วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร? นี่คือคำถามหลังการเลือกตั้ง 2569 ปิดฉากลงซึ่งคำตอบสุดท้ายก็คงจะอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อาจต้องใช้เวลาในการเจรจากันสักพักจึงจะมองเห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโฉมหน้าจะออกมาเป็นอย่างไร กรอบวิธีคิดเป็นแบบไหน และเพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
ฉากหลังจากการเลือกตั้งรอบนี้ แม้บรรยากาศการหาเสียงจะดุเดือดเข้มข้นจนน่าวิตก แต่ก็เป็นความหวังและเป็นความท้าทายของรัฐบาลชุดใหม่ว่า จะสามารถนำพาประเทศให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างไร เพราะสถานการณ์จริงที่เผชิญหน้าอยู่เวลานี้คือ เรากำลังถูกรุมล้อมจากมรสุมวิกฤตทั้งภายในและภายนอก
แม้แต่สื่อนอกเองก็ยังมองเห็นว่า ประเทศไทยเป็นคนป่วยขี้โรคแห่งเอเชีย จากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หนี้สินพุ่งสูง ขาดแคลนแรงงาน เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และขาดเสถียรภาพทางการเมืองเรื้อรัง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องถูกคาดหวังว่า หลังเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น การเมืองมีความมั่นคง และจะสามารถช่วยพลิกฟื้นในมิติต่างๆ ให้ดีขึ้นได้
แต่ก็มีคำถามตามมาเช่นกันคือ รัฐบาลใหม่จะสามารถยกระดับแก้ไขปัญหาได้แค่ไหน เพราะปัญหาใหญ่ที่รออยู่เบื้องหน้าตอนนี้ ถือว่าหนักหนาสาหัสและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง หนี้สินไปจนถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยทางสังคม รวมทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดน และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่คาดเดาอะไรไม่ได้
ขณะเดียวกัน บนความคาดหวังว่าจะดีขึ้นนั้นในอีกมุมหนึ่งก็มีความวิตกกังวลอยู่ลึกๆเช่นกันว่า ปัญหาทางการเมืองจะนิ่งพอแค่ไหน เพราะข้อเสียสังคมการเมืองคือ ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า เวลาไหนบ้านเมืองวิกฤตที่ต้องอาศัยความร่วมมือแก้ไขปัญหา มีแต่เห็นการฉกฉวยโอกาสสร้างคะแนนนิยมโดยไม่มองดูสถานการณ์จริงรอบด้าน
ที่ผ่านมาๆ คนไทยส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายการเมืองที่บ่มเพาะแต่ความขัดแย้ง และการช่วงชิงอำนาจโดยไม่เห็นหัวประชาชน จนกลายเป็นกระแสวิกฤตศรัทธาผู้นำและยังคุกรุ่นอยู่ในใจตลอดมา ดังนั้นสิ่งที่คนไทยอยากเห็นในรัฐบาลชุดใหม่คือ การทำงานแบบมืออาชีพ มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โปร่งใส จริงใจ ตรวจสอบได้ ที่สำคัญต้องไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่ม
หากย้อนกลับไปดูชุดนโยบายที่เคยมีการหาเสียงกันเอาไว้ในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้มีคำสัญญาที่สวยหรูจากปากฝ่ายการเมืองถึงอนาคตที่สดใสของประเทศ โดยคำพูดเหล่านั้นได้ถูกเก็บบันทึกเอาไว้หมดแล้ว รอแค่นับหนึ่งในการพิสูจน์ฝีมือเท่านั้นว่าเมื่อได้รับโอกาสนั้นมาแล้วจะสามารถทำได้จริงอย่างที่มีการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากประเมินจากสถานการณ์ที่บีบรัดรอบด้านตอนนี้ รัฐบาลชุดใหม่คงไม่มีเวลาร้องขอพิสูจน์ผลงานมากนัก เพราะสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือ ความสามารถเชิงรุกในการแก้ปัญหาฉับไว และเห็นผลลัพธ์โดยเร็ว ไม่มีพื้นที่ให้สำหรับคำแก้ตัวใดๆ ถ้าสุดท้ายปัญหายังคงย่ำอยู่ที่เดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เชื่อว่าอายุคงจะจบลงในเวลาที่ไม่นานนัก


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี