วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ วิเคราะห์ว่า “อาหารไทย” เติบโตได้ดีในตลาดโลกสถาบันนานาชาติด้านอาหาร เช่น Tasteatlas Awards, Michelin Guide ฯลฯ จัดอันดับให้อาหารไทยเป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยานำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ทำให้อาหารไทยได้รับการยกย่องเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” สอดคล้องเทรนด์รับประทานอาหารโลกที่ให้ความสำคัญทั้งสุขภาพและรสชาติ
ทั้งนี้นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจที่มีความโดดเด่นและมีโอกาสเติบโตได้ดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต พบว่า “ธุรกิจร้านอาหารไทย” เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้านการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลและผลประกอบการแต่ละปี โดยการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(2562 - 2566) มีจำนวนเฉลี่ย 2,559 ราย / ปีแบ่งเป็น ปี 2562 จัดตั้ง 2,123 ราย ทุน4,291.63 ล้านบาท ปี 2563 จัดตั้ง 1,732 ราย (ลดลง 391 ราย หรือ 18.42%) ทุน 3,478.49 ล้านบาท (ลดลง 813.14 ล้านบาท หรือ 18.95%) ปี 2564 จัดตั้ง 1,901 ราย (เพิ่มขึ้น 169 ราย หรือ 9.76%) ทุน 3,355.55 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 122.94 ล้านบาท หรือ 3.54%) ปี 2565 จัดตั้ง 3,021 ราย (เพิ่มขึ้น 1,120 ราย หรือ 58.92%) ทุน 6,588.34 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3,232.79 ล้านบาท หรือ 96.35%) ปี 2566 จัดตั้ง 4,017 ราย (เพิ่มขึ้น 996 ราย หรือ 32.97%) ทุน 8,078.63 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,490.29 ล้านบาท หรือ 22.62%) ปี 2567 มกราคม - สิงหาคม จัดตั้ง 2,847 ราย ทุน 5,826.03 ล้านบาท
รายได้รวมของธุรกิจร้านอาหาร 3 ปีย้อนหลัง (2564 - 2566) พบว่า ปี 2564 รายได้รวม 179,645.68 ล้านบาท ปี 2565 รายได้รวม 244,412.99 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 64,767.31 ล้านบาท หรือ 36.06%) ปี 2566 รายได้รวม 306,618.54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 62,205.55 ล้านบาท หรือ 25.45%) ขณะที่ผลประกอบการด้านกำไรขาดทุนรวมของธุรกิจ ปี 2564 ขาดทุน 9,621.06 ล้านบาท ปี 2565 กำไร 3,379.18 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 13,000.4 ล้านบาท หรือ 135.13%) ปี 2566 กำไร 9,700.52 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6,321.34 ล้านบาท หรือ 187.07%)
มูลค่าการลงทุนของต่างชาติที่ลงทุนในธุรกิจร้านอาหารนิติบุคคลไทย จำนวนรวม 29,071.35 ล้านบาท โดยต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อเมริกา 6,075.23 ล้านบาท (20.90%) 2) ญี่ปุ่น 3,162.49 ล้านบาท (10.88%) 3) จีน 2,326.24 บาท (8.01%) 4) อินเดีย 2,168.02 ล้านบาท (7.46%) 5) ฝรั่งเศส 1,607.03 ล้านบาท (5.53%)
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2567) มีนิติบุคคลร้านอาหารที่ดำเนินกิจการอยู่ 44,508 ราย ทุนรวม 220,916.70 ล้านบาท เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) จำนวน 43,874 ราย (98.58%) ขนาดกลาง (M) 521 ราย (1.17%) และ ขนาดใหญ่ (L) 113 ราย (0.25%) ดำเนินกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัด 36,522 ราย (82.06%) ทุน 192,736.44 ล้านบาท (87.25%) ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 7,977 ราย (17.92%) ทุน 20,921.97 ล้านบาท (9.47%) และ บริษัทมหาชนจำกัด 9 ราย (0.02%) ทุน 7,258.29 ล้านบาท (3.29%)
นิติบุคคลส่วนใหญ่ตั้งอยู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร 19,329 ราย (43.43%) (3 อันดับแรกตั้งอยู่ เขตวัฒนา เขตบางรัก และเขตคลองเตย) รองลงมา ภาคใต้ 7,966 ราย (17.90%) (3 อันดับแรกตั้งอยู่ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่) ภาคตะวันออก 6,137 ราย (13.79%) (3 อันดับแรกตั้งอยู่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ.ตราด) ภาคกลาง 4,343 ราย (9.76%) ภาคเหนือ 3,772 ราย (8.48%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,971 ราย (4.43%) ภาคตะวันตก 990 ราย (2.23%)
“อาหารไทยเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” อันดับ 1 ของประเทศไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ทั้งรสชาติ การตกแต่ง ความสวยงาม จนได้รับจัดอันดับให้อาหารไทยเป็นอาหารที่ดีที่สุดในโลกสถาบันนานาชาติด้านอาหาร เช่น Tasteatlas Awards 2024 ประกาศให้อาหารไทย ติดอันดับที่ 17 จาก 100 อันดับอาหารที่ดีที่สุดในโลก และเป็นอันดับ 5 อาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย และในปี 2566 ประเทศไทยมีร้านอาหารที่ได้รางวัล MICHELIN Guide แล้ว 441 ร้าน เป็นต้น”นางอรมนกล่าว
จากการวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสของอาหารไทย พบว่า จุดแข็งของอาหารไทย คือ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ชื่นชอบทั้งในและต่างประเทศ อาหารไทยมีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้อาหารไทยได้รับการยกย่องเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” นอกจากนี้ อาหารไทยมีความหลากหลายตามภูมิภาค ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน ขณะที่ โอกาสของอาหารไทยมีการเติบโตตามกระแสการรักสุขภาพ ตอบโจทย์เทรนด์รับประทานอาหารโลกที่ให้ความสำคัญทั้งสุขภาพและรสชาติ ภาครัฐให้การสนับสนุนและผลักดันธุรกิจอาหารไทยผ่านโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเติบโตของตลาดออนไลน์ที่สามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ซึ่งการตลาดออนไลน์ทำให้ร้านอาหารไทยเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยต้องมีการปรับตัวให้รับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และแนวโน้มการประกอบธุรกิจที่ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน เช่น ด้านเทคโนโลยี ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ เช่น ระบบการสั่งอาหารออนไลน์ ระบบการชำระเงิน มีการใช้โซเชียลมีเดีย
และอินฟลูเอนเซอร์ช่วยในการทำการตลาดและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ด้านผลิตภัณฑ์ ต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สดใหม่ ปลอดภัย เช่น ผักออร์แกนิก เพื่อสร้างความโดดเด่นให้ร้าน มีการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับเทรนด์การบริโภค เช่น เมนูสุขภาพ เมนูฟิวชั่น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ด้านสถานที่และการบริการ โดยมีการสร้างบรรยากาศร้านให้น่าสนใจมีความแตกต่างเพื่อสร้างการจดจำและดึงดูดลูกค้า รวมถึงการใส่ใจบริการเพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ สถานที่ต้องมีความสวยงามเพื่อให้ลูกค้าถ่ายภาพและนำไปโพสต์หรือแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ร้านไปในตัวนอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ ให้ร้านเป็นที่จดจำและไม่เหมือนใคร ซึ่งจะช่วยให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จและยืนยันอยู่ในวงการร้านอาหารอย่างยั่งยืนยาวนาน
ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยยังมีพื้นที่จำนวนมากให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจประกอบธุรกิจเข้ามาทำการตลาด โดยคาดว่าธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากอาหารไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครจึงยากที่จะเลียนแบบ ประกอบกับคนไทยมีศักยภาพในการประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยจะเห็นได้ว่ามีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ เกือบทุกประเทศในโลก และได้รับความนิยมจากประชากรของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างมาก ร้านอาหารไทยจึงเป็น “โอกาสทางธุรกิจ” ที่พร้อมสยายปีกไปสร้างความเติบโตในต่างประเทศได้อย่างไม่ยาก
กระบองเพชร

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่
อนุทิน คอนเฟิร์ม! คนละครึ่งพลัส มาแน่ หลังสิ้นเดือน เม.ย. วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น
นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ
ดรามาเดนมนุษย์! วิมล ไทรนิ่มนวล ถามแรงถึง พีระพันธุ์ งานนี้มีสะดุ้ง
UNSC วงแตก! เลื่อนลงมติคุ้มครองเดินเรือพาณิชย์ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นสัปดาห์หน้า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี