เสียงร้องไชโยทั้งในโลกเป็นจริงและโลกโซเชียลดังกระหึ่ม..เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมเมื่อวานนี้..ด้วยมติ 6 : 3..สั่งถอดถอน“แพทองธาร ชินวัตร”ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..พร้อมกับการพ้นตำแหน่งของรัฐมนตรีทั้งคณะ..อันเป็นการสิ้นสุดของรัฐบาลชุดนี้..โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568.
.นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี
เสียงข้างมาก 6 เสียง..ที่มีมติให้ถอดถอน“แพทองธาร ชินวัตร”ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ประกอบด้วย..นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุพห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์..และนายอุดม รัฐอมฤต
ทั้งนี้..จากเสียงข้างมาก 6 เสียงดังกล่าว..ที่ให้“แพทองธาร ชินวัตร”พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น..มี 4 เสียง..คือ นายปัญญา อุดชาชน, นายวิรุพห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์..และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เห็นว่าผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ..ทั้งมาตรา 160 (4)“ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์”..และ (5) “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”..โดยที่ 2 เสียง..คือ..นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม..และนายอุดม รัฐอมฤต..เห็นว่า..ผู้ถูกร้องขาดคุณสมสมบัติเฉพาะมาตรา 160 (5)..เท่านั้น
สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 3 คน..ที่เห็นว่า“แพทองธาร ชินวัตร”ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี..โดยเห็นว่า“แพทองธาร”นั้น..“ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างไม่ร้ายแรง” คือให้“อยู่ต่อ”..ประกอบด้วย..นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ประธานศาลรัฐธรรมนูญ), นายนภดล เทพพิทักษ์..และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ..และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 3 คนนี้..ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นตุลาการเสียงข้างน้อย..ที่วินิจฉัยว่านายเศรษฐา ทวีสิน..ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี..กรณีตั้ง“ทนายถุงขนม-พิชิต ชื่นบาน”เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม..สำหรับรายละเอียดของผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้..ประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 160 (4)..“ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์”นั้น..เสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญ..5 : 4 เสียงเห็นว่า“แพทองธาร ชินวัตร”ไม่ขาดคุณสมบัติ..ถือว่า“รอดไป”..ไม่มีมลทินเรื่องความไม่ซื่อสัตย์เป็นตราบาปประทับเหมือน“เศรษฐา ทวีสิน”..โดย 4 เสียงข้างมากที่เห็นว่า“แพทองธาร”ไม่ขาดความซื่อสัตย์..คือ..นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นายนภดล เทพพิทักษ์, นายสุเมธ รอยกุลเจริญ, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม..และนายอุดม รัฐอมฤต
สรุปแล้ว..ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 6 เสียงเห็นว่า..ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเป็นที่ไว้วางใจต่อสาธารณะ..และต้องถูกตรวจสอบทุกแง่มุม..ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์..และไม่มีการกระทำอันเป็นเหตุต้องห้าม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ในส่วนที่กล่าวถึง..พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2..ที่“แพทองธาร ชินวัตร”ผู้ถูกร้องแจ้งและเบิกความอ้างว่า..เป็นการใช้เทคนิคมุ่งหมายลดความตึงเครียดระหว่างกัน..และใช้คำว่า “เรา”นั้น..ศาลฯชี้ว่า ..การที่ผู้ถูกร้องเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย..และเป็นผู้บังคับบัญชาของแม่ทัพภาคที่ 2..การกล่าวคำดังกล่าวนั้น..เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นว่ามีการแบ่งข้าง..และเกิดความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลและกองทัพ..แสดงความอ่อนแอให้กัมพูชาทราบ..และเป็นการเปิดช่องให้กัมพูชาซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งทราบ..อันอาจนำข้อมูลเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศได้
นอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาเห็นว่า..การที่“แพทองธาร ชินวัตร”..ใช้คำว่า“ให้ท่านฮุนเซนเห็นใจหลานหน่อย..เขาไล่หลานให้ไปเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว”..โดยศาลชี้ว่า..คำพูดดังกล่าวของ“แพทองธาร”เหมือนกับว่า..“เป็นการตกลงร่วมกัน..เป็นการขอร้องให้เห็นใจ..แต่เพราะผู้ถูกร้องมีความสัมพันธ์ที่ดีจึงไม่มีการตอบโต้..ผู้ถูกร้องยังแสดงตนและจำนนให้สมเด็จฯ ฮุนเซนทราบ..โดยไม่มีเงื่อนไขหรือรักษาจุดยืนของประเทศชาติ..และเปิดช่องให้กัมพูชาหยิบยื่นข้อเรื่องร้องต่อไทยได้ตามต้องการ..ทั้งที่ผู้ถูกร้องทราบดีว่าการประชุม สมช. มีการพิจารณากับกองทัพจากเบาไปหาหนัก..และทราบดีถึงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา”
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ดี..หากได้ฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด..และภายในวันสองวันนี้คงมีการเผยแพร่ฉบับเต็ม..ก็จะเข้าใจและมองเห็นได้กระจ่างชัดว่า..ศาลท่านให้รายละเอียดทุกประเด็นของการเจรจาระหว่าง“แพทองธาร ชินวัตร”กับ“ฮุน เซน”ตามที่ปรากฏเสียใน“คลิปอัปยศ”..ซึ่ง 36 สว.ร้องให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า..“ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉย..และไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ..หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์..ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย..และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ..เพราะเหตุแห่งความสัมพันธ์ส่วนตัวในลักษณะเป็นฝั่งเดียวกันกับกัมพูชา” ซึ่งศาลฯเห็นว่า เสื่อมเสียทั้งเกียรติภูมิและเกียรติศักดิ์ของนายกรัฐมนตรีและของชาติ.. จึงถือว่ามีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
จากนี้ไปก็ต้องจับตาดูกันต่อว่า..ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่..คนที่ 32 ของประเทศไทย..แทน“แพทองธาร ชินวัตร”..ที่เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ 375 วัน..หรือ 1 ปี..10 วัน..นับจากวันที่มีพระะบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี..เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567..ซึ่งถือว่าอยู่ในตำแหน่งนานกว่า“เศรษฐา ทวีสิน”..แคนดินเดตนายกรัฐมนตรีคนแรกของพรรคเพื่อไทย..ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งเช่นกัน..โดย“เศรษฐา”อยู่ในตำแหน่งได้เพียงแค่ 11 เดือน..23 วัน..ยังไม่ครบหนึ่งปี
วินาทีนี้เชื่อกันว่า..นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็น..“อนุทิน ชาญวีรูกล”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย..และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพรรคภูมิใจไทย.. วัย 58 ปี..ซึ่งมาแรงแซงโค้งเบียด“ชัยเกษม นิติสิริ”..วัย 77 ปี..แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย..ที่มีข่าวว่าจริงๆ แล้วยัง“ป่วย”ตกลู่วิ่งไปแล้ว
อีกทั้ง..ยังมีแนวโน้มว่า..พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ..จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม..คู่บุญของ“อนุทิน ชาญวีรกูล”เพื่อปราบศึกเขมรให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
สองลุงหลาน“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ-อนุทิน ชาญวีรกูล”..คู่ควรต่อการ”สัประยุทธ์”กับสองพ่อลูกทรราชแห่งเขมร“ฮุน เซน-ฮุน มาเนต”..ไม่ใช่“สองพ่อลูกตระกูลชิน”ที่มีแต่ผลประโยชน์ทับซ้อน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี