การเคลื่อนไหวล่าสุดในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลสร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งในวงการการเงินและการเมือง เมื่อ American Bitcoin บริษัทลงทุนบิตคอยน์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Donald Trump Jr. และ Eric Trump ลูกชายของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เริ่มขยายอิทธิพลเข้าสู่เอเชีย รายงานจาก Financial Times
ระบุว่าบริษัทกำลังเจรจาดีลในญี่ปุ่น และอาจรวมถึงฮ่องกงด้วย ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงเป็นเกมธุรกิจ แต่ยังสะท้อนการใช้บิตคอยน์เป็น “ยุทธศาสตร์ใหม่”ที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
โมเดลการลงทุนที่ไม่เหมือนใคร : MicroStrategy ในเเถบเอเชีย
โมเดลของ American Bitcoin ได้แรงบันดาลใจจาก MicroStrategy บริษัทซอฟต์แวร์ที่ปรับตัวจากธุรกิจเดิมมาเป็น“Bitcoin Treasury” ขนาดใหญ่ด้วยการซื้อและถือครองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรอง American Bitcoin วางแผนจะให้ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงบิตคอยน์ ได้ผ่านตลาดทุน โดยการออกหุ้นจดทะเบียนที่มีบิตคอยน์หนุนหลัง
วิธีนี้เปิดทางให้นักลงทุนที่ไม่คุ้นกับการซื้อขายคริปโตโดยตรงสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดายและถูกกฎหมายนี่ถือเป็นการเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้บิตคอยน์ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรในตลาดซื้อขาย แต่กลายเป็นเครื่องมือการลงทุนที่โปร่งใสและอยู่ภายใต้ระบบกำกับดูแล
วัตถุประสงค์ที่ซ่อนอยู่ : การเมือง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์
เบื้องหลังการลงทุนใน บิตคอยน์ ของตระกูลทรัมป์นั้นมีเป้าหมายที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องการทำกำไร :
• การเมือง : การสนับสนุนบิตคอยน์ของตระกูลทรัมป์เป็นการสร้าง Political Branding ที่ชัดเจนฐานเสียงของพรรครีพับลิกันจำนวนมากเชื่อว่า บิตคอยน์คืออิสรภาพทางการเงิน การที่ผู้นำการเมืองสหรัฐฯก้าวเข้ามาสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเสริมความชอบธรรม และอาจกลายเป็นวาระสำคัญในการเลือกตั้งอนาคต
• เศรษฐกิจ : ท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ การผลักดันให้บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองระดับโลก ถือเป็นการปูทางให้ตลาดทุนในวงกว้างเชื่อมโยงกับโลกของคริปโตมากขึ้นการใช้โมเดลแบบ MicroStrategy ที่มีการระดมทุนในตลาดหุ้นเพื่อนำไปซื้อบิตคอยน์จึงเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้นอีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม
• ภูมิรัฐศาสตร์ : การขยายอิทธิพลมายังเอเชียยังเป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันกับจีนซึ่งกำลังเดินหน้าพัฒนาเงินหยวนดิจิทัล (e-CNY) และควบคุมตลาดคริปโตอย่างเข้มงวด การสร้างเครือข่ายบิตคอยน์ในเอเชีย จึงเป็นการท้าทายอำนาจทางเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนโดยตรง ฉะนั้นการควบคุมหรือมีส่วนร่วมในเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเกมการแข่งขันระดับโลก
ผลกระทบต่อเอเชียและประเทศไทย
หากแผนการนี้สำเร็จ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินในเอเชีย :
• ญี่ปุ่นและฮ่องกง : สองตลาดหลักทรัพย์นี้อาจกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนในบิตคอยน์ แห่งใหม่ของเอเชีย นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยที่ไม่ต้องการยุ่งกับกระเป๋าเงินดิจิทัลจะมีช่องทางใหม่ในการลงทุนอย่างปลอดภัย และถูกกฎหมาย ฮ่องกงและญี่ปุ่นเองก็กำลังปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้วซึ่งยิ่งทำให้แผนการของ American Bitcoin มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
ประเทศไทย : สำหรับไทย ผลกระทบอาจเกิดขึ้นได้ 3 มิติหลัก :
• ตลาดทุน : หากหน่วยงานกำกับดูแลของไทยไม่ปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์นักลงทุนไทยอาจเลือกไปลงทุนในต่างประเทศแทน ทำให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกซึ่งส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยได้
• การเมือง - เมื่อบิตคอยน์เริ่มถูกใช้เป็นประเด็นหาเสียงในสหรัฐฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่นักการเมืองไทยบางส่วนจะหยิบยกเรื่องคริปโตและเศรษฐกิจดิจิทัลมาเป็นจุดขายทางการเมืองเช่นกัน
• เศรษฐกิจดิจิทัล : การเคลื่อนไหวของ AmericanBitcoin อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และระบบการชำระเงินดิจิทัลอื่นๆ ให้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้ตามหลังภูมิภาค และสามารถคว้าโอกาสจากกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
บิตคอยน์ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่คือการสร้างอำนาจ
การที่ตระกูลทรัมป์ให้ความสนใจใน บิตคอยน์อย่างเปิดเผย สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ไม่ได้เป็นแค่ “สินทรัพย์เก็งกำไร” อีกต่อไป แต่กำลังถูกใช้เป็น "เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก " ในอนาคตอันใกล้ เอเชียอาจกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจตะวันตกและตะวันออกโดยมี บิตคอยน์เป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก
ดร.กร พูนศิริวงศ์
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี