วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือ SCGP บริษัทกำลังมุ่งขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำ (consumer & performance packaging unit) และธุรกิจ solutions ซึ่งให้ผลตอบแทนเหนือกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากการให้ความสำคัญกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปกติ ทั้งนี้ สินค้าบรรจุภัณฑ์ของบริษัท อยู่ในสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น FMCG, อาหารและเครื่องดื่ม และเวชภัณฑ์ ถึงแม้ว่ารายได้กว่า 70% ของบริษัทจะเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค แต่ธุรกิจ product solutions มีการกระจายตัวของทั้งกลุ่มสินค้า และแบรนด์ ซึ่งทำให้มีการกระจายความเสี่ยงดีในภาวะที่เศรษฐกิจแกว่งตัว
เรามองว่าการขึ้นค่า Ft และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลกระทบจำกัดกับผลประกอบการของ SCGP เพียงเล็กน้อย เพราะปกติแล้วต้นทุนค่าไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ของ COGS และคาดว่าต้นทุนส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเพียง 4 ล้านบาทต่อเดือนเท่านั้น ขณะเดียวกันการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-8% กระทบกับต้นทุนของ SCGP น้อยมาก เพราะบริษัทจ่ายค่าจ้างให้พนักงานส่วนใหญ่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว และมีการนำระบบ automation มาใช้เพิ่มด้วย เราคิดว่านักลงทุนน่าจะหันมาให้ความสนใจแนวโน้มขาลงของกระดาษรีไซเคิล (AOCC) ดัชนีค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ (SCFI) และ ราคาถ่านหิน (ICI4) ซึ่งถูกกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น และความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ขณะเดียวกันอุปสงค์บรรจุภัณฑ์ของ SCGP น่าจะยังแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเติบโตใหม่ และการปรับขึ้นราคาขายสินค้า
ทั้งนี้เรายังเชื่อว่าช่วงที่เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปแล้วใน 4Q64 โดยมองว่าผลประกอบการใน 2H65 จะฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งทั้ง HoH และ YoY โดยเฉพาะใน 4Q65F เราคาดว่าต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าระวางขนส่งจะลดลงใน 4Q65 โดยมีช่วงเหลื่อมเวลา (lag time) 2-3 เดือนจากราคาตลาด นอกจากนี้ เรายังคาดว่าอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น และปรับขึ้นราคาขายด้วย ทั้งนี้ spread ในตลาดของกระดาษบรรจุภัณฑ์เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2565 เพิ่มเป็น US$265/Ton จาก US$245/Ton ใน 2Q65 เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q65F จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ และ YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และราคาขายสินค้าที่สูงขึ้น เราจะทำการอัปเดตประมาณการกำไรของเราอีกครั้งหลังจากร่วม con call วันที่ 11 ตุลาคม 2565
เรายังคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2566 เอาไว้เท่าเดิมที่ 65 บาทเรามองว่าราคาหุ้นที่ร่วงลงมาในช่วงนี้เป็นเพราะภาวะตลาดอ่อนแอ ซึ่งถือเป็นโอกาสในเข้าซื้อ เรามองว่าราคาหุ้นมี downside จำกัดเพราะคาดว่าต้นทุนจะลดลง ในขณะที่อุปสงค์ยังแข็งแกร่ง ดังนั้น เราจึงคิดว่า SCGP เป็นหุ้นที่เข้าได้กับทั้งธีม re-opening, consumer-linked และ anti-commodity
ปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ และพลังงาน, การด้อยค่าจาก M&As, และความเสี่ยงของประเทศที่ไปลงทุน
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

รพ.ศิริราช แจ้งปรับรูปแบบให้บริการ จ่ายยาไม่เกินครั้งละ 3 เดือน-ส่งเสริมตรวจรักษาทางไกล
เช็กมติ กบน. ตรึงราคาดีเซลคงเดิม เพิ่มอัตราเงินชดเชยสูงสุด 22.22 บ.
อสส. แจงส่งฟ้องไม่ทัน คดีแม่บ้านผสมน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ขวดนมเด็ก เหตุสั่งสอบเพิ่มปมสารพิษ
ไม่ให้ประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน ศาลฎีกา ยกคำร้อง ในคดี ม.110
นายกฯสิงคโปร์ เปิดความจริงไม่มีกั๊กวิกฤตพลังงานโลก จี้ปชช.ต้องตื่นรู้เตรียมรับมือ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี