วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัทที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ หรือ TACC หลังจากที่ผลประกอบการ 3Q63 ออกมาน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท (+13.0% YoY, -2.2% QoQ) คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 189 ล้านบาท ขณะที่กำไรงวด 9M63 คิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการของ TACC จะยังคงดีต่อเนื่องใน 4Q63 โดยเบื้องต้นคาดว่ากำไรของ TACC ใน 4Q63 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 52 ล้านบาทเนื่องจาก i) ธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้น และ ii) margin เพิ่มขึ้น (เช่นเดียวกับสามไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่ง TACC ทำอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 32.2-34.2%)
แนวโน้มธุรกิจ
แนวโน้มธุรกิจ B2C เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากจุดที่แย่ที่สุดใน 2Q-3Q63 หลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการ lockdownโดยลูกค้าหลายรายกำลังพยายามกระตุ้นยอดขาย ทำให้ธุรกิจ B2C ของบริษัทมีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้น ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจ B2C คิดเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของรายได้รวมใน 9M63 ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ 10-15% ซึ่งเป็นผลจากการระบาดของ COVID-19 สำหรับในระยะต่อไป เราคาดว่าการเติบโตของ TACC ในอนาคตจะมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ B2B และ B2C นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะทำดีล M&A ในอนาคตด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะได้ข้อสรุปในปีหน้า โดยเกณฑ์ของบริษัทคือ จะต้องทำให้ยอดขายและกำไรเพิ่ม โดยไม่ทำให้ margin ลดลง ทั้งนี้ บริษัทจะใช้เม็ดเงินที่ระดมทุนได้จาก IPO ในห้าปีที่ผ่านมาสำหรับดีลดังกล่าว นอกจากนี้ TACC ยังตั้งเป้าจะเข้าจดทะเบียนใน SET ในอนาคตอันใกล้
คงประมาณการกำไรปี 2563-64
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้เอาไว้ที่ 189 ล้านบาท(+16.8% YoY) และปี 2564F ไว้ที่ 222 ล้านบาท (+17.2% YoY) โดยคาดว่าจะได้แรงหนุนจาก i) การเพิ่มจำนวนจุดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ii) การขยายจุดจำหน่ายในร้าน 7-Eleven เป็น 12,400 ร้าน ในปี 2563 และ 13,100 ร้าน ในปี 2564iii) มีการวางจำหน่ายสินค้าใหม่ และ iv) การที่ margin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทก็ยังแข็งแกร่งโดยมีสถานะเงินสดสุทธิ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ก็มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ จาก 24.5% ในปี 2562 เป็น เฉลี่ย 26.3% ในอีกสองปีข้างหน้า
TACC ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดตัวหนึ่ง จากแนวโน้มกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะโตถึง 17% อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี(CAGR) ในช่วงสองปีข้างหน้า ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 8.00 บาท
ปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าเกินคาด และปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
ที่มา : บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

'รอมฎอน'โพสต์คำมั่น'โรม' หากปชน.เป็นรัฐบาล พร้อมเช็กบิลนักการเมืองเอี่ยวสีเทาทันที
ใครจะเป็นคนตรวจสอบ? 'วัส ติงสมิตร'ไขสงสัย เมื่อ'ป.ป.ช.'ถูกกล่าวหาคดีสินบนทองคำ
ดีเจมะตูม อโหสิกรรม หลัง โรส ลอนดอน ขอโทษเคยหมิ่นสถาบัน
'ไผ่'ท้าพรรคส้มโชว์วาระประชุมกมธ.งบฯ เห็นค้านตลอด แต่อ้างหนุนทหาร
'จระเข้'โผล่อ่างประปาบุรีรัมย์! เร่งค้นตัววุ่น ชาวบ้านถ่ายคลิปยันเจอตัวเป็นๆ เผยอดีตเคยมีจระเข้ตีนเป็ด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี