วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ผู้นำชุดใหม่ของจีนในขณะนั้นได้ประกาศว่า “จีนจะมุ่งเอาศักดิ์ศรี และความยิ่งใหญ่ของจีนกลับคืนมาให้ได้ หลังจากที่จีนต้องตกต่ำเป็นเวลาร่วม 100 กว่าปี ด้วยฝีมือของฝ่ายตะวันตก และญี่ปุ่น”ซึ่งหลังจากนั้น จีนได้มุ่งที่จะกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง และเดินหน้าขจัดอิทธิพลของฝ่ายตะวันตกที่นำโดย สหรัฐอเมริกา ออกไปจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อีกทั้งจีนก็พร้อมที่จะแข่งขันกับฝ่ายสหรัฐฯ ในความเป็นที่ 1 ของโลก
ในการนี้ จีนก็ได้หันไปเริ่มพัฒนาแสนยานุภาพการทหาร และกิจการอวกาศ รวมทั้งความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือระบบการสื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด จีนได้เปิดตัวเรือบรรทุกเครื่องบินที่ต่อเองเป็นลำที่ 4 และอยู่ในระหว่างการต่อเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่อีก2-3 ลำ ควบคู่ไปกับการเร่งผลิตระเบิดปรมาณูให้มากขึ้น พร้อมด้วยจรวดขีปนาวุธต่างๆ
จีนได้ก้าวผงาดขึ้นมาเป็นลำดับ อีกทั้งก็ยังแสดงว่าจะไม่โอนอ่อนให้กับฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใดโดยได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อประเทศคู่กรณี ที่มีข้อพิพาทกันในเรื่องเขตแดนทางทะเล ทั้งทะเลจีนตอนใต้ และทะเลจีนตอนเหนือ ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ รอบๆ จีน ที่มีสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางด้านความมั่นคงและกิจการทหาร เช่น การรวมตัวแบบสี่เส้าระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย ภายใต้ชื่อ QUAD และการรวมตัวสามเส้าระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ภายใต้ชื่อAUKUS ในเรื่องการร่วมมือการต่อเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานปรมาณู การร่วมมือแบบสามเส้าเช่น สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หรือสามเส้าระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ และแบบทวิภาคีที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวจักรกลหรือแกนนำ
ในปีนี้ เกาหลีใต้ได้ประกาศโครงการร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการผลิตเรือดำน้ำพลังงานปรมาณู โดยทั้งเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นต่างก็มีเป้าหมายแน่ชัดในการพัฒนาอุตสาหกรรมทางทหาร ทั้งเพื่อใช้ในประเทศ และในการส่งออก และในขณะเดียวกันทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกก็มีการเพิ่มงบประมาณทางทหารเพื่อเสริมสร้างความทันสมัยให้กับกองทัพของตนคู่ขนานกันไปก็มีการร่วมซ้อมรบกันอย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอ เช่น การซ้อมรบของจีนรอบๆ จีนเกาะไต้หวัน เป็นการส่งสัญญาณบอกกล่าวมิให้จีนเกาะไต้หวันออกนอกลู่นอกทาง โดยเฉพาะการแยกตัวออกจากหลักจีนเดียวสองระบบอย่างเด็ดขาดไปจนถึงการร่วมซ้อมรบทางทะเลระหว่างจีนกับรัสเซีย นอกจากนั้น เกาหลีเหนือก็ยังคงทดลองการยิงขีปนาวุธอย่างไม่หยุดหย่อน นัยก็เพื่อตอบโต้การซ้อมรบร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้
และเมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นเท้าความว่า หากจีนบุกเกาะไต้หวัน ก็จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น และฉะนั้นญี่ปุ่นจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในเชิงลบอย่างกว้างขวางจากฝ่ายจีน ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าจีนจะไม่ยอมรับข้อวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับสถานะและบทบาทของจีนกับไต้หวัน และพร้อมจะตอบโต้ ซึ่งในขณะเดียวกัน ฝ่ายญี่ปุ่นก็มิได้มีการถอนคำพูดหรือขอโทษขอโพย เพราะเห็นว่าเป็นการพูดจาตามสภาพความเป็นจริง อีกทั้งญี่ปุ่น ที่แม้ว่าจะมีกำลังทางทหารน้อยกว่าจีนมาก และยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่พื้นฐานศักยภาพกองทัพป้องกันตนเองของญี่ปุ่นก็มีขีดความสามารถในระดับที่น่าเกรงขาม แถมยังมีการสนับสนุน และการปกป้องคุ้มครองจากสหรัฐฯ ส่งผลให้จีนไม่อยู่ในฐานะที่จะคุกคาม และดำเนินการรุกรานแต่ฝ่ายเดียวได้
ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย และออสเตรเลียก็ได้จัดทำข้อตกลงฉบับใหม่เพื่อกระชับความร่วมมือทางด้านทหาร และความมั่นคง ส่วนมาเลเซียก็เพิ่มความคึกคักในการเตรียมความพร้อมกองกำลังทางเรือและอากาศ เพื่อปกป้องดินแดนในทะเลจีนตอนใต้ และรับมือกับการคุกคามของจีน ไปในทำนองเดียวกับฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่กระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
สรุปได้ว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จากอินเดียไปจนถึงเกาหลีใต้ ต่างกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ เป็นวงล้อมรอบๆ จีน หรือตีกรอบจีน (Containment) ซึ่งมีฝั่งทะเลยาวหลายพันกิโลเมตร กับมหาสมุทรแปซิฟิกภาคตะวันตก และมีทางออกทางเดียวเท่านั้น แต่บริเวณดังกล่าวมีเรื่องขัดแย้ง เป็นการจุดประกายไฟของความขัดแย้งระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด และเมื่อทุกฝ่ายต่างเร่งพัฒนาแสนยานุภาพทางการทหาร และมีการปฏิบัติการเชิงรุกรานก้าวร้าวต่อกัน การเผชิญหน้าหรืออาจจะนำไปสู่สภาวะสงครามก็มีมากขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุหนึ่งใดก็จะมีความหมิ่นเหม่มากขึ้น
แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่เกินวิสัยที่ผู้นำประเทศทั้งหลายที่จะมีสติทบทวนเรื่องราว กลับสู่โต๊ะเจรจา และเมื่อนั้นสันติภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกก็จะไม่ห่างไกล หรือถูกลืมเลือนอีกต่อไป โดยประเทศไทยเราก็อยู่ในฐานะที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงกับฝ่ายต่างๆ เพื่ออำนวยให้สันติภาพได้มีโอกาสผงาดขึ้นมาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี