เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์วานนี้ เลือกตั้งล่วงหน้าเสร็จสิ้นไปแล้ว นับถัดจากวันนี้ 2 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เหลือเวลาอีก 6 วัน จะได้รู้กันจริงๆ ว่า ผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์พรรคการเมืองไหนจะได้สส.มากที่สุด ถ้าเปรียบเป็นม้าแข่ง โค้งสุดท้ายนี้ก็มีพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่พรรคไหนจะเข้าวินเป็นอันดับหนึ่ง
โพลทุกสำนักที่เปิดเผยผลสำรวจออกมาเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา พรรคประชาชนยังนำพรรคภูมิใจไทยเรียกว่านำตั้งแต่โค้งแรกจนกระทั่งโค้งสุดท้ายในเวลานี้โดย“นิด้าโพล”ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งเป็นสำนักโพลที่น่าเชื่อถือมากที่สุด ระบุถึงตัวบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีใน 5 อันดับแรกจากผลการสำรวจเรื่อง“ยกสองกระแสเลือกตั้ง 69”มีดังนี้
อันดับที่หนึ่งร้อยละ 29.08 นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเคตของพรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.24 นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สามร้อยละ 12.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตพรรคประชาธิปัตย์, อันดับที่สี่ร้อยละ 12.12 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย และอันดับที่ห้าร้อยละ 9.36 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ถ้านำผลสำรวจของ“นิด้าโพล”ครั้งนี้ เทียบกับผลสำรวจเมื่อวันที่ 11 มกราคมเดือนที่แล้ว ในหัวข้อ“ยกแรก กระแสเลือกตั้ง 69” พบว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ต่างกันไม่มากนัก จะต่างก็ตรงอันดับที่ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ และอันดับของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับนายยศชนันวงศ์สวัสดิ์ โดยผลสำรวจของนิด้าโพลยกแรกหรือโค้งแรกนั้น อันดับที่หนึ่งร้อยละ 24.76 นายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ, อันดับที่สองร้อยละ 20.84 นายอนุทิน ชาญวีรกูล, อันดับที่สามร้อยละ 14.12 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, อันดับที่สี่ร้อยละ 12.12 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอันดับที่ห้าร้อยละ 9.64 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
สำหรับ 5 พรรคการเมืองอันดับแรกที่มีแนวโน้มว่าประชาชนจะเลือก จากผลสำรวจโค้งสุดท้ายของ“นิด้าโพล”ครั้งนี้ พบว่าแบบแบ่งเขตเลือกตั้งอันดับที่หนึ่งร้อยละ 33.56 คือพรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.76 พรรคภูมิใจไทย,อันดับที่สามร้อยละ 16.92 พรรคเพื่อไทย, อันดับที่สี่ร้อยละ 2.76 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 3.44 พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งมี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยที่ พล.อ.รังษี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเศรษฐกิจ ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในอันดับที่หกร้อยละ 3.76 จากการสำรวจครั้งนี้
ส่วนแบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 5 อันดับแรกก็เช่นเดียวกับแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง คือ อันดับที่หนึ่งร้อยละ 34.20 พรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.60 พรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สามร้อยละ 16.20 พรรคเพื่อไทย,อันดับที่สี่ร้อยละ 13.20 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 3.40 พรรคเศรษฐกิจ
และเมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจของ“นิด้าโพล”โค้งแรกวันที่ 11 มกราคมเดือนที่แล้ว กับผลสำรวจโค้งสุดท้ายในครั้งนี้ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ปรากฏว่าพรรคประชาชนมีเปอร์เซ็นต์มากขึ้นมากกว่าพรรคการเมืองอื่นซึ่งโค้งแรกแบบแบ่งเขต อันดับที่หนึ่งร้อยละ 30.40 คือพรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 21.96 พรรคภูมิใจไทย,อันดับที่สามร้อยละ 15.72 พรรคเพื่อไทย, อันดับที่สี่ร้อยละ 12.16 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 8.40 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ โดยที่โค้งแรกอันดับที่หกร้อยละ 4.04 คือพรรคเศรษฐกิจ แต่จากการสำรวจโค้งสุดท้ายครั้งนี้พรรคเศรษฐกิจเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ห้า
ขณะที่ผลสำรวจแบบบัญชีรายชื่อในโค้งแรก อันดับที่หนึ่งร้อยละ 30.48 พรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.32 พรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สามร้อยละ 15.44 พรรคเพื่อไทย,อันดับที่สี่ร้อยละ 12.56 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 7.80 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับแบบแบ่งเขต พรรคเศรษฐกิจที่จากการสำรวจครั้งนี้เลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ห้า โดยโค้งแรกอยู่อันดับที่หกร้อยละ 4.16
เมื่อตามไปดูผลสำรวจโค้งสุดท้ายของ“สวนดุสิตโพล”ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่เปิดเผยผลสำรวจออกมาวันเดียวกับ“นิด้าโพล” โดยระบุว่าเป็นการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน และเป็นการสำรวจทางภาคสนาม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่างจากของ“นิด้าโพล”ที่สุ่มจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่างนั้น เมื่อเทียบกับ“นิด้าโพล” พบว่าตัวบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่างกันในอันดับที่สอง ส่วนพรรคการเมืองที่จะเลือก ต่างกันตรง สส.แบบบัญชีรายชื่อ
ตัวบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากผลการสำรวจของ“สวนดุสิตโพล”มีดังนี้ อันดับที่หนึ่งร้อยละ 35.07 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, อันดับที่สองร้อยละ 21.53 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งของ“นิด้าโพล”อันดับที่สองคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยที่อันดับที่สามของ“สวนดุสิตโพล”ร้อยละ 16.11 เป็นนายอนุทิน, อันดับที่สี่ร้อยละ 12.97 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอันดับที่ห้าร้อยละ 3.61 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ทั้งนี้ อันดับที่ห้าของ“นิด้าโพล”คือ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์
นอกจากนั้น สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือก ของ“สวนดุสิตโพล” ระบุว่า แบบแบ่งเขตอันดับที่หนึ่งร้อยละ 33.46 คือพรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 21.25 พรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สามร้อยละ 20.06 พรรคเพื่อไทย, อันดับที่สี่ร้อยละ 8.13 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 3.4 พรรคกล้าธรรม ส่วนแบบบัญชีรายชื่อต่างจากแบบแบ่งเขตตรงอันดับที่สองซึ่งพรรคเพื่อไทยเลื่อนขึ้นมาสลับกับพรรคภูมิใจไทย คือ อันดับที่หนึ่งร้อยละ 35.99 พรรคประชาชน, อันดับที่สองร้อยละ 22.13 พรรคเพื่อไทย, อันดับที่สามร้อยละ 18.92 พรรคภูมิใจไทย, อันดับที่สี่ร้อยละ 10.16 พรรคประชาธิปัตย์ และอันดับที่ห้าร้อยละ 2.40 พรรคกล้าธรรม
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผลโพลที่ยกมาทั้งหมดนั้น เป็นตัวเลขที่ย้อนแย้งกับสายตาของประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อย ทำให้นึกถึง“ขุนเผดิม” กับ“คุณเวก”ตัวละครในเรื่องสั้น“ไม่เชื่อ-ไม่จริง”ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่รถไฟเกิดอุบัติเหตุตกรางก่อนจะถึงสถานีปลายทาง และไม่รู้ว่าตนเองตายไปแล้ว ได้ลงไปเห็นเมืองนรกจริงๆ แต่พอเมื่อชีวิตฟื้นคืนกลับมาภาพจำเหล่านั้นก็ยังติดตามิรู้ลืม ถึงกับร้องสุดเสียงทั้งสองคนว่า
“ไม่เชื่อโว้ย...ไม่จริงโว้ย”!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม
ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
แห่ฟังล้นเวที! จูรี ปราศรัยใหญ่ เมืองคอน ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต
ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก
ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี