วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
นักการเมืองพรรคส้มประกาศตัวว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะล้างการเมืองน้ำเน่าจากระบบเก่า เอาเข้าจริงก็มีแต่“เสื้อคลุม” เพราะกลยุทธ์ทางการเมืองในการหาเสียงก็คือ นอกจากจะใช้ข่าวโคมลอยป้ายสีโจมตีคู่แข่งแล้วข้อมูลข้อเท็จจริงก็มั่วนิ่ม และไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ เมื่อปรากฏในภายหลังว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่หยิบยกมาอ้างอิงนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
ที่พูดอย่างนั้น ก็เพราะมีประเด็นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมานายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ลำดับที่ 18 ได้โพสต์ภาพกราฟข้อมูลสถิติธนบัตรจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร - โจ -Chaiwat Sathawornwichit” โดยจั่วหัวเรื่องว่า “เงินสด 160,000 ล้านบาทถูกเบิกออกไปไหน? ในช่วง 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง” พร้อมทั้งยังกล่าวอ้างด้วยว่า“มีผู้ใหญ่ในวงการธนาคารกระซิบมาว่า ช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา มีการถอนเงินสดจากธนาคารต่างๆ มากผิดสังเกต มาถอนกันหลักร้อยล้าน พวกคุณสู้เหนื่อยแน่ !”
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือเพื่อนนักการเมืองในพรรคส้มเรียกขานว่า“ดร.โจ” ระบุไว้ในโพสต์ดังกล่าวว่า “จากข้อมูลสถิติธนบัตรของแบงก์ชาติ ระหว่างเดือน ก.ค. 2568 - พ.ย. 2568 พบว่ามีธนบัตรถูกเบิกออกจากระบบรวมทั้งสิ้นประมาณ 160,816 ล้านบาทโดยเฉพาะในเดือน ก.ย. 2568 เพียงเดือนเดียว มีการเบิกออกไปสูงถึง 127,010 ล้านบาท ซึ่งนายชัยวัฒน์ยืนยันว่านี่คือตัวเลขการเบิกเงินสดรายเดือนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายปกติตามฤดูกาล (Seasonal) ของประชาชนในปีก่อนๆ”
จากข้อมูลดังกล่าว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีต สส.พรรคประชาชนสมัยที่ผ่านมา และปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชน อีกทั้งยังได้รับการวางตัวเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคประชาชน ที่มีนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีม ได้โยงภาพปะติดปะต่อและอ้างเป็นตุเป็นตะว่า“ช่วงเวลาที่มีการเบิกเงินสดมหาศาลนี้ มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ก.ค. 2568: ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่, ส.ค. 2568: ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ก.ย. 2568: นายอนุทินชาญวีรกูล ทำ MOA เตรียมยุบสภาภายใน 4 เดือน”
นอกจากนั้น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ยังได้ตั้งคำถามและเรียกร้องไว้ในโพสต์ดังกล่าวว่า “คำถามที่ผมขอฝากไปถึง ปปง. และผู้เกี่ยวข้องและสังคมไทย เงินสดแสนกว่าล้านนี้ ถูกเบิกไปเตรียมทำอะไร ? ในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังจะมาถึง ? นี่คือสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของประชาชนคนไทย เงินสดมหาศาลขนาดนี้ไม่ใช่เงินซื้อข้าวซื้อของตามปกติแน่นอน แต่คือเงินที่สามารถซื้อเสียง ซื้อเครือข่าย และซื้ออำนาจรัฐได้ และแน่นอนเงินเหล่านี้ไม่มากก็น้อยมาจากทุนเทาที่ปล้นประชาชนมา อย่ายอมให้ประชาธิปไตยไทยถูกซื้อ”
จะอย่างไรก็ตามแต่ เมื่อวันที่ 12 มกราคมเมื่อวานนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและการชำระเงิน ก็ได้ออกมาแถลงข้อเท็จจริงผ่านเพจเฟซบุ๊ก“ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand” ชี้แจง ไว้ 2 ประเด็นว่า
“ตามที่มีกระแสข่าวกรณีการถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในช่วงเดือนกันยายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอชี้แจงว่า การเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา เป็นผลจากความกังวลต่อการขยายผลของมาตรการอายัดบัญชีม้า ที่ทำให้ประชาชนถอนเงินสดออกมาเก็บและใช้จ่ายแทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์ อีกทั้งร้านค้าหลายแห่งก็หันมารับชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดมากขึ้น โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ และการชำระเงินของประชาชนได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม”
และอีกหนึ่งประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจง “สำหรับการดูแลปริมาณเงินสดที่อาจเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องใกล้ชิด โดย ธปท. จะบริหารจัดการควบคุมการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายที่แท้จริงของประชาชน ที่รวมความต้องการเงินสดที่ปกติจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วยแล้ว รวมทั้งได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ติดตามดูแลการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัดและรายงาน ธปท. ทราบด้วย”
ขนาดนี้แล้ว “ดร.โจ” ของพรรคส้มก็ยังพยายาม“แถ”ต่อ ตามแบบฉบับของนักการเมืองพรรคส้ม ซึ่งเหมือนกับปมประเด็น“มีทหารไว้ทำไม”ไม่ผิดเพี้ยน โดยได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวทันทีทันควันหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า “ธปท. ไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจงก็ได้ เพราะคนที่มาเบิกธนบัตรกับ ธปท. ได้ก็คือพวกแบงค์ต่างๆ ไปเบิกกับศูนย์จัดการธนบัตรของมีอยู่ 9 แห่ง ตามหัวเมืองใหญ่ ซึ่ง ธปท.ไม่ได้ให้บริการประชาชนโดยตรง จึงไม่มีทางทราบว่า ใครมาเบิก เบิกไปทำอะไร คนที่พอจะทราบคือแบงค์พาณิชย์กับแบงค์รัฐ ที่ให้บริการกับประชาชนโดยตรง”
บรรทัดนี้จึงอยากจะถาม“ดร.โจ”ว่า ถึงขนาดธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาแถลงข้อเท็จจริงก็ยังไม่เชื่อ แล้วทำไมตอนแรกจึงได้ตั้งคำถามต่อ ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเงินสดแสนกว่าล้านดังกล่าวถูกเบิกไปเพื่อเตรียมทำอะไร
สรุปแล้ว นักการเมืองพรรคส้มที่ประกาศตัวว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะ“จัดระเบียบ”ประเทศนี้ให้ดีขึ้น เอาเข้าจริงก็มีแต่“เสื้อคลุมจอมปลอม”ที่สวมพรางเอาไว้
จะเรียกว่า เป็นนักการเมือง“รุ่นใหม่น้ำเน่า”ที่เน่าเหม็นยิ่งกว่านักการเมืองรุ่นเก่าเสียอีกก็ว่าได้!
รุ่งเรือง ปรีชากุล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี