Logo วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘หนู-เชน-เท้ง’ถ้าเลือกผิด‘เรือหาย’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อตรองดูแล้ว มีพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคที่มีโอกาสมากกว่าพรรคอื่นๆ ในจำนวน 57 พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ คือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนใครจะมีโอกาสมากกว่ากัน ก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิ 52.92 ล้านคน ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเทให้พรรรคการเมืองไหน

และก็ไม่ใช่ว่า พรรคที่ได้จำนวน สส.เข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเสมอไป เว้นแต่ถ้าพรรคการเมืองนั้นสามารถกวาดที่นั่ง สส.เข้ามาได้เกินครึ่ง คือมากกว่า 250 เสียงเท่านั้น ที่มีสิทธิและมีโอกาส เพราะพรรคการเมืองที่ได้จำนวน สส.น้อยกว่านั้นไม่มีทางที่จะรวบรวมเสียง สส.มาจัดตั้งรัฐบาลแข่งได้


ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนคนไทยไม่ต้องลุ้นมาก เปรียบเหมือนการซื้อลอตเตอรี่ คือเห็นตัวเลขในสลากอยู่แล้วว่าตรงกับรางวัลที่ออก เช่นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 26 มกราคมวานนี้โดยกล่าวถึงพรรคภูมิใจไทย ว่า

“นโยบายมีอยู่แล้ว เหมาะสม ปฏิบัติได้ เป็นที่น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ทำให้ประเทศเสียหาย และสามารถที่จะกระตุ้นในมิติทางด้านเศรษฐกิจสังคม เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชน”

เมื่อตามไปดูนโยบายพรรคภูมิใจไทยในภาพรวมภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” จากข้อมูลประกอบการเลือกตั้ง ที่ กกต.แจกให้แก่ประชาชนผู้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อใช้เป็นคู่มือการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้นั้น ตามที่ กกต.สรุปไว้มี 8 นโยบาย ขอยกมาให้ดู 4 นโยบาย ดังที่เปรียบเทียบว่า “ตัวเลขในสลากตรงกับรางวัลที่ออก”

นั่นก็คือ 1.เลือกคนดีมีความรู้ความสามารถเป็นคณะรัฐมนตรี “ได้อนุทิน เป็นนายกฯ สีหศักดิ์เป็นรองฯและ รมว.การต่างประเทศ ศุภจี เป็นรองฯและ รมว.พาณิชย์ เอกนิติ เป็นรองฯและ รมว.คลัง 2.ปราบสแกมเมอร์ ทลายทุนเทา ไม่เอากาสิโน 3.ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย ได้คนละครึ่งพลัส และ4.สร้างกำแพงป้องกันภัยรุกรานยาเสพติด สินค้าเกษตรข้ามแดนผิดกฎหมาย

ส่วนของพรรคเพื่อไทยที่ล่าสุด “ขุดบ่อล่อปลา” ประชาชนด้วยโครงการ “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน”ซึ่งมีนโยบายประชานิยมเต็มสูบประเภท “พ่อบุญทุ่ม” ด้วยการถลุงเงินแผ่นดิน โดยสวนทางกับภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ระดับหนี้สาธารณะพุ่งแตะ65 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าเกือบเต็มเพดานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ต่อ GDP

จาก 57 นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ใช้วงเงินทั้งสิ้น243,000 ล้านบาท โดยต้องควักเงินงบประมาณของแผ่นดินมาจ่ายนั้น ก็มีอาทิ 1.นโยบายของขวัญเพื่อคนไทย ใช้งบฯ3,500 ล้านบาท/ปี และนโยบายนี้พรรคเพื่อไทยพยายามจะโมเมว่าเป็นนโยบายเดียวกับการ “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ทั้งนี้ ก็เพื่อเลี่ยงความผิดจากกฎหมายพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้แจ้ง กกต.ตามที่กฎหมายกำหนด 2.นโยบายกระตุ้นการบริโภค ใช้งบฯ1 หมื่นล้านบาท 3.นโยบาย คนไทยไร้จน ใช้งบฯ6 หมื่นล้านบาท/ปี 4.นโยบายเรียนได้งบ จบได้งาน ใช้งบฯ5 พันล้านบาท/ปี 5.นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ใช้งบฯ5 พันล้านบาท 6.นโยบายบ้านเพื่อคนไทย ใช้งบฯ2 พันล้านบาท

7. นโยบายสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างแดน ใช้งบฯ 1 พันล้านบาท 8.นโยบายล้างหนี้วัยเกษียณ ใช้งบฯ 4 พันล้านบาท 9.นโยบายผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด ใช้งบฯ 3 หมื่นล้านบาท10.นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ ใช้งบฯ3.1 หมื่นล้านบาท/ปี 11.นโยบายคูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ ใช้งบฯ 1 หมื่นล้านบาท/ปี 12.นโยบายปราบสแกมเมอร์ “ไม่จบ-ไม่เลิก” ใช้งบฯ 200 ล้านบาท/ปี 13.นโยบายจัดการน้ำทั้งระบบ“ไม่ท่วม-ไม่แล้ง” จัดสรรงบฯเพิ่ม2 หมื่นล้านบาท/ปี 14.นโยบาย AI For All ใช้งบ4 พันล้านบาท/ปี 15.นโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย,รถเมล์ 10 บาทตลอดสาย ใช้งบฯ 1 พันล้านบาท/ปี ฯลฯ

โดยสรุป 15 นโยบายจาก 57 นโยบายที่ยกมานั้นจุดมุ่งหมายของพรรคเพื่อไทย คือ “เน้นสร้างโอกาส” ด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สินและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และ “เน้นคุณภาพชีวิต” ให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตาม ภาพอันสวยหรูจากนโยบาย “ประชานิยม”ของพรรคเพื่อไทยนี้ สิ่งที่จะตามมาคือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าทุกโครงการของรัฐจะต้องมี“เงินทอนใต้โต๊ะ”ไม่น้อยกว่า 20-50 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันประชาชนโดยเฉพาะคนชั้นกลางก็จะต้องแบกรับภาษีที่เพิ่มขึ้นเช่น การเพิ่ม “VAT” หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อชดเชยรายจ่ายที่รัฐบาลนำไปแจกโดยไม่ได้สร้างรายได้

อย่างปัญหาคอร์รัปชันนั้น ในสมัยรัฐบาลเพื่อไทยที่มี “แพทองธาร ชินวัตร” หลานสาวอังเคิลเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้เห็นมาแล้ว จากงบประมาณนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ 5 พันกว่าล้านบาทถูกละเลงหายไปโดยไร้ร่องรอย เบ็ดเสร็จ 2 ปีของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทั้งรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” และรัฐบาลแพทองธาร เงินงบประมาณแผ่นดินที่นำมาใช้เกี่ยวกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งมี “แพทองธาร” เป็นผู้รับผิดชอบ ถูกล้างผลาญไปเป็นเงินทั้งสิ้นเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ตัวเลขกลมๆ คือ 8,967.35 ล้านบาท

สำหรับพรรคประชาชน มี 15 นโยบาย ใช้งบประมาณ7.4 แสนล้านบาท หรือ 741,835,000,000 บาท ล้วนเป็นนโยบายประชานิยมที่รัฐจะต้องควักเงินจ่ายไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย เช่น “นโยบายพลิกโฉม SME และยกระดับทักษะคนไทย” โดยการสร้างแต้มต่อด้วยคนละครึ่งและหวยใบเสร็จ ใช้งบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี

หรืออีกนโยบายหนึ่งที่ฝังจิตฝังใจนักการเมืองส้มเน่าคือ นโยบายประชาธิปไตย ที่เขียนไว้แบบวาดฝันว่า “การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ใช้งบฯ 3 พันล้านบาทต่อครั้งโดยอ้างว่า เพื่อทำให้ประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสากล, ทำให้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชนได้รับการคุ้มครองและเพิ่มการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนมากขึ้น รวมไปถึงการสร้างระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมและลดการลอยนวลพ้นผิด

วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะเลือก “หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล”,“เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” หรือ “เท้ง-ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ” ใครใน 3 คนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี ล้วนเป็นสิทธิของท่าน หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน

แต่ถ้าเลือกผิด-ขอบอก “เรือหาย” ทั้งประเทศแน่นอน !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:21 น. ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
21:00 น. บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
20:48 น. ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
20:44 น. ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
20:43 น. ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
โมเมนต์ครอบครัว! คุณแม่ลิซ่าโพสต์ภาพร่วมเฟรม อวยพรวันเกิดลูกสาว
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
‘ระวังรัฐธรรมนูญใหม่’
ชัยชนะของคนแพ้
อายุความ……..คดีพระดัง
ลุ้น
น้ำมันขึ้นราคาได้ แต่ต้องเห็นความเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน

ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย

ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

ฮ่องกงกระอัก! ราคาน้ำมันพุ่งทุบสถิติแพงที่สุดในโลก ทะลุลิตรละ 150 บาท

True ยืนยันระบบยังปลอดภัย ไร้ร่องรอยการละเมิดข้อมูล

เพื่อไทย จับมือ Tesla รุกฆาตเทคโนโลยี Physical AI ปั้นไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และยานยนต์อัจฉริยะ

  • Breaking News
  • ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
  • บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
  • ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
  • ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ชัยชนะของคนแพ้

ชัยชนะของคนแพ้

3 เม.ย. 2569

รักกันไว้เถิด

รักกันไว้เถิด

2 เม.ย. 2569

พรรคประชาชนจบที่รุ่น‘เท้ง’

พรรคประชาชนจบที่รุ่น‘เท้ง’

1 เม.ย. 2569

‘ลูกเทพ-บ้านใหญ่’ในรัฐบาล‘อนุทิน 2’

‘ลูกเทพ-บ้านใหญ่’ในรัฐบาล‘อนุทิน 2’

31 มี.ค. 2569

เสียงจากอเมริกันชน‘หยุดสงคราม-หยุดทรัมป์บ้า’

เสียงจากอเมริกันชน‘หยุดสงคราม-หยุดทรัมป์บ้า’

30 มี.ค. 2569

‘ไอ้โม่ง’รวยไม่ไหวแล้ว

‘ไอ้โม่ง’รวยไม่ไหวแล้ว

27 มี.ค. 2569

สงครามน้ำลาย-สงครามน้ำมัน

สงครามน้ำลาย-สงครามน้ำมัน

26 มี.ค. 2569

‘ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน’บึ้มโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ

‘ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน’บึ้มโรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ

25 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved