010 ล้านบาท ซึ่งนายชัยวัฒน์ยืนยันว่านี่คือตัวเลขการเบิกเงินสดรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายปกติตามฤดูกาล (Seasonal) ของประชาชนในปีก่อนๆ”
จากข้อมูลดังกล่าว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.พรรคประชาชนสมัยที่ผ่านมา และปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชน อีกทั้งยังได้รับการวางตัวเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคประชาชน ที่มีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีม ได้โยงภาพปะติดปะต่อและอ้างเป็นตุเป็นตะว่า“ช่วงเวลาที่มีการเบิกเงินสดมหาศาลนี้ มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ก.ค. 2568: ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่, ส.ค. 2568: ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ก.ย. 2568: นายอนุทินชาญวีรกูล ทำ MOA เตรียมยุบสภาภายใน 4 เดือน”
นอกจากนั้น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ยังได้ตั้งคำถามและเรียกร้องไว้ในโพสต์ดังกล่าวว่า “คำถามที่ผมขอฝากไปถึง ปปง. และผู้เกี่ยวข้องและสังคมไทย เงินสดแสนกว่าล้านนี้ ถูกเบิกไปเตรียมทำอะไร ? ในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังจะมาถึง ? นี่คือสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของประชาชนคนไทย เงินสดมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่เงินซื้อข้าวซื้อของตามปกติแน่นอน แต่คือเงินที่สามารถซื้อเสียง ซื้อเครือข่าย และซื้ออำนาจรัฐได้ และแน่นอนเงินเหล่านี้ไม่มากก็น้อยมาจากทุนเทาที่ปล้นประชาชนมา อย่ายอมให้ประชาธิปไตยไทยถูกซื้อ”
จะอย่างไรก็ตามแต่ เมื่อวันที่ 12 มกราคมเมื่อวานนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและการชำระเงิน ก็ได้ออกมาแถลงข้อเท็จจริงผ่านเพจเฟซบุ๊ก“ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand” ชี้แจง ไว้ 2 ประเด็นว่า
“ตามที่มีกระแสข่าวกรณีการถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในช่วงเดือนกันยายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอชี้แจงว่า การเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นผลจากความกังวลต่อการขยายผลของมาตรการอายัดบัญชีม้า ที่ทำให้ประชาชนถอนเงินสดออกมาเก็บและใช้จ่ายแทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์ อีกทั้งร้านค้าหลายแห่งก็หันมารับชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดมากขึ้น โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ และการชำระเงินของประชาชนได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม”
และอีกหนึ่งประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจง “สำหรับการดูแลปริมาณเงินสดที่อาจเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด โดย ธปท. จะบริหารจัดการควบคุมการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายที่แท้จริงของประชาชน ที่รวมความต้องการเงินสดที่ปกติจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยแล้ว รวมทั้งได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ติดตามดูแลการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัดและรายงาน ธปท. ทราบด้วย”
ขนาดนี้แล้ว “ดร.โจ” ของพรรคส้มก็ยังพยายาม“แถ”ต่อ ตามแบบฉบับของนักการเมืองพรรคส้ม ซึ่งเหมือนกับปมประเด็น“มีทหารไว้ทำไม”ไม่ผิดเพี้ยน โดยได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวทันทีทันควันหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า “ธปท. ไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจงก็ได้ เพราะคนที่มาเบิกธนบัตรกับ ธปท. ได้ก็คือพวกแบงค์ต่างๆ ไปเบิกกับศูนย์จัดการธนบัตรของมีอยู่ 9 แห่ง ตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่ง ธปท.ไม่ได้ให้บริการประชาชนโดยตรง จึงไม่มีทางทราบว่า ใครมาเบิก เบิกไปทำอะไร คนที่พอจะทราบคือแบงค์พาณิชย์กับแบงค์รัฐ ที่ให้บริการกับประชาชนโดยตรง”
บรรทัดนี้จึงอยากจะถาม“ดร.โจ”ว่า ถึงขนาดธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาแถลงข้อเท็จจริงก็ยังไม่เชื่อ แล้วทำไมตอนแรกจึงได้ตั้งคำถามต่อ ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเงินสดแสนกว่าล้านดังกล่าวถูกเบิกไปเพื่อเตรียมทำอะไร
สรุปแล้ว นักการเมืองพรรคส้มที่ประกาศตัวว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะ“จัดระเบียบ”ประเทศนี้ให้ดีขึ้น เอาเข้าจริงก็มีแต่“เสื้อคลุมจอมปลอม”ที่สวมพรางเอาไว้
จะเรียกว่า เป็นนักการเมือง“รุ่นใหม่น้ำเน่า”ที่เน่าเหม็นยิ่งกว่านักการเมืองรุ่นเก่าเสียอีกก็ว่าได้!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ลุ้นระทึก ‘จตุรงค์ มกจ๊ก’เฉียดตุยเหตุระเบิดลง ‘อาบูดาบี’
วันสุดท้าย! เต้ อาชีวะ ล่ารายชื่อบุกก.ศึกษาฯ ค้านให้สวัสดิการเรียนฟรีเด็กต่างชาติ
ส่งนักปั่นล่าแต้ม!สองล้อลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์
ไฮโซน้ำหวาน ปล่อยโฮ แฉนักไลฟ์สาว พฤติกรรมยั่วยวนสามี นาวิน ต้าร์
ทนายตั้ม ควงเมียขึ้นศาล สู้คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย ยันบริสุทธิ์แม้ใส่ชุดนักโทษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี