Logo วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
ภาคครัวเรือนเดือดร้อนหนัก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

nn เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติที่ยังไม่รู้จุดจบแน่ชัด จากผลของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบทุกสาขาธุรกิจ โดยมีความรุนแรงเป็นพิเศษในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว วิกฤติดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานซึ่งมีสัญญาณความอ่อนแอมาตั้งแต่ในช่วงก่อนหน้า โดยกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงคือกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และลูกจ้าง SMEs ซึ่งถือเป็นคนส่วนมากถึง 62% ของกำลังแรงงานไทย และมีความอ่อนไหวสูงต่อสภาวะเศรษฐกิจ

Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าจำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นสูงถึงราว 3-5 ล้านคน ถือเป็นระดับที่สูงกว่าทุกวิกฤตการณ์ในอดีตของไทย ทั้งนี้เพราะผลกระทบครั้งนี้กินวงกว้างกว่าและมีการหยุดชะงักฉับพลัน (sudden stop) ของหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคเกษตรอาจไม่สามารถทำหน้าที่ดูดซับคนตกงานจากภาคอื่นๆ ได้เหมือนในอดีต ความเสี่ยงในตลาดแรงงานมีแนวโน้มส่งผลต่อเนื่องไปยังคุณภาพชีวิตของภาคครัวเรือนที่มีความเปราะบางอยู่แล้วเป็นทุนเดิม โดยครัวเรือนไทยประมาณ 60% มีสินทรัพย์ทางการเงินไม่เพียงพอใช้จ่ายเกิน 3 เดือน


EIC พบว่า ตลาดแรงงานของไทยมีหลายสัญญาณของความอ่อนแอตั้งแต่ในช่วงก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤติ COVID-19 ดังนี้ 1.จำนวนผู้มีงานทำลดลง จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จำนวนผู้มีงานทำของไทยมีแนวโน้มลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้มีงานทำเฉลี่ยในปี 2019 อยู่ที่ 37.6 ล้านคน ลดลงไป4.8 แสนคน เมื่อเทียบกับจำนวนเฉลี่ยในปี 2014 ทั้งนี้สาเหตุมาจากทั้งปัจจัยเชิงวัฏจักร คือ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ความต้องการแรงงานมีน้อยลง และปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการออกจากกำลังแรงงานของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 5.4 เป็น 6.8 ล้านคน ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้จำนวนผู้มีงานทำเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปีนี้ยังอยู่ในแนวโน้มขาลง โดยมีจำนวนอยู่ที่ 37.4 ล้านคน ลดลง -0.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน YOY ซึ่งนับเป็นการหดตัวต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ติดต่อกัน

2.จำนวนชั่วโมงการทำงานลดลง จำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของแรงงานไทยในปี 2019 อยู่ที่ 42.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 44.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในปี 2014 สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของกลุ่มคนทำงานล่วงเวลา (แรงงานที่ทำงานตั้งแต่ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป) เป็นสำคัญ โดยคนกลุ่มนี้มีจำนวนลดลงจาก 9.7 เหลือ6.8 ล้านคน หรือหายไปถึง 2.9 ล้านคน ในช่วงเวลาดังกล่าวทั้งนี้แนวโน้มการลดลงของจำนวนชั่วโมงการทำงานยังคงมีให้เห็นในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนจากจำนวนของคนทำงานล่วงเวลาที่ยังคงหดตัว -7.6% (YOY)

3.จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ว่างงานรวมเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ประมาณ 4 แสนคนเพิ่มขึ้น 14.8%YOY นับเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดต่อกัน นอกจากนี้ จากข้อมูลผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ของสำนักงานประกันสังคมล่าสุดพบว่าในไตรมาสแรกของปี 2020 จำนวนผู้ประกันตนที่ว่างงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.6 แสนคน เพิ่มขึ้น 4.5%YOY โดยอัตราการว่างงานของผู้ประกันตนมาตรา 33 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่หลังช่วงวิกฤติการเงินโลกปี 2008-2009

จากตลาดแรงงานที่มีความอ่อนแออยู่ก่อนหน้า ประกอบกับหลายปัจจัยลบที่เข้ามากระทบพร้อมๆ กันทั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 การหดตัวของเศรษฐกิจโลก และปัญหาภัยแล้ง วิกฤติครั้งนี้ จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ต่อแรงงานในหลายอุตสาหกรรม โดยกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดคงหนีไม่พ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้แก่ โรงแรม ร้านอาหาร บันเทิง และค้าส่งค้าปลีก เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลโดยตรงจากการหายไปของนักท่องเที่ยว และมาตรการ lockdown ขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ก็จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันในทั้งทางตรงและทางอ้อมจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจที่มีความรุนแรงและมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า (u-shaped recovery) ในส่วนของแรงงานในภาคเกษตรจะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่รุนแรงมากในปีนี้เป็นสำคัญและยังอาจรวมถึงผลกระทบทางอ้อมจากกำลังซื้อที่หดตัวอีกด้วย ทำให้ความสามารถในการดูดซับแรงงานที่ตกงานจากภาคอื่นๆ มีค่อนข้างจำกัดในวิกฤติครั้งนี้

ทั้งนี้ EIC มองว่า ลักษณะการจ้างงานจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงด้านรายได้และความมั่นคงของการทำงาน โดยกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระและลูกจ้าง SMEs ซึ่งมีจำนวนรวมกันสูงถึง 23.4 ล้านคน คิดเป็น 62.2% ของการจ้างงานรวมและมักจะมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงโดยเปรียบเทียบในทุกๆ สาขาธุรกิจ

เมื่อพิจารณาประกอบกันทั้งในด้านสาขาธุรกิจและลักษณะการจ้างงาน จะพบว่า แรงงานกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด จะเป็นกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระและลูกจ้าง SMEs ที่ทำงานในธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีจำนวนรวมกันถึง 6.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 17.3% ของจำนวนการจ้างงานรวม รองลงมาเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจท่องเที่ยว และกลุ่มที่มีลักษณะการจ้างงานเดียวกันในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรองลงไป คือ ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และก่อสร้าง ทั้งนี้ลูกจ้างในธุรกิจขนาดใหญ่และภาครัฐมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงที่น้อยกว่า อย่างไรก็ดี แรงงานในส่วนนี้ถือเป็นส่วนน้อยของการจ้างงานรวม

จากระดับความเสี่ยงดังกล่าว EIC ประเมินว่า จำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นสูงถึงราว 3-5 ล้านคน ซึ่งจะคิดเป็นอัตราการว่างงานประมาณ 8-13% ของกำลังแรงงานรวมปัจจุบัน ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาในปี 1985 โดยจะสูงกว่าสถิติอัตราการว่างงานสูงสุดเดิมที่ 5.9% ในปี 1987 ทิ้งห่างอัตราการว่างงานในวิกฤติต้มยำกุ้งที่ 3.4% ในปี 1998 และในวิกฤติการเงินโลกปี 2008-09 ที่ 1.5% ในปี 2009 สาเหตุที่การว่างงานในครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าในอดีตเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนที่มีความเปราะบางสะสมตั้งแต่ในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับมีมาตรการ lockdown ซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคแต่ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักฉับพลันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (sudden stop) อีกทั้งภาคเกษตรที่เคยเป็นแหล่งดูดซับแรงงานก็มีแนวโน้มที่จะมีข้อจำกัดในการทำหน้าที่นั้นในครั้งนี้จากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง

ทั้งนี้ EIC มองว่า จะมีแรงงานอีกจำนวนมากที่แม้จะไม่ตกงาน แต่จำนวนชั่วโมงทำงานและรายได้จะลดลงอย่างมากหรือกระทั่งไม่มีรายได้เลยในบางช่วง และหากผลกระทบลากยาวไปจนถึงครึ่งปีหลังหรือนานกว่านั้น จำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้นได้มากกว่าที่ประเมินไว้ข้างต้นจากกิจการที่จะมีการปิดตัวลงมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเสี่ยงที่มีสภาพคล่องไม่เพียงพอ

EIC มองว่า หลังผ่านพ้นมาตรการ lockdown สถานการณ์ในตลาดแรงงานจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างช้าๆ ตามเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวแบบ U-shaped และผลจาก COVID-19 ที่จะยังมีอยู่ต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนตราบใดที่ยังไม่มียารักษาและวัคซีน โดยคาดว่าภาคธุรกิจน่าจะยังระมัดระวังในการใช้จ่ายและการจ้างงานจากความไม่แน่นอนที่ยังสูงในสถานการณ์ดังกล่าว

การสูญเสียรายได้-ตกงานของแรงงานจะนำไปสู่ความเดือดร้อนของครัวเรือนจำนวนมากจากกันชนทางการเงินที่มีไม่มาก จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2019 พบว่า ครัวเรือนไทยที่พึ่งพารายได้จากการทำงานเป็นลูกจ้างอย่างเดียวมีจำนวน 7.9 ล้านครัวเรือนหรือคิดเป็นประมาณ 36.2% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ซึ่งในกลุ่มนี้มีจำนวนถึง 5.2 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 65.5% ของครัวเรือนกลุ่มดังกล่าวที่มีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินครอบคลุมรายจ่ายได้ไม่เกิน 3 เดือน และหากเป็นครัวเรือนที่ได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน จะมีครัวเรือนจำนวนถึง 4.3 ล้าน จากทั้งหมด 5.8 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 72.9% ที่มีสินทรัพย์ทางการเงินไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย 3 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้ครัวเรือนเหล่านี้อาจต้องปรับตัวโดยการลดการบริโภคลงอย่างมาก ตลอดจนขายหรือจำนองสินทรัพย์ที่มี ไปจนถึงการก่อหนี้เพื่อนำมาใช้จ่ายอันจะเป็นการสร้างความเปราะบางเพิ่มเติมในระยะต่อไป

Economic Intelligence Center (EIC)

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

กระบองเพชร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
17:32 น. น้ำตาตกใน! ยายป่วยโรคไตจำใจแจ้งจับหลานทาสยา-ควงมีดขู่รีดเงินซื้อยาบ้า
17:29 น. ทรัมป์ ถึงทำเนียบขาว สรุปผลการเยือนจีนครั้งนี้สำเร็จอย่างยิ่ง เผยยังมีหลายปมที่เห็นต่าง
17:22 น. รัฐบาลมาถูกทาง อนิศ ชี้สัญญาณ CEO พร้อมช่วยประเทศไทย
17:08 น. ปิดฉากรักขมขื่น! เฒ่าคลั่งหึงบุกสังหารอดีตเมียสิ้นลม-ก่อนลั่นไกหนีความผิด
17:02 น. เนทันยาฮู ประกาศกร้าว อิสราเอล กำลังกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลก
ดูทั้งหมด
ส่องบ้านสวน เท่ง เถิดเทิง ใช้ชีวิตเรียบง่ายกลางธรรมชาติ
มายด์ ลภัสลัล โชว์ซองการ์ดชื่อ Psi ทราย สก๊อต เคลียร์ปมไม่เชิญไปงานแต่ง
ผมเลี้ยงมันมาทั้งชีวิต! หม่ำ จ๊กมก สุดภูมิใจ ลูกชาย แวว จ๊กมก ดูแลนวดเท้าลุง
ปรับขึ้นยกแผง ดีเซล ขึ้น 80 สตางค์ เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ไม่น้อยหน้า พุ่งอีก 90 สตางค์
ส่งร่าง ส.อ.อดิศร คำบุญช่วย วีรบุรุษผู้กล้าจากแดนอีสาน กลับสู่มาตุภูมิ อย่างสมเกียรติ
ดูทั้งหมด
รัฐบาลสับสน สังคมไทยก็สับสน
โป๊กเกอร์ทางการเมือง (2)
บุคคลแนวหน้า : 16 พฤษภาคม 2569
จีน รัสเซีย อิหร่าน จัดระเบียบโลกใหม่ทำเอาทรัมป์ไปไม่เป็น
ก้าวข้ามวาทกรรม ‘เอื้อเจ้าสัว’ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บนฐานความเป็นจริง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทรัมป์ ถึงทำเนียบขาว สรุปผลการเยือนจีนครั้งนี้สำเร็จอย่างยิ่ง เผยยังมีหลายปมที่เห็นต่าง

รัฐบาลมาถูกทาง อนิศ ชี้สัญญาณ CEO พร้อมช่วยประเทศไทย

เนทันยาฮู ประกาศกร้าว อิสราเอล กำลังกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลก

เสียชีวิตแล้ว 8 ราย! รถไฟชนรถประจำทาง ไฟลุกท่วม หน้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน

กับดักธูซิดิดิส คืออะไร?! หลัง สี จิ้นผิง ลั่นวาทะเชือดนิ่มๆกับ ทรัมป์ ระหว่างเปิดซัมมิท 2 มหาอำนาจ

อนุชา เผยเหตุผลคัมแบ็ก ปชป. จุดไฟสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่หวั่นกระแสตามหลัง ชัชชาติ

  • Breaking News
  • น้ำตาตกใน! ยายป่วยโรคไตจำใจแจ้งจับหลานทาสยา-ควงมีดขู่รีดเงินซื้อยาบ้า น้ำตาตกใน! ยายป่วยโรคไตจำใจแจ้งจับหลานทาสยา-ควงมีดขู่รีดเงินซื้อยาบ้า
  • ทรัมป์ ถึงทำเนียบขาว สรุปผลการเยือนจีนครั้งนี้สำเร็จอย่างยิ่ง เผยยังมีหลายปมที่เห็นต่าง ทรัมป์ ถึงทำเนียบขาว สรุปผลการเยือนจีนครั้งนี้สำเร็จอย่างยิ่ง เผยยังมีหลายปมที่เห็นต่าง
  • รัฐบาลมาถูกทาง อนิศ ชี้สัญญาณ CEO พร้อมช่วยประเทศไทย รัฐบาลมาถูกทาง อนิศ ชี้สัญญาณ CEO พร้อมช่วยประเทศไทย
  • ปิดฉากรักขมขื่น! เฒ่าคลั่งหึงบุกสังหารอดีตเมียสิ้นลม-ก่อนลั่นไกหนีความผิด ปิดฉากรักขมขื่น! เฒ่าคลั่งหึงบุกสังหารอดีตเมียสิ้นลม-ก่อนลั่นไกหนีความผิด
  • เนทันยาฮู ประกาศกร้าว อิสราเอล กำลังกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลก เนทันยาฮู ประกาศกร้าว อิสราเอล กำลังกลายเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : ภาคการลงทุน..ก็หนีไม่พ้นพิษ \'Reciprocal Tariff\'

หมุนตามทุน : ภาคการลงทุน..ก็หนีไม่พ้นพิษ 'Reciprocal Tariff'

13 พ.ค. 2569

หมุนตามทุน : เหตุผลที่ ทอท.ขึ้นค่าบริการ PSC

หมุนตามทุน : เหตุผลที่ ทอท.ขึ้นค่าบริการ PSC

6 พ.ค. 2569

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจโลก-ไทย...ไม่พ้นไฟสงคราม

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจโลก-ไทย...ไม่พ้นไฟสงคราม

29 เม.ย. 2569

หมุนตามทุน : หวั่นเศรษฐกิจไทยเดินเข้าสู่ภาวะ\

หมุนตามทุน : หวั่นเศรษฐกิจไทยเดินเข้าสู่ภาวะ"Stagflation"

22 เม.ย. 2569

หมุนตามทุน : รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม.. มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบ

หมุนตามทุน : รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม.. มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบ

8 เม.ย. 2569

หมุนตามทุน : แนะคงน้ำหนัก”ลงทุน”ในหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ

หมุนตามทุน : แนะคงน้ำหนัก”ลงทุน”ในหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ

1 เม.ย. 2569

หมุนตามทุน : เพื่ออำนาจใน ”บอร์ด ส.อ.ท.”...ถึงขั้นพยายามจะโกง

หมุนตามทุน : เพื่ออำนาจใน ”บอร์ด ส.อ.ท.”...ถึงขั้นพยายามจะโกง

25 มี.ค. 2569

ศึกชิงประธาน ส.อ.ท.เดือดพลั่ก ถึงขั้นตั้งขบวนการซื้อเสียงเพื่อครองอำนาจ

ศึกชิงประธาน ส.อ.ท.เดือดพลั่ก ถึงขั้นตั้งขบวนการซื้อเสียงเพื่อครองอำนาจ

18 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved