วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารสันติภาพ (Board of Peace) เพื่อเสริมสร้างสันติภาพในดินแดนปาเลสไตน์ ที่มีความขัดแย้งและการสู้รบระหว่างกองกำลังฮามาสกับกองทัพอิสราเอล
มาบัดนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีดำริที่จะขยายบทบาทของคณะกรรมการบริหารสันติภาพให้ครอบคลุมไปยังประเด็นปัญหาความขัดแย้งทั่วโลก โดยได้ประกาศเชิญชวนประเทศต่างๆ รวมทั้งรัสเซีย และจีน ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพร้อมด้วยเงื่อนไขว่า ประเทศที่จะเข้าร่วมต้องนำเงินประมาณ 1,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐ(ประมาณ 30,000 ล้านบาท) เข้ามาร่วมสมทบ เพื่อใช้ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งระหว่างนี้ก็กำลังรอการตอบรับของประเทศต่างๆ อยู่
นัยสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ การต้องการลดความสำคัญขององค์การสหประชาชาติในภาพรวม และมุ่งเฉพาะไปที่คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) กล่าวคือคณะกรรมการบริหารสันติภาพจะเข้ามาทำงานทดแทนองค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะในเรื่องสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นการลดความสำคัญขององค์การสหประชาชาติ และสะท้อนซึ่งความเหนื่อยหน่าย และความไม่เชื่อมั่นในคุณค่าขององค์การสหประชาชาติโดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงฯ อีกแล้ว
อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าในมุมมองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์คณะมนตรีความมั่นคงฯ มีปัญหาขัดแย้งในตัวมาตลอด ด้วยหลักการที่ว่าประเทศสมาชิกถาวร 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีสิทธิอำนาจ ด้วยการใช้กฎเกณฑ์กติกาว่าด้วยการคัดค้าน หรือไม่เห็นด้วย (Veto) กับญัตติใดๆ ก็ได้ ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติไม่มีความสมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความขัดแย้งกันเองอย่างเนืองนิจ เมื่อเป็นเช่นนั้นคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่งผลให้เกิดความชะงักงันในเรื่องสันติภาพ ความมั่นคง และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความมั่งมีมั่งคั่ง อีกทั้งการหวังว่าจะมีการยกเลิกหลักสิทธิคัดค้าน (Veto)ก็ดูแล้วคงเป็นเรื่องเพ้อฝัน เพราะจะไม่ได้รับการเห็นชอบจากบางสมาชิกประเทศถาวรอย่างแน่นอน
ฉะนั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์จึงเห็นว่าการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ หรือมาอยู่เคียงข้างองค์การสหประชาชาติ คือคณะกรรมการบริหารสันติภาพนี้ จะอำนวยให้การแก้ไขประเด็นปัญหาของโลกมีความคล่องตัวและมีความเป็นไปได้มากกว่า โดยเฉพาะภายใต้การนำพาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังมีความยิ่งใหญ่เป็นที่หนึ่งของโลก อีกทั้งในคณะกรรมการบริหารสันติภาพนี้ก็จะเป็นเรื่องของการปรึกษาหารือและหาข้อยุติร่วมกัน โดยการเป็นมิตรและการถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน โดยไม่มีเรื่อง Vetoเข้ามาขวางกั้น
ในสภาพการณ์นี้ ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมดก็คงจะต้องมีการปรึกษาหารือกันเพื่อทบทวนสถานะและกฎเกณฑ์กติกาขององค์การสหประชาชาติเพื่อจะให้องค์การสหประชาชาติคงอยู่ต่อไปและสามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อที่ประชาคมโลกจะได้ไม่ต้องไปคล้อยตามและตกอยู่ภายใต้การนำพาของฝ่ายสหรัฐอเมริกาแต่เพียงอย่างเดียว (ภายใต้กรอบของคณะกรรมการบริหารสันติภาพ) ซึ่งในการนี้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติทั้งหมดก็ต้องมาระดมความคิด หาข้อยุติร่วมกันอย่างแข็งขัน
ในระหว่างนี้ประชาคมอาเซียนซึ่งมีประเทศสมาชิก 11 ประเทศ ก็ควรจะเริ่มปรึกษาหารือกัน เพื่อมีข้อยุติร่วมกัน และนำข้อยุตินั้นไปเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UN General Assembly – UNGA) ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

พรรคกล้าธรรมบุกชัยภูมิ ธรรมนัส-นฤมล ประกาศสงครามพ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร
ศุภจี ฟุ้งชิมลางลุย 2 จว.ดูดีมาก ย้ำนโยบายภูมิใจไทยทำได้จริง
พิพัฒน์ควงศุภชัย ปราศรัยพังงา ปลุกเลือกภูมิใจไทย ปกป้องชาติอธิปไตย
สถานทูตฯออสเตรเลียเผยรับบัตรเลือกตั้ง-ประชามติคืนแล้ว 8,000 ซอง
ศุภจี ปราศรัยเวทีใต้ครั้งแรก สวมชุดแบรนด์พื้นเมือง ปชช.แห่ถ่ายรูปคึกคัก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี