วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การผ่านวาระแรกของร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สู่ขั้นตอนของวาระที่ 2 คือการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สิ่งที่สังคมไทยได้ยินจนคุ้นหูคือเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากฝั่งฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็น “งบรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ” ทั้งเงินเดือน บำเหน็จบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเบียดบังงบลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
หากดูตัวเลขจริง จะพบว่าประเทศไทยมีงบรายจ่ายประจำสูงถึงเกือบร้อยละ 70-80 ของงบประมาณรวมทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นงบที่ผูกพันกับสวัสดิการข้าราชการและบำเหน็จบำนาญรายปีที่ทะลุหลักหลายแสนล้านบาทและมีแนวโน้มจะเหยียบหลักล้านล้านในอนาคตอันใกล้เนื่องจากโครงสร้างประชากรไทยที่ก้าวสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” อย่างเต็มตัว
แต่ความจริงที่ลุ่มลึกและเจ็บปวดกว่านั้น ที่ไม่มีใครอยากพูดออกสื่อตรงๆ คือ ปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ มันคือระเบิดเวลาที่ถูกฝังไว้ในโครงสร้างรัฐมานานนับทศวรรษ
รัฐบาลในอดีตทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะมาจากขั้วการเมืองใด ล้วนมีส่วนร่วมในการปล่อยปละละเลย ขยายขนาดกองทัพข้าราชการ และสร้างพันธสัญญาทางสวัสดิการโดยไม่ได้ปฏิรูประบบภาษีหรือเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้ของประเทศอย่างจริงจัง พอมาถึงวันนี้ ไม่ว่าพรรคไหนจะก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องแบกรับ “มรดกบาป” ชิ้นใหญ่ชิ้นนี้ เพราะรัฐจำเป็นต้องดูแลข้าราชการตามสิทธิทางกฎหมายที่พวกเขาพึงมี
สิ่งที่ย้อนแย้งและสะท้อนความเล่นการเมืองมากเกินไปก็คือ พฤติกรรมของฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะยุคใดก็ตาม ที่มักหยิบยกตัวเลขงบประจำที่สูงลิ่วมาโจมตีโจทย์รัฐบาลปัจจุบัน ราวกับว่ามันเกิดขึ้นด้วยความผิดพลาดในชั่วข้ามคืน ทว่า ในทางกลับกัน หากมีใครเสนอให้ “ปฏิรูป” อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดขนาดองค์กร การทบทวนสิทธิ์ หรือแม้แต่การขึ้นภาษีเพื่อหาเงินมารองรับ ฝ่ายค้านกลุ่มเดิมนี่เองที่จะพลิกบทบาทหันมาโวยวายว่ารัฐบาล “รังแกข้าราชการ” หรือ“ซ้ำเติมประชาชน” เพื่อปกป้องฐานเสียงของตัวเอง
ประเทศไทยไม่เหลือเวลาให้กับการเล่นละครการเมืองแบบไร้ความรับผิดชอบอีกต่อไป ปัญหาโครงสร้างงบประมาณไม่ใช่เรื่องของ “คนดียกมือประท้วง” หรือ “คนเลวโกงกิน” แต่มันคือเรื่องของคณิตศาสตร์และความเป็นจริงทางประชากรศาสตร์
ถ้าเรายังปล่อยให้การอภิปรายงบประมาณเป็นเพียงเวทีสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองสลับหน้าที่กันก่นด่าเมื่อเปลี่ยนจุดยืนจากรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน อีกไม่นานสัดส่วนงบลงทุนเพื่อพัฒนาชาติจะเหลือน้อยลงๆ เรื่อยๆ และเมื่อถึงวันนั้น ต่อให้ใครชนะเลือกตั้งเข้ามาก็จะเหลือเพียง “ซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ”ให้บริหารเท่านั้น
ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริงเลิกสาดโคลน และจับมือกันหาทางออกที่เป็นไปได้จริงในเชิงโครงสร้าง-ก่อนที่ระบบงบประมาณของประเทศจะล่มสลายเพราะความขลาดเขลาทางการเมืองของพวกเราเอง

เบรกบรรจุรอบใหม่ รมช.มหาดไทย ย้ำรอบ 1 ก.ค.69 รอบล่าสุด
‘นายกฯ’ ชี้ขนกัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ออกนอกประเทศไม่ได้ ถก ป.ป.ส. 3 ชม. เคลียร์ปมกฎหมายกัญชา
นายกฯ เผยพบหลักฐานโกงสอบท้องถิ่นเพิ่ม ชี้คนไหนบรรจุแล้วรอผลสอบ-คนไหนมีปัญหายกเลิกยังไม่บรรจุ
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องทาเรีย ลูกสาว น้ำฝน กุลณัฐ ฉายแววออร่านางเอก
ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน จักรภพ เพ็ญแข ขึ้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย แทน ประเสริฐ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี