วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
“คาด 1Q26 กำไรโต y-y”
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator คาดการณ์ บมจ.ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) 1Q26 กำไร 810 ล้านบาท +20% y-y +2% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเป้า : แนวโน้ม 1Q26 คาดยอดขายโตมากกว่าเป้าปีที่ให้ไว้ 9-12% y-y โดยเราคาดยอดขาย 5,098 ล้านบาท โต 20% y-y จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่, สินค้าใหม่ที่ทยอยขายในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัว y-y ที่ 24.2% จากสัดส่วนยอดขาย premium ใกล้เคียง y-y ที่ 48.7% แต่ลดลง q-q โดย 4Q25 สัดส่วนการขายกลุ่ม premium สูงถึง 50.9% แต่คาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงเหลือ 10% จากค่าใช้จ่าย Transformation cost ที่ลดลง y-y แต่คาดจะมีอัตราภาษีจ่ายเพิ่มขึ้น
คาดกำไรปกติ 795 ล้านบาท +14% y-y แต่ -4% q-q แต่คาดมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทแข็งค่าราว 15 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิ 810 ล้านบาท +20% y-y +2% q-q
ปัญหาตะวันออกกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะมีปรับราคาขายเพิ่มขึ้นชดเชย : ผู้บริหาร ชี้แจงว่าปัญหาในตะวันออกลางจะเริ่มส่งผลกระทบปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไปจากวัตถุดิบที่มีใช้ราว 3 เดือนทยอยหมดลง อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาปรับราคาขายขึ้นกับลูกค้าซึ่งจากเหตุการณ์ปัจจุบัน คาดการปรับขึ้นราคาทำได้ไม่ยากจากเหตุสุดวิสัยที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยโครงสร้างต้นทุนของบริษัท ประกอบด้วยวัตถุดิบ 1/3 บรรจุภัณฑ์ 1/3 ซึ่งในส่วนนี้ 2/3 ของบรรจุภัณฑ์จะเกี่ยวข้องกับพลาสติก และส่วนที่เหลือคือกระป๋อง และค่าแรง 1/3 เราคาดว่าหากทั้งบรรจุภัณฑ์และพลังงานปรับขึ้น 10% จะส่งผลกระทบต่อกำไร 12% หากยังไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันที
คาดปี 2026 กลับมาเติบโต y-y : สำหรับปี 2026 ผู้บริหาร ตั้งเป้ายอดขายสกุลเงินบาทโต 8-11% y-y อัตรากำไรขั้นต้น 23-25% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย 9-10% งบลงทุน 1 พันล้านบาท
ซึ่งหากเทียบกับประมาณการของเราที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้าไม่ต่างกันมาก โดยปีนี้บริษัทเน้นการขยายตัวของยอดขายซึ่งการได้มาของคำสั่งซื้ออาจต้องลดราคาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นอาจต่ำกว่าปีที่ผ่านมาที่ 25.1% แม้ว่าปีนี้บริษัทไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุน tariff กับลูกค้าในสหรัฐฯตั้งแต่ 1Q26 ก็ตาม
เราคาดยอดขาย 19,437 ล้านบาท +7% y-y มาจากการได้คำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่ที่ส่วนใหญ่จะได้มาเพิ่มใน 2H25 และกลุ่ม private label รายใหญ่ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2025 ปีที่ผ่านมามีลูกค้าใหม่ 42 ราย ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25% แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุนเรื่องภาษีนำเข้าในสหรัฐแล้วก็ตามแต่คาดจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามาแทน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดยังมีสัดส่วนใกล้เคียง y-y เนื่องจากยังมี transformation cost รวมอยู่ คาดกำไรสุทธิ 3,140 ล้านบาท +5% y-y
น่าสนใจมากขึ้น
“จากแนวโน้ม 1Q26 ที่จะกลับมาเติบโตแรงทั้งยอดขายและกำไรที่จะดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ปัญหาในตะวันออกกลางคาดจะเริ่มส่งผลกระทบปลาย 2Q26 แต่จะสามารถปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับแนวโน้มเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง เราชอบมากขึ้นจากราคาหุ้นปัจจุบันกลับมาซื้อขายบน P/E26E เพียง 14.4x สะท้อนปัจจัยลบที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรากลับมาแนะนำ “ซื้อ” อีกครั้ง”
ที่มา..บล.ลิเบอเรเตอร์

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี