วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในห้วงเวลาที่ประเทศไทย กำลังเชิญกับภาวะวิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
สิ่งสำคัญที่รัฐต้องทำนอกเหนือจาก การหามาตรการรับมือความผันผวนของราคาพลังงาน และมาตรการการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในมิติต่างๆแล้ว การสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริงไปพร้อมๆ กับภาครัฐเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก และรัฐจะละเลยไม่ได้
แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการจัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมี นายพิพัฒน์รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจที่จะติดตามสถานการณ์และออกมาตรการต่างๆ มารับมือกับปัญหานี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ แต่เมื่อการทำงานผ่านมาระยะหนึ่งก็พบว่า ศบก.ที่ตั้งขึ้นนั้น ยังมีจุดอ่อนสำคัญ นั่นคือเรื่องของการสื่อสาร
การสื่อสารในภาวะวิกฤต ไม่ใช่เรื่องของการประชาสัมพันธ์ผลงาน แต่มันคือการบริหารจัดการความเชื่อมั่น ซึ่งหากรัฐบาลให้ความสำคัญและปรับใหม่ให้เป็นมืออาชีพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความตื่นตระหนก ความสับสน และสามารถสร้างพลังความร่วมมือในสังคมให้เกิดขึ้นได้
สิ่งสำคัญประการแรก คือการทำให้ประชาชน“เข้าใจสถานการณ์ที่เป็นจริง” โดยปราศจากการปรุงแต่ง รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปิดบังว่ากองทุนน้ำมันติดลบเท่าไหร่ หรือสถานการณ์โลกมีความเสี่ยงเพียงใด ในทางตรงกันข้าม การให้ข้อมูลเชิงลึกที่ย่อยง่ายว่าเหตุใดราคาน้ำมันจึงพุ่งสูงขึ้น และปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้คืออะไร หรือ แต่ละประเทศที่ได้รับผลกระทบมีสถานการณ์อย่างไร จะช่วยเปลี่ยนความโกรธแค้นสับสน ตื่นตระหนก ให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลความจริงที่โปร่งใส พวกเขาจะมองเห็นภาพรวมเดียวกันกับที่รัฐบาลเห็น และลดช่องว่างให้ข่าวลือหรือข่าวปลอมทำงานได้ยากขึ้น
ทุกมาตรการที่ ศบก. ประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็นการตรึงราคา หรือการปล่อยลอยตัวบางส่วน ควรถูกอธิบายด้วยเหตุผลและฐานข้อมูลที่ชัดเจน รัฐบาลควรสื่อสารให้ชัดว่า “ทำไมต้องเลือกทางนี้” และ “ฐานข้อมูลแบบไหนที่นำมาใช้ตัดสินใจ” เช่นการเปรียบเทียบราคาในภูมิภาค หรือการพยากรณ์ผลกระทบต่อเงินเฟ้อ การแสดงให้เห็นว่าทุกการตัดสินใจผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบจากจะช่วยสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก แต่มีแผนการที่รองรับด้วยตรรกะที่พิสูจน์ได้
วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลฝ่ายเดียวแต่เป็นเรื่องของคนทั้งชาติ การโน้มน้าวให้สังคมร่วมกันประหยัดพลังงานหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชั่วคราว ไม่ควรมาในรูปแบบของ “การสั่งการ” หรือ “การสอน” แต่ควรมาในรูปแบบของ “การขอแรง” และการแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ร่วมกัน
หากรัฐบาลสามารถสื่อสารได้ว่า “ถ้าเราช่วยกันลดใช้พลังงานคนละนิดจะเกิดผลดีแก่ประเทศอย่างไรบ้าง”ประชาชนจะรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการกู้วิกฤต และยินดีที่จะให้ความร่วมมือด้วยความสมัครใจ
ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจากเดิมที่เป็น ใครนึกจะพูดก็พูดมาเป็น“ระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ” การให้ผู้บริหารระดับสูงมาตอบคำถามรายทางท่ามกลางอารมณ์ที่คุกรุ่นของสังคม มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการตีความผิดพลาดและบานปลายกลายเป็นดราม่าในโซเชียลมีเดีย
ศบก. ควรมี “ทีมสื่อสารมืออาชีพ” ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองสาระจากที่ประชุม มาผลิตเป็นเนื้อหาที่เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย หรือการแถลงข่าวที่มีทีมโฆษก ที่สามารถคุมสภาพการสื่อสารให้เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่เลื่อนไหลไปแบบกลอนพาไป สิ่งนี้จะช่วยลดแรงปะทะทางอารมณ์ และทำให้สาระสำคัญของนโยบายส่งถึงหูประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จับตา! ‘งูเห่าสีส้ม’ แผลงฤทธิ์สวนมติพรรคประชาชนโหวต ‘อนุทิน’ ด้าน ‘ศิริกัญญา’ ย้ำส่ง ‘เท้ง’ชิงนายกฯ
ป.ป.ส. บุกจับ ข้าราชการเทศบาล เอี่ยวแก๊งค้ายา-ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 8 ล้าน
ชูศักดิ์ ยก 4 ข้อฝาก ปธ.สภาฯ งดประชุมกมธ. พุธ-พฤหัสบดี หวั่นซ้ำซ้อน-มาแค่เซ็นชื่อ
แฉวินาทีระทึก ชายไทยโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิประยะประชิด สวนสัตว์สั่งดำเนินคดีถึงที่สุด
ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี