วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
กรณีอดีตข้าราชการลงสมัครรับเลือกตั้ง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา
ทั้งๆ ที่ ตนเองกำลังถูกสอบสวนผิดวินัยร้ายแรงอยู่แล้ว
หลังจากนั้น พอถูกทางราชการชี้ว่าผิดวินัยร้ายแรง เห็นควรปลดออกจากราชการ ก็มีขบวนการปั่นกระแสบิดเบือนให้ร้ายประเด็นการตรวจสอบ
นำไปเรียกคะแนนสงสารทางการเมือง
กรณีนี้ ข้อเท็จจริงในกระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร? ประชาชนคนไทยพึงได้ทราบ เพื่อไม่ตกเป็น “เหยื่อของนักการเมือง”
กรณีนาย....ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล... ได้ดำเนินการจัดซื้อและได้สั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ATK) ครั้งละวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้งอันเป็นการแบ่งซื้อฯ ฝ่าฝืนระเบียบ/กฎหมายพัสดุ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง
(1) ประเด็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กรณีจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวม 42,854 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท
ข้อเท็จจริงโดยสรุป โรงพยาบาล...เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค.-ส.ค. 2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน
ต่อมาภายหลัง (ต.ค.–ธ.ค. 2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง”
รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท
โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 (ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท จึงดำเนินการออกเป็น 5 รายการ/5 ครั้ง (4 ครั้ง ครั้งละ 8,695 ชุด วงเงิน 1,999,850 บาท และ 1 ครั้ง 8,074 ชุด วงเงิน 1,857,020 บาท) ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง
นาย...ชี้แจงว่า การจัดซื้อหลายครั้งเป็นการบริหารสต๊อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน
แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป(นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ
การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาทจึงเป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ ทำให้คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”
สรุป เป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
(2) ประเด็นการตรวจรับพัสดุ และการไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม)
ข้อเท็จจริงโดยสรุป ภายหลังการจัดซื้อย้อนหลังทั้ง 5 รายการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ และคณะกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับตามวันที่ส่งมอบในแต่ละรอบ
อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในสำนวนเห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับตามคำสั่งดังกล่าว “ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ” และเมื่อเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว จึงไม่มีกระบวนการตรวจนับ/ตรวจสอบพัสดุโดยแท้จริง
บุคลากรที่ไปร่วมปฏิบัติการแม้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ ATK แต่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการตรวจรับตามที่แต่งตั้งไว้ จึงทำให้คำชี้แจงเรื่อง “มีการตรวจรับ” รับฟังไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง แม้กรณีโควิดจะเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามแนวทาง ว 115/27 มี.ค. 2563 ที่ให้ดำเนินการไปก่อนได้ แต่ต้อง “รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ตามระเบียบฯ ข้อ 79 วรรคสอง เพื่อให้ถือเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม ซึ่งในสำนวนวินิจฉัยเห็นว่า เมื่อวงเงินรวม อยู่ในอำนาจหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (นพ.สสจ.สงขลา) โรงพยาบาลต้องรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจดังกล่าว มิใช่แบ่งซื้อให้ตนมีอำนาจอนุมัติเองแล้วอ้างว่ารายงานครบถ้วน
สรุป ไม่มีการตรวจรับ และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม
(3) ประเด็นการกำหนดราคากลาง
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ไม่พบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และไม่ปรากฏราคากลางที่เป็นทางการ แต่ใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามราคาจากโรงพยาบาลข้างเคียงเป็นแหล่งที่มาของราคา (ราคาอ้างอิง) แล้วนำมาใช้เป็นฐานราคาในการจัดซื้อเป็นคราวๆอีกทั้งไม่พบว่ามีการเทียบราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ซึ่งวางลำดับแหล่งที่มาของราคาไว้ก่อน-หลัง
นาย... ชี้แจงว่า ATK เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท...
เมื่อพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการจัดซื้อย้อนหลัง ในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค คณะกรรมการจึงวินิจฉัยว่าโรงพยาบาลสามารถสอบถามราคาจากผู้ประกอบการโดยตรงเพื่อให้ได้พัสดุโดยเร็วและทันต่อการใช้ประโยชน์ได้ และคำชี้แจงของนายสุภัทรในประเด็นนี้สามารถรับฟังได้
สรุป เหตุผลในการกำหนดราคาซื้อโดยไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท และเป็นการจัดซื้อย้อนหลังในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค สามารถรับฟังได้
(4) ทำไมผลสอบสวนถึงเห็นสมควรปลดออกจากราชการ ประพฤติชั่วร้ายแรงอย่างไร?
คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นาย... (ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล...) ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564 กำหนดให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนมีอำนาจในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างทุกวิธีทุกขั้นตอนและก่อหนี้ผูกพันเงินบำรุงของหน่วยบริการครั้งหนึ่งวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)ย่อมมีหน้าที่ในดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขอบเขตของคำสั่งมอบอำนาจดังกล่าว โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของผู้มอบอำนาจเป็นสำคัญ
การที่ นาย....(ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล...) ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) เป็นจำนวน 42,854 ชุดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน)
โดยมีเจตนาแบ่งซื้อออกเป็นจำนวน 5 ครั้ง ในแต่ละครั้ง มีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
อาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ลดวงเงินอนุมัติให้อยู่ในอำนาจของตนเอง
โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือพยานหลักฐานใดที่จะสามารถยืนยันว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อในคราวเดียวกัน เนื่องจากเป็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ชนิดเดียวกันจากผู้ขายรายเดียวกัน
และไม่ปรากฏวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการที่จะได้รับเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะจัดซื้อในครั้งเดียวหรือจะแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) ในแต่ละครั้ง ทั้ง 5 ครั้ง อำนาจในการพิจารณาสั่งซื้อทุกกรณีดังกล่าว ต่างก็มีราคาชุดละ 230 บาท (สองร้อยสามสิบบาทถ้วน) เช่นเดียวกัน ไม่ปรากฏว่าเมื่อมีการแบ่งซื้อเป็นจำนวน 5 ครั้งแล้ว จะทำให้มีราคาถูกกว่าการจัดซื้อพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียว และการสั่งซื้อทุกกรณีที่กล่าวมานั้นจะไม่มีความแตกต่างกัน
กรณีจึงไม่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นแก่ทางราชการ และไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าแก่ทางราชการแต่อย่างใด
อีกทั้ง ยังปรากฏว่าการจัดซื้อดังกล่าว ไม่มีกระบวนการตรวจรับพัสดุเกิดขึ้นและมีการจัดซื้อเป็นจำนวนมาก
เมื่อคิดคำนวณจากระยะเวลาประกอบกับศักยภาพของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล...ที่จะสามารถกระทำได้ จึงพบข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น ต่อมา เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กลับปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน โดยไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับ
กรณีจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ)0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตลอดจนฝ่าฝืนต่อคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่5 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
พฤติการณ์มีลักษณะไม่โปร่งใส แสดงให้เห็นว่าจงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ส่อไปในทางให้มีการอาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ราชการกระทำการ
เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ นาย...(ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล...) ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ควบคุม กำกับ ดูแล การบริหารงานภายในโรงพยาบาลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปโดยถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการไม่ว่าประการใดๆ อีกทั้งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา จะต้องยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดยิ่งกว่าวิญญูชนทั่วไปแต่หาปฏิบัติเช่นนั้นไม่
ดังนั้น พฤติการณ์ของนาย....จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการมติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา 82 (2) เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (7) และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ เห็นควร ลงโทษปลดออกจากราชการ
สรุป อดีตข้าราชการรายดังกล่าว จะต้องออกจากราชการหรือไม่ ยังมีกระบวนการขั้นตอนให้ต่อสู้ต่อไปตามระบบระเบียบทางราชการ ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันด้วยข้อท็จจริงและข้อกฎหมายต่อไป
มิใช่ปั่นกระแสบิดเบือน สร้างเรื่องเรียกคะแนนสงสาร สร้างความเสียหายแก่ระบบตรวจสอบของทางราชการ
ระวัง คนไทยกำลังถูกส้มปั่นกระแส อย่าตกเป็น “เหยื่อของนักการเมืองส้ม”
สารส้ม

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี