วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันพุธ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
เร่งยกระดับSMEไทย...ผ่านกองทุนฯ2หมื่นล้าน

ดูทั้งหมด

  •  

nn อย่างที่ทราบกันว่ากลุ่มผู้ประกอบการSME นั้นมีสัดส่วนมากว่า 90% ของวิสาหกิจของไทยทั้งระบบ จึงถือว่าเป็นฐานรากที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการ SME ของไทยกับอ่อนแอและเปราะบาง เพราะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ถูกสินค้านำเข้าจากจีนเข้ามาตีตลาด ขาดประสิทธิภาพในการผลิต ฯลฯ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ดูเหมือนว่าในเวลานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ กำลังหยิบเอาเรื่องของผู้ประกอบการSME ขึ้นมาเป็นวาระงานในลำดับต้นๆ

ล่าสุด นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่กระทรวงต้องการส่งเสริมสร้างโอกาส ให้ความสะดวก เติมทุนหนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ทั้งนี้จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดการคาดการณ์ GDP ปี 2567 เหลือเพียง 2-3% โดยภาคการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จึงได้สั่งการดังกล่าว


ขณะที่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กองทุนฯ ได้ออกสินเชื่อ 2 โครงการเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องการให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านการพัฒนานวัตกรรม การปรับปรุงเทคโนโลยีและการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจไทย

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.เอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น หรือผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 ของการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่นจากกระทรวงอุตสาหกรรม ในระยะเวลา 3 ปีย้อนหลัง นับถึงวันที่ยื่นขอเข้าร่วมโครงการ 2.เอสเอ็มอีที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพจากหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยหน่วยร่วมดำเนินการ หรือสถาบันเครือข่ายภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม 3.เอสเอ็มอีที่ไม่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น หรือการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ แต่มีความประสงค์เข้ารับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพตามที่กองทุนกำหนด

ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้กู้ ประกอบด้วย เป็นเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ และมีขนาดของกิจการตามที่กำหนด เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถนับรวมประสบการณ์การบริหารธุรกิจของผู้บริหารได้ ไม่เป็น NPL หรือถูกดำเนินคดี ณ วันที่ยื่นขอเข้าร่วมโครงการมีประวัติการชำระหนี้ปกติ ณ วันที่ยื่นขอเข้าร่วมโครงการ ไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากโครงการอื่นๆ ที่กำหนด สามารถยื่นความประสงค์ได้ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่

“รูปแบบการให้สินเชื่อนั้น จะมีกรอบวงเงินรวม 1,200 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย และเป็นเงินกู้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3-5% ต่อปี
(ขึ้นอยู่กับหลักประกัน) ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 12 เดือน มีหลักประกัน เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร หรือหลักประกันทางธุรกิจหรือมีบุคคลค้ำประกัน”

2.โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีในการรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่งให้สามารถฟันฝ่าวิกฤตทางเศรษฐกิจได้ โดยกลุ่มเป้าหมายและคุณสมบัติของผู้กู้ มีลักษณะเดียวกันกับโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ (เสือติดปีก)ภายใต้กรอบวงเงินรวม 700 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย เป็นเงินกู้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5-7% ต่อปี(ขึ้นอยู่กับหลักประกัน) ระยะเวลากู้สูงสุด 3 ปีมีหลักประกัน เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรหรือหลักประกันทางธุรกิจ หรือบุคคลค้ำประกัน

“โครงการสินเชื่อเสือติดปีกเปรียบเสมือนการติดปีกให้กับเอสเอ็มอี พัฒนาให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เป็นสินเชื่อที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย ขณะที่โครงการสินเชื่อคงกระพันเปรียบเสมือนการเสริมเกราะป้องกันให้กับเอสเอ็มอี พัฒนาให้เข้มแข็งและสามารถผ่านพ้นวิกฤตได้ เป็นสินเชื่อที่ซ่อมแซมและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยสินเชื่อดังกล่าวของกระทรวงถือว่าเป็นที่แรก และที่เดียวที่เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลสามารถนำมาใช้ในการประกอบการพิจารณาขอเสนอชื่อได้ โดยมองว่ากลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีความเก่ง และแนวโน้มของธุรกิจน่าจะไปได้ ซึ่งนำมาเป็นตัวอย่างให้กับเอสเอ็มอีรายอื่นในประเทศได้”นายณัฐพลกล่าว

นอกจากนี้ ทั้ง 2 โครงการยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ คุณสมบัติและหลักประกันให้เอื้อกับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงินปกติ สามารถเข้ามาขอรับสินเชื่อกับกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีกลไกของหน่วยงานของรัฐ และสถาบันเครือข่ายภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ที่คอยรับรองและสนับสนุนตลอดการขอรับสินเชื่อเพื่อสร้างความมั่นใจในการเติบโตและก้าวไปข้างหน้าของเอสเอ็มอี

นายณัฐพล กล่าวว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ มีเงินหมุนเวียนอยู่ประมาณ20,000 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อแล้ว 25,400 ล้านบาทซึ่งสามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ 13,670 ราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 36,000 ล้านบาทโดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล (NPL) ประมาณ 15.8%

กระบองเพชร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:37 น. ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง
19:27 น. สยองเกาะบาหลี แก๊งโหดลักพาตัวลูกชายมหาเศรษฐียูเครน ทรมานก่อนสังหารโหด
19:14 น. โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ
18:53 น. กรมอุตุฯพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ เตือน 35 จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กทม.โดนด้วย
18:35 น. กทม.ตอกหน้า'ไอซ์' แจงเสาล้มลุกไม่ใช่กรวย ปมวิจารณ์ซื้อแพงกว่ากรมทางหลวง
ดูทั้งหมด
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
หวานข้ามซีกโลก ก้อย อรัชพร วิดีโอคอลหา พิธา เสิร์ฟโมเมนต์หัวใจฟู
พิษสงครามเขย่าหุ้นไทย ร่วงหนัก -8.01% ชน Circuit Breaker
โปรไฟล์ดี แต่สอบตกวิชาน้ำใจ กับตรรกะวิบัติ ของคนไม่เก็ตใส่ซองงานแต่ง
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 7 มีนาคม 2569
สงครามสหรัฐอิหร่านบานปลายกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก
จาก “วัคซีนโควิด” ถึง “น้ำมันสำรอง” พิษของการ “ปั่นกระแส”ที่วนกลับมาอีกครั้ง
เกาหลีเหนือ : รัฐนิวเคลียร์
จักรพรรดิแห่งพิภพ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สยองเกาะบาหลี แก๊งโหดลักพาตัวลูกชายมหาเศรษฐียูเครน ทรมานก่อนสังหารโหด

กรมอุตุฯพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ เตือน 35 จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กทม.โดนด้วย

ปากีสถาน ขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางสงครามอิหร่าน

ลุงป้อม ยิ้มแป้น! ชวนเพื่อน ตท.6 บุกชิม ข้าวแกงป้าหงษ์ ร้านลับในสนามกอล์ฟ ทบ.

'สรวีย์-เบญ' นอนคุก ศาลไม่ให้ประกัน ผู้จ้างวานอุ้มสังหาร ผจก.หนุ่ม หวั่นหลบหนี

ผอ.เตรียมอุดมฯ ยันกฎเหล็กเข้าสอบ ห้ามนำของส่วนตัวเข้าห้อง ป้องกันทุจริต

  • Breaking News
  • ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • สยองเกาะบาหลี แก๊งโหดลักพาตัวลูกชายมหาเศรษฐียูเครน ทรมานก่อนสังหารโหด สยองเกาะบาหลี แก๊งโหดลักพาตัวลูกชายมหาเศรษฐียูเครน ทรมานก่อนสังหารโหด
  • โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ โผ ครม.อนุทิน 2 ฝั่งเพื่อไทย 5 รมว. นิ่งแล้ว จับตา 7 แคนดิเดตเบียด 3 เก้าอี้ รมช. สมศักดิ์ หลุดโผ
  • กรมอุตุฯพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ เตือน 35 จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กทม.โดนด้วย กรมอุตุฯพยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ เตือน 35 จังหวัด ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กทม.โดนด้วย
  • กทม.ตอกหน้า\'ไอซ์\' แจงเสาล้มลุกไม่ใช่กรวย ปมวิจารณ์ซื้อแพงกว่ากรมทางหลวง กทม.ตอกหน้า'ไอซ์' แจงเสาล้มลุกไม่ใช่กรวย ปมวิจารณ์ซื้อแพงกว่ากรมทางหลวง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

หมุนตามทุน : แนะชะลอก่อหนี้-บริหารสภาพคล่อง เพื่อผ่อนแรงกระแทกสงครามตะวันออกกลาง

4 มี.ค. 2569

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ \'ระเบียบโลกใหม่\'

หมุนตามทุน : แนะกระจายพอร์ตลงทุน...รับมือ 'ระเบียบโลกใหม่'

25 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : การลงทุน...คือตัวช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย

18 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

หมุนตามทุน : ภาคอุตสาหกรรม...ยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย

11 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

หมุนตามทุน : ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand

4 ก.พ. 2569

หมุนตามทุน : ภาคผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สวนทางกับตัวเลขส่งออก

หมุนตามทุน : ภาคผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สวนทางกับตัวเลขส่งออก

28 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

หมุนตามทุน : เกิดอะไรขึ้นกับโครงการลงทุนของ รฟท.

21 ม.ค. 2569

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

หมุนตามทุน : เศรษฐกิจเวียดนามโตโดดเด่น หลังเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง

14 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved