วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ชีวิตของคนเราโดยทั่วๆ ไปอาจจะแบ่งออกได้ว่าอยู่ใน 2 วงกลมด้วยกัน วงกลมแรก เป็นวงกลมใหญ่โตมโหฬารระดับสังคมชาติ ส่วนวงกลมที่ 2 เป็นวงกลมเล็กๆ เฉพาะครอบครัวแต่ละครอบครัว
ในปี พ.ศ. 2569 วงกลมใหญ่ก็คงจะเต็มไปด้วยเรื่องราวและเหตุการณ์ที่ดูจะสับสนวุ่นวายไร้เสถียรภาพ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เป็นวงกลมแห่งความกังวลวุ่นวายใจ ซึ่งก็มีหลายๆ สาเหตุด้วยกัน เช่น
- พฤติกรรมของบรรดาพรรคการเมือง และนักการเมืองที่อ้างว่าขออาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง แต่การณ์กลับเป็นไปว่า ต่างเข้าไปหาอำนาจเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวและพวกพ้อง พูดจาไปในทำนองโฆษณาชวนเชื่อกึ่งเท็จกึ่งจริง เต็มไปด้วยวาทะที่หาความจริงจังและจริงใจได้ไม่
- ระบบราชการและบรรดาข้าราชการที่รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง มากด้วยการใช้หลักดุลยพินิจเพื่อเสริมสร้างความสำคัญและอำนาจหน้าที่ให้กับตนเอง เพื่อจะได้กอบโกยเอาประโยชน์เข้าตัวให้ได้มากยิ่งขึ้น ทำตัวเป็นเสมือนเจ้านายประชาชนมากกว่าผู้รับใช้ประชาชนพลเมือง
- กลุ่มนักธุรกิจที่ใช้ความมั่งมีมั่งคั่ง เป็นผู้มีอิทธิพลอยู่เหนือข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำเพื่อเอารัดเอาเปรียบสังคมและผูกขาดการทำธุรกิจ
- ฝ่ายสื่อ ผู้จะต้องมีความเป็นอิสระในวิชาชีพ ไม่อยู่ในอาณัติของผู้ใด แต่ก็วางตัวได้ยากลำบากเพราะต้องอยู่กับและพึ่งพาเศรษฐกิจแบบการตลาดหรือทุนนิยม เพื่อมีรายได้ เพื่อให้ชีวิตมีคุณภาพในระดับหนึ่ง
- แวดวงวิชาการก็มักจะมีครูบาอาจารย์ที่เอาอุดมการณ์การเมืองของตนเองไปยัดเยียดและครอบงำลูกศิษย์ลูกหาเพื่อตอบสนองตัณหาทางการเมืองบางครูบาอาจารย์ก็ใช้ช่องทางทางวิชาการเพื่อเข้าสู่อำนาจหน้าที่ทางการเมือง
- แวดวงศาสนาก็มิได้ถูกแซะจากปัจจัยภายนอก แต่ก็เกิดขึ้นจากกิเลสตัณหาของตัวนักบวชต่างๆเสียเอง เป็นการทำลายซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา และสร้างความเศร้าใจ เสียใจ ให้กับฆราวาสทั้งหลาย
- วงกว้างใหญ่ของสังคมไทยนี้ตกอยู่ในสภาพของการขาดดุลทางศีลธรรมอย่างใหญ่หลวง(Moral Deficit) ก็ต้องร่วมกันแก้ไข โดยเริ่มต้นที่แต่ละครอบครัวเพราะการจะไปคิดว่าบรรดาองค์กรและสถาบันต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นจะคิดอ่านที่จะปรับปรุงปฏิรูปตนเองคงจะเป็นไปได้ยาก
ฉะนั้นการจะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองหรือวงรอบใหญ่ของสังคมก็คงจะต้องเริ่มต้นที่วงเล็กๆ ของครอบครัวทั้งหลายเป็นสำคัญ โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญในแต่ละครอบครัว ก็คือการพูดจาปรึกษาหารือกันในเรื่องการดำรงชีวิตประจำวัน แล้วก็คงจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปในวงใหญ่ของบ้านเมืองด้วยเป็นธรรมดา
ประเด็นปัญหาหลักๆ ในครอบครัวก็คือ รายรับ-รายจ่าย ที่จำเป็นต้องมีให้เพียงพอสมดุลกัน ซึ่ง ณ ที่นี้ก็หมายถึงการตีกรอบความอยากและหลีกเลี่ยงความฟุ่มเฟือย เพราะในระบบสังคมทุนนิยมและลัทธิการบริโภค ความอยากให้มีมากขึ้น ความอยากที่จะได้สิ่งของที่มีอยู่แล้วให้มีความใหม่ มีความทันสมัยไปกับแฟชั่นให้ได้มากยิ่งๆ ขึ้นการประหยัดก็มักจะถูกบ่อนทำลายด้วยระบบบัตรเครดิต ซึ่งเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินของบริษัทบัตรเครดิต จะเป็นของบริษัทเครดิตหรือธนาคารก็ตามแต่ ไปก่อนล่วงหน้าแล้วตามไปชดเชยทีหลัง เท่ากับเป็นการสร้างหนี้ล่วงหน้า เป็นการใช้จ่ายเกินตัวเพราะมีความสะดวกที่จะกระทำเช่นนั้น และในหลายๆ กรณีก็เป็นการจัดซื้อจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เป็นอุปนิสัยของการใช้จ่ายเกินตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะอยากมีมากขึ้นหรือไม่ก็เพราะเมื่อชาวบ้านเขามีกัน ฉันก็ต้องมีด้วย
ขณะเดียวกัน ในแต่ละครอบครัวก็มักจะมีการใช้ชีวิตกันอยู่นอกบ้าน ซึ่งก็ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น โดยมิค่อยได้คำนึงว่าความสุขกายสบายใจนั้นสามารถจัดหากันได้ที่บ้านหรือมีอยู่รอบตัวโดยมิต้องมีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หรือมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย เช่น ค่าไฟสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย รวมทั้งการได้รับความรู้ต่างๆ ผ่านวิทยุ โทรทัศน์ และโทรศัพท์มือถือ แต่ที่สำคัญการที่จะได้อยู่กับบ้านก็จะทำให้ได้มีโอกาสอยู่กับตัวเองเพื่อทบทวนตัวเอง ตั้งสติ และหาความสงบภายในที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยก่อให้เกิดความสงบและความพึงพอใจกับชีวิต (Contentment)
นอกจากนั้นในการร่วมกันอยู่ในวงครอบครัวก็จะมีการเตือนสติซึ่งกันและกัน มีการถ่ายทอดประสบการณ์และอบรมบ่มเพาะในเรื่องการทำตนให้เป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรม รู้จักซึ่งทั้งสิทธิและหน้าที่พลเมืองและการอยู่ร่วมกันโดยไม่เบียดเบียนและเอารัดเอาเปรียบกัน แต่คำนึงอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อครอบครัว เพื่อนบ้าน ต่างมีความดี ชุมชนและสังคมก็มีความราบรื่น มั่นคง และเจริญก้าวหน้ากันไปด้วย
วงกว้างวงใหญ่ของสังคมเริ่มต้นที่ วงครอบครัวเล็กๆ
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

อ.ไชยันต์ ย้อนรอยอดีต การเลือกตั้งสกปรกที่สุด
1 คะแนนก็มีศักดิ์ศรี! ครูเยาว์ บุก กกต.อุดรฯ ยันกาเองกับมือ แต่ผลเป็นศูนย์ได้ยังไง?
ต๊ะ นารากร จี้ เท้ง ขอโทษ ที่โหวตให้ อนุทิน เป็นนายกฯ ต้นเหตุให้เกิดผลการเลือกตั้งแบบนี้
ดร สุวินัย ปอกเปลือก ส้ม ชี้จุดพลาด สู้ด้วยความรู้สึก แต่พ่ายโลกความจริง
แขก คำผกา เตือนอย่าหลงกลพรรคส้ม ตีรวนลงถนน เปิดทางให้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี