วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“การดำเนินงานฟื้น q-q”
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator คาด บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) (STGT) 2Q26 การดำเนินงานฟื้น q-q
อุตสาหกรรมถุงมือยางอุปสงค์ยังโตต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานเริ่มสมดุลมากขึ้น : สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย (Margma) คาดการณ์ปริมาณความต้องการถุงมือยางตลาดโลกปี 2026 อยู่ที่ 455,000 ล้านชิ้น เติบโต 8% y-y และยังคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนอุปทานนั้นมีการหดตัวลงจากช่วงก่อนหน้า ปัญหาอุปทานล้นตลาดตามการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 แต่การแข่งขันราคาที่มากขึ้นทำให้มีการปรับลดการผลิตลง รวมถึงล่าสุดได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคายางสังเคราะห์ที่ปรับขึ้นถึง 160% หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นและขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องหยุดการผลิตไป โดยเฉพาะในมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก และจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
โดยยางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น 160% ส่วนยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 30% และสามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นราว 35-40% เพื่อสะท้อนต้นุทนเพิ่มขึ้นได้คาดมีผลตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป และจากราคายางสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นมากทำให้คาดว่าลูกค้าบางประเทศอย่างตลาดเกิดใหม่หรือยุโรปอาจหันมาใช้ถุงมือยางธรรมชาติแทน ซึ่งคาดว่า STGT จะมีความได้เปรียบหากเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมจากมีบริษัทแม่อย่าง STA ส่งน้ำยางให้ ปัจจุบันสัดส่วนการขายถุงมือยางธรรมชาติ (NR) : ถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) อยู่ที่ 70:30
ขณะที่ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ปัจจุบันเสียที่ 10% คงต้องรอหลังเดือนกรกฎาคมอีกทีว่าจะมีเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทั้งไทยและมาเลเซียยังมีความได้เปรียบหากเทียบกับจีนในตลาดถุงมือยางการแพทย์จากอัตราภาษีนำเข้าสูงกว่า
2Q26 คาดการดำเนินงานฟื้น q-q จากปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น : แนวโน้ม 2Q26 คาดปริมาณขายทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น q-q แต่คาดราคาขายจะเพิ่มขึ้น 35-40% q-q ตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยราคายางสังเคราะห์เพิ่ม 160% ส่วนยางธรรมชาติราคาเพิ่ม 30% คาดสัดส่วนการขาย 2Q26 จะขายถุงมือยางสังเคราะห์มากขึ้นจากราคาขายที่ดีกว่า
ปรับประมาณการปี 2026 ขึ้น 11% จากเดิม : เราคาดการดำเนินงานปี 2026 จะฟื้นตัว y-y จากการปรับราคาขายขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นทำให้ผลกระทบจำกัดต่อการดำเนินงาน ทำให้เราปรับประมาณการขึ้น 11% จากเดิม คงปริมาณขายอยู่ที่ 39,544 ล้านชิ้น เพิ่ม +7% y-y แต่ปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มเป็น 0.75 บาท/ชิ้น จากการปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พร้อมปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% y-y เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 12.90 บาท
ได้ปรับราคาขายขึ้น
“เรามีมุมมองบวกมากขึ้นจากช่วงที่เหลือของปี 2026 ว่า แนวโน้มการดำเนินงานยังดีต่อเนื่อง ทั้งการได้ปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนเพิ่ม ความได้เปรียบหากเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งคาดอาจได้ผลบวกจากการย้ายคำสั่งซื้อจากกลุ่มยางสังเคราะห์มายางธรรมชาติแทนจากราคายางสังเคราะห์ที่ยังทรงตัวระดับสูงตามราคาน้ำมัน กลยุทธ์การลงทุน ยังเก็งกำไรตามปัจจัยบวกดังกล่าวได้ และผลตอบแทนเงินปันผล 4% ต่อปี”
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก
หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ
ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี