วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
พรรคการเมืองประเทศไทยรวมทั้งหมด 52 พรรค ได้ตัดสินใจส่งตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งในการนี้อาจจะแบ่งพรรคการเมืองได้ออกเป็น 4 กลุ่มประเภทตามขนาดโดยประมาณได้ดังนี้คือ
1.กลุ่มพรรคขนาดใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย
2.กลุ่มขนาดกลาง ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคกล้าธรรม
3.กลุ่มขนาดกลางย่อม ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ
4.กลุ่มพรรคเล็กพรรคน้อยทั้งหลาย
ในการนี้สภาผู้แทนราษฎรมี 500 ที่นั่ง โดย 100 ที่นั่งมาจากบัญชีรายชื่อพรรค (Party list) ส่วนอีก 400 ที่นั่งมาจากเขตเลือกตั้ง (Constituency) จำนวน 400 เขต
เนื่องจากพรรคเล็กพรรคน้อยล้วนไม่มีพละกำลังที่จะส่งผู้สมัครลงแข่งขันในเขตเลือกตั้งต่างๆ ให้ครบทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งในบางภูมิภาคของประเทศ นั่นจึงทำให้บรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยต่างมุ่งที่จะได้รับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรผ่านทางระบบบัญชีรายชื่อพรรคซึ่งจะมีผลให้มีการแย่งชิงที่นั่งจำนวน 100 ที่นั่งจากระบบบัญชีรายชื่อกันอย่างเข้มข้น โดยหากได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อสัก 300,000 คะแนน ก็น่าจะได้ 1 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จากรูปการณ์นี้ ที่นั่งจำนวน 100 ที่นั่งดังกล่าวก็น่าจะกระจัดกระจายไปตามพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งมีนัยว่าพรรคใหญ่ พรรคกลางหนึ่งใดก็จะไม่ได้รับที่นั่งมากมาย และคงแพ้ชนะกันได้ไม่มาก อย่างเก่งพรรคที่จะได้ที่นั่งจากระบบบัญชีรายชื่อได้ถึง 20 ก็จะถือว่าเก่งมากและประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแล้ว และเมื่อไม่มีพรรคใหญ่ พรรคกลางได้เปรียบเสียเปรียบกันมากจากระบบบัญชีรายชื่อ สนามการแข่งขันที่เป็นจริงเป็นจัง ที่จะมีความเข้มข้น ก็คงไปอยู่ที่สนามเลือกตั้งตามระบบเขตรวม 400 ที่นั่ง
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็คงจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคประชาชนเข้ามาแทรก
ส่วนที่ภาคเหนือก็จะเป็นการขับเคี่ยวกัน 4 เส้าคือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม
ขณะที่ภาคใต้ก็คงเป็นสนามแข่งขันที่มีความเมามันระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย+พรรคพันธมิตรคือพรรคประชาชาติ และพรรคประชาชน
ทางภาคตะวันออกก็คงเป็นเรื่องระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน
และที่ภาคกลางและที่กรุงเทพฯ ก็ต้องจัดได้ว่าเป็นสนามเปิดที่ทุกพรรคการเมืองทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ต่างมีโอกาสที่จะกุมชัยชนะ ซึ่งหากพ่ายแพ้ก็คงไม่เสียหลายแต่อย่างใด เพราะอย่างน้อยได้มีโอกาสลองปักธง
ผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ตามระบบหมอดูหมอเดาแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่า3 พรรคใหญ่คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน คงจะได้กันประมาณพรรคละ 80-120 ที่นั่ง รวมกันเป็นประมาณ 300 ที่นั่งบวกลบไปแล้ว
ส่วนพรรคขนาดกลางคือ พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็คงจะได้กันพรรคละ 20-35 ที่นั่ง โดยพรรคไทยสร้างไทยและพรรคพลังประชารัฐ ก็คงจะได้กันพรรคละ 10-15 ที่นั่ง โดยมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาแทรกพรรคละ 1-2 ที่นั่ง
ในสภาพการณ์นี้ คณะรัฐบาลชุดใหม่ของไทยก็คงไม่พ้นต้องเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งการผสมผสานก็จะมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ตามอุดมการณ์ ตามนโยบายพัฒนาการเมืองสังคมและเศรษฐกิจ และตามความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของตัวองค์บุคคล หรือไม่ก็จะเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทั้งในเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง และในเรื่องของการกำหนดโครงการพัฒนาต่างๆ และจำนวนงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
คู่ขนานไปกับเรื่องการบริหารจัดการบ้านเมืองในกรอบของคณะรัฐบาลผสม ก็จะเป็นเรื่องของอนาคตของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากผลของการลงประชามติให้มีการยกร่างใหม่ ก็ต้องว่ากันไป แต่ถ้าการลงประชามติไม่เห็นด้วย ก็เป็นเรื่องที่คณะรัฐบาลชุดใหม่จะอยู่กับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2562 อย่างสบายอกสบายใจ หรือจะมีความประสงค์ที่ให้เกิดการแก้ไขตามรายมาตราก็ต้องติดตามดูกันต่อไป
แต่ทั้งหมดนี้ฝ่ายการเมืองทั้งหลายก็ต้องตระหนักถึงสถานะของประเทศไทยในโลกกว้างว่าเป็นอย่างไร? และยังจะต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนากันอย่างไร?อีกทั้งก็ต้องมีจิตสำนึกว่ายังมีภาระหน้าที่ที่จะขับเคลื่อนเสริมสร้างให้ความเป็นประชาธิปไตยของสังคมไทยมีความเป็นสากล และความสมบูรณ์แบบหรือไม่อย่างไร?อีกด้วย
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
DSI ร่วมถก 10 หน่วยงาน วางกรอบป้องกัน ‘นอมินีอำพราง’ กดราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ
เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน
แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ
ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี