วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์หุ้นบริษัทบางกอก เช่น ฮอสปิทอล หรือ BCH หลังจากที่บริษัทประกาศผลประกอบการ 4Q67 ออกมาเรามั่นใจว่ากำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจากปัจจัยลบต่างๆ ที่เข้ามากระทบ ได้แก่ i) รัฐบาลคูเวตไม่ส่งผู้ป่วยมาใช้บริการ ii) ผลกระทบจากการที่สำนักงานประกันสังคม (SSO) ลดค่าบริการรักษาโรคที่ซับซ้อน (RW>2) และ iii) ปัจจัยฤดูกาล
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจของ BCH มีดังนี้
i) ประเด็นการรักษาที่มีต้นทุนสูง (RW>2) เราคิดว่าความเสี่ยงจากการที่ SSO อาจลดอัตราการจ่ายค่า RW>2 จบไปแล้ว เพราะคณะกรรมการด้านการแพทย์ของ SSO มีมติให้การันตีอัตราการจ่ายที่ 12,000 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ผลกระทบจากการลดอัตรา RW>2 ลง (จาก 12,000/RW เหลือ 8,000 บาท) กระทบกับรายได้จากกลุ่ม SSO ถึง 245 ล้านบาท แต่หากตัดรายการนี้ออกไป รายได้จาก SSO จะเพิ่มขึ้น 7.1% YoY จากที่เพิ่ม 1% YoY ในปี 2567แนวโน้มปี 2568F รายได้จาก SSO ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากประเด็น RW>2 อีก และคาดว่าจะคิดเป็น 33% ของรายได้รวม
ii) ประเด็นคูเวตหลังจากที่ขอรายการราคาค่ารักษาจาก WMC มาหลายเดือนรัฐบาลคูเวตยังไม่ส่งผู้ป่วยชาวคูเวตกลับมาใช้บริการของ WMC ยกเว้นผู้ป่วยที่ชำระค่ารักษาเอง ประเด็นนี้น่าจะชัดเจนมากขึ้นว่า จะกลับมาหรือไม่หลังเทศกาลรอมฎอน เรามองว่าหากกลับมาจะทำให้ประมาณการกำไรของเรามี upside เพราะเราไม่ได้คาดว่าจะมีรายได้จากส่วนนี้
iii) ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ดีขึ้น BCH เปิดโรงพยาบาลใหม่สามแห่ง (เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ, เกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี และเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์) ตั้งแต่ช่วงปี 2563-2564 คาดว่าทั้งสามแห่งน่าจะถึงจุดคุ้มทุน หรือเริ่มทำกำไรได้ในปี 2568 เพราะมีเพียงเกษมราษฎร์ปราจีนบุรีที่มีผลขาดทุนในระดับ EBITDA 29.3 ล้านบาทในปี 2567
เรามองบวกกับแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในอีกสองสามปีข้างหน้า โดยจะได้แรงหนุนจาก i) รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทั้งผู้ป่วยที่ชำระเงินสดและผู้ป่วยประกันสังคม และ ii) ผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของโรงพยาบาลใหม่สามแห่ง นอกจากนี้ เรายังไม่คิดว่าจะมีปัจจัยลบ (การจ่ายค่า RW>2) มากระทบกับประมาณการของเรา จึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568F เอาไว้ที่ 1.58 พันล้านบาท (+23.2% YoY) และปี 2569F ที่ 1.89 พันล้านบาท (+19.5% YoY)
ถึงแม้ว่าราคาหุ้น BCH จะเพิ่มขึ้น 16% เรายังคงมองบวกกับประเด็นการพลิกฟื้นของบริษัทในปี 2568F ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2568 ที่ 21.50 บาท นอกจากนี้ เรายังเลือก BCH เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้
ปัจจัยเสี่ยงจากการชำระเงินของ SSO, ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่ และเกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

เมืองกรุงยังจมฝุ่น กระทบหนัก9พื้นที่ คาดแนวโน้มพุ่งสูง
รบแรกพบ ‘บอม’ ลับฝีปาก ‘จีน’ สาดโคลนกลางทุ่ง ใน ‘เลดี้ทุ่งกระบือบาล’
‘พิพัฒน์’เคลียร์ชัด ปิดพระราม2เฉพาะจุดเสี่ยง
กกต.ออกหน้าแจง จับซื้อเสียงไม่ได้ เหตุระบบอุปถัมภ์ สู้คดีต้องเปิดหน้า
‘หนู’เย้ยพท.!แจกทุกวัน9ล้าน9คน 2หมื่นปีถึงจะครบ ต่างจากคนละครึ่งชัดเจน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี