วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
ทำเพื่อชาติหรือทำเพื่อใคร???

ดูทั้งหมด

  •  

nn ต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้ไทยได้แต่นั่งมองตาปริบๆ กลุ่มทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตหนีจากจีนเพราะผลกระทบสงครามการค้า ต่างเล็งเป้าไปที่...เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย กัมพูชา....แต่ไม่มีรายไหนปักหมุดมาที่ไทยเลย....ซึ่งอันนี้ก็ต้องยอมรับอีกแหละว่าเพราะเทียบกับทุกประเทศที่กล่าวมา...ไทยไม่มีจุดเด่นอะไรสู้เขาได้อีกแล้ว....ค่าจ้างแรงงานไทยก็สูงกว่า...สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือด้านอื่นๆ ก็สู้ไม่ได้เงื่อนไขทางสังคมของไทยก็สูงกว่า (มีสิทธิจะถูกต่อด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชนได้ตลอดเวลา)...ที่สำคัญจุดอ่อนสำคัญคือความไม่แน่นอนทางการเมือง และความผันผวนของนโยบาย ที่เปลี่ยนทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนตัวผู้บริหารนโยบาย(รัฐมนตรี) ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายมากในบริบททางการเมืองขณะนี้ของไทย...

เมื่อจุดขายเดิมๆ ไม่มีแต่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ก็จำเป็นต้องสร้างจุดขายใหม่...ซึ่งสิ่งที่ไทยเหลืออยู่ตอนนี้คือ ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย...และสามารถเชื่อต่อไปยังภูมิภาคอื่นของโลกได้...ไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี...ซึ่งนักลงทุนต่างชาติทั่วโลกที่เห็นเปเปอร์โครงการนี้แล้วทุกรายชอบและรอคอยโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนในวันที่ อีอีซี เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม...


แต่หัวใจสำคัญของโครงการอีอีซี...คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง..เพื่อลดอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ ซึ่งนับเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับระบบเศรษฐกิจไทยขณะนี้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ....การขนส่งทางน้ำขณะนี้โครงการขยายท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด และแหลมฉบัง กำลังเดินหน้าไปโดยจะมีการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะลดปัญหาการขนส่งโดยรถบรรทุก ขณะที่การขนส่งทางอากาศ ก็กำลังเดินหน้าโครงการอัพเกรดสนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ ซึ่งก็จะรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้คนที่จะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ อีอีซี (3 จังหวัด)

และอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะร้อยรัดระบบการขนส่งทั้งหลายไว้เป็นเนื้อเดียวกัน และทำให้การเคลื่อนย้ายคนและสินค้าจากส่วนอื่นของประเทศไปยังพื้นที่อีอีซี เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีรอยต่อให้เกิดการสะดุดหรือติดขัดเรื่องการเดินทาง...ก็คือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา) นั่นเอง...แล้วก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลเองก็รู้ดีว่า โครงการนี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการอีอีซีประสบความเสร็จหรือไม่....

จริงแล้วโครงการการรถไฟฯนี้ก็เดินหน้ามาตามลำดับตั้งแต่ปลายปี’61....กลุ่มกิจการร่วมค้า เจริญโภคภัณฑ์และพันธมิตร (CPH)...ซึ่งได้รับเลือกจาก การรถไฟแห่งประเทศ (ร.ฟ.ท.)...เป็นผู้ร่วมลงทุนกับรัฐในรูปแบบPPP...ก็เดินหน้าทำงานร่วมกันมาเป็นลำดับ...จะกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนตัวผู้คุมนโยบายของ กระทรวงคมนาคม...การทำงานร่วมกันระหว่าง CPH กับ ร.ฟ.ท.ก็กลับมาสะดุดอีกครั้ง เพราะสิ่งที่คุยกันไว้แต่ต้นจนเกือบจะเซ็นสัญญากันได้แล้ว...กลับเปลี่ยนไปจนเกิดปมปัญหาใหญ่ที่ต้องคุยเจรจากันอีกครั้ง....

ปมปัญหาใหญ่คือ “เรื่องการส่งมอบพื้นที่”....เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน มีจุดตัดจำนวนมาก 230 จุด เกี่ยวข้องกับ 3 กระทรวง 8 หน่วยงาน...สิ่งก่อสร้างที่ต้องรื้อถอน มีทั้งท่ออุโมงค์ยักษ์ของ กทม. ระบบท่อประปาขนาดใหญ่ ของการประปานครหลวง ระบบท่อก๊าซ ของ ปตท. ท่อน้ำมันยาว 4 กิโลเมตร การรื้อเสาไฟฟ้าแรงสูง 230 จุดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ย้ายเสาไฟลงใต้ดินความยาว 4 กิโลเมตร ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)...การย้ายเวนคืนบ้านเรือนประชาชน ฯลฯ....

สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงอยู่ตอนนี้ในเรื่องการส่งมอบพื้นที่...ร.ฟ.ท. จำกัด หน้าที่และการควบคุมดูแลการส่งมอบและควบพื้นที่...นั่นแปลว่า ให้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย หาก ร.ฟ.ท.ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้...ดังนั้นถ้า รฟม.ไม่ส่งมอบพื้นที่ เอกชนก็ไม่สามารถทำอะไรได้...แล้วอย่างนี้ใครจะรับความเสี่ยงนี้ได้ คงไม่มีสถาบันการเงินจะให้เงินกู้ได้แน่ๆแบบนี้... แต่ที่น่ากังขา...คือทำไม ร.ฟ.ท.จึงได้ทำอะไรที่มันขัดกับหลักการเจรจาที่ตกลงกันว่าจะส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดก่อนที่เอกชนจะเริ่มทำโครงการ ????

เมื่อจำนวนพื้นที่ส่งมอบไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้โครงกรแล้วเสร็จได้ตามสัญญา 5 ปี...เอกชนก็ต้องกังวลใจว่า เพราะหากโครงการล่าช้ากว่ากำหนดค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน เฉพาะแค่ค่าดอกเบี้ยก็วันละ 25 ล้านบาท โครงการช้าไป 1 ปี ดอกเบี้ยรับประทานไปฟรีๆ 9 พันกว่าล้าน...ยังไม่นับรวมค่าปรับจากการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนดอีกวัน 9 ล้านบาท...

นอกจากนั้น ระยะเวลาส่งมอบพื้นที่ ร.ฟ.ท.จะประมาณการเองว่าจะส่งมอบได้เมื่อใด...นั่นก็แปลว่าร.ฟ.ท.จะเปลี่ยนเวลาส่งมอบพื้นที่ได้เองโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากเอกชน...แบบนี้ก็เท่ากับว่าขัดหลักการของ PPP ในการร่วมรับความเสี่ยง... เท่านั้นไม่พอมีการเพิ่มเรื่องการรื้อย้ายสาธารณูปโภคและสิ่งกีดขวางมาให้เป็นหน้าที่ของเอกชนอีก....ซึ่งอันนี้ขัดกับเงื่อนไขร่างสัญญาร่วมทุนฯที่สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว และยังขัดกับเงื่อนไขเอกสารคิดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนฯ...และมีประเด็นที่ว่าเอกชนไม่มีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการเพียงผู้เดียว ร.ฟ.ท.สามารถให้บุคลอื่นใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการได้...แปลว่าอย่างนี้แล้ว ร.ฟ.ท.ให้รายอื่นมาบริการรถไฟแข่งได้ด้วยอย่างนั้นหรือ???....ส่วนงานใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาให้เอกชนต้องดำเนินการในส่วนพื้นที่ตั้งพ่วงรางบริเวณมักกะสัน...ซึ่งอันนี้ก็ไม่เคยมีการพิจารณามาก่อน...

ทั้งเรื่องความเสี่ยงที่เอกชนต้องแบกรับไปเพียงลำพัง และยังมีการดำเนินการที่ผิดกับเงื่อนไขสัมปทาน ผิดไปจากหลักการร่วมลงทุน(PPP)....ถ้าเอกชนยังฝืนลงนามไปทั้งมีปมปัญหาเหล่านี้คาอยู่...ก็เท่ากับกำลังทำภารกิจฆ่าตัวตายแล้วล่ะครับ...การที่ รมว.คมนาคม รองนายกฯที่ดูแลนโยบายคมนาคม พยายามจะบีบให้เอกชนลงนามในสัญญาที่ปัญหาใหญ่รออยู่ข้างหน้าแบบนี้ แล้วก็เสี่ยงที่จะทำให้โครงการไม่สำเร็จ....ถามจริงๆเถอะว่าทำเพื่อชาติหรือทำเพื่อใคร ?????


กระบองเพชร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:00 น. ‘ฟลุค-ลี-นาตาชา’พาเที่ยวเมืองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!
06:00 น. ‘น้อย’ One Day Trip ตื่นตางานศิลป์ที่เมืองศรีสัชนาลัย
06:00 น. ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้ กราบขอพรหลวงพ่อโต
06:00 น. ‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง
21:47 น. กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 พ.ย.-2 ธ.ค.68
ราชทัณฑ์ แจงปมภาพถ่ายครอบครัว'ทักษิณ' ชี้โครงการ เยี่ยมญาติใกล้ชิด จัดมาแล้วหลายปี 
เริ่มพรุ่งนี้!!! เตรียมรับความหนาว พีคสุด 28-30 พ.ย. กทม.ลุ้น 16-17 องศา
มาแล้ว กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ย.-4 ธ.ค.68
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเภททีม ประเดิมการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย
ดูทั้งหมด
รัฐบาล ฝ่ายค้าน กับมหาอุบัติภัยของประเทศ
บุคคลแนวหน้า : 30 พฤศจิกายน 2568
มองโลกในแง่ดี
‘หาดใหญ่’ ต้องไปต่อ
นักการเมืองไปช่วยชาวบ้าน หรือไปแย่งคะแนนเลือกตั้ง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.

ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว

ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน

ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง 'แม่-พี่เจนนี่'ยังไม่คุยกัน

เจ้าคิเพคี ยีราฟไร้ลายตัวที่4ของโลก ตายปริศนาหลังเกิดมาได้เพียง2ปี

(คลิป) 3ตัวแซ่บ แจง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ธารน้ำใจชุมชนแนวหน้าไหลลงหาดใหญ่

  • Breaking News
  • ‘ฟลุค-ลี-นาตาชา’พาเที่ยวเมืองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ! ‘ฟลุค-ลี-นาตาชา’พาเที่ยวเมืองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!
  • ‘น้อย’ One Day Trip ตื่นตางานศิลป์ที่เมืองศรีสัชนาลัย ‘น้อย’ One Day Trip ตื่นตางานศิลป์ที่เมืองศรีสัชนาลัย
  • ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้   กราบขอพรหลวงพ่อโต ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’พาเที่ยวเต็มอิ่ม วัดปากน้ำโจ้โล้ กราบขอพรหลวงพ่อโต
  • ‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง ‘เอ-แป้ง’ออนทัวร์ จ.กาญจนบุรี พาดูแหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง
  • กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค. กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : ปี69อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย ต้องเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงด้านลบ

หมุนตามทุน : ปี69อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย ต้องเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงด้านลบ

26 พ.ย. 2568

หมุนตามทุน : ภาคเอกชน..สุดทนปัญหาคอรัปชั่น ผนึกกำลังหลายภาคส่วนตั้งทีมปราบโกง

หมุนตามทุน : ภาคเอกชน..สุดทนปัญหาคอรัปชั่น ผนึกกำลังหลายภาคส่วนตั้งทีมปราบโกง

19 พ.ย. 2568

หมุนตามทุน : วัสดุก่อนสร้าง-ค่าแรงพุ่ง ดันดัชนีราคาก่อสร้างQ3เพิ่มขึ้น

หมุนตามทุน : วัสดุก่อนสร้าง-ค่าแรงพุ่ง ดันดัชนีราคาก่อสร้างQ3เพิ่มขึ้น

12 พ.ย. 2568

หมุนตามทุน : สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน…วอนรัฐคุมเข้มมาตรฐาน มอก

หมุนตามทุน : สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน…วอนรัฐคุมเข้มมาตรฐาน มอก

5 พ.ย. 2568

หมุนตามทุน : อะไรที่ไทยควรทำกับเรื่อง “เหมือง Rare Earths”

หมุนตามทุน : อะไรที่ไทยควรทำกับเรื่อง “เหมือง Rare Earths”

29 ต.ค. 2568

หมุนตามทุน : ราคาทองคำยังไปต่อ...แต่นักลงทุนต้องระวังจังหวะย่อตัว

หมุนตามทุน : ราคาทองคำยังไปต่อ...แต่นักลงทุนต้องระวังจังหวะย่อตัว

22 ต.ค. 2568

หมุนตามทุน : ภาษีเหล็ก 50% ของสหรัฐฯ...กระทบไทยหนัก

หมุนตามทุน : ภาษีเหล็ก 50% ของสหรัฐฯ...กระทบไทยหนัก

15 ต.ค. 2568

หมุนตามทุน : ยังพอลงทุนได้อีกหรือเปล่า???

หมุนตามทุน : ยังพอลงทุนได้อีกหรือเปล่า???

8 ต.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved