วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
การสิ้นสุดของมาตรการ Quantitative Tightening (QT) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2025 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของระบบการเงินโลก เพราะ QT คือกระบวนการ “ดูดสภาพคล่องออกจากตลาด” ผ่านการลดงบดุล ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาล และทำให้สภาพคล่องทั่วโลกหดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่แม้ QT จะสิ้นสุดลง หลายคนคาดหวังว่า ตลาดการเงินควรจะฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สภาพคล่องไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบทันที — และเหตุผลเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจก็ชี้ให้เห็นว่าตลาดยังต้องรออีก 3–4 เดือน ก่อนจะเริ่มเห็นผลที่แท้จริง
1) QT ยุติลง แต่ Fed ยังไม่สามารถ“เติมน้ำ” เข้าระบบได้ทันที
ปัจจัยแรกที่ผู้ลงทุนจำนวนมากเข้าใจผิด คือการสิ้นสุด QT ไม่ได้แปลว่า Fed จะเปิดปั๊มเงินเข้าสู่ระบบทันทีเหมือนช่วงปี 2020–2021 ซึ่งครั้งนั้นเกิดจากภาวะฉุกเฉินระดับโลก การใช้ QE แบบไม่จำกัดเพดานจึงเป็นเรื่องจำเป็นรอบนี้สถานการณ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง
– อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังทรงตัวในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมาย
– ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
– เศรษฐกิจไม่อยู่ในภาวะถดถอย
ดังนั้น แม้ QT จะจบ แต่ Fed ยังไม่สามารถรีบลดดอกเบี้ยหรืออัดฉีดสภาพคล่องได้ เพราะหากเติมเงินเร็วเกินไป เงินเฟ้ออาจกลับมาระบาดอีกครั้ง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดว่า Fed อาจเริ่มลดดอกเบี้ยได้จริงช่วง Q2 2026 ซึ่งทำให้สภาพคล่องจริงๆ จะค่อยๆ ฟื้นตัวแบบช้าๆ แทนที่จะเด้งกลับทันที
2) กลไกทางเทคนิคของสภาพคล่องในตลาดมักใช้เวลาเสมอ — เฉลี่ย 3–4 เดือน
ข้อมูลย้อนหลัง 20 ปีชี้ชัดว่า เมื่อ Fed เปลี่ยนสถานะจาก “ดูดเงิน” เป็น “คงที่” หรือ “เริ่มเติมเงิน” ตลาดการเงินต้องใช้เวลา 90–120 วัน กว่าจะตอบสนองเต็มที่ เหตุผลคือโครงสร้างของตลาดสมัยใหม่มีความซับซ้อนกว่าที่คิด : สภาพคล่องไหลผ่านระบบธนาคารเชิงพาณิชย์ ตลาดพันธบัตร ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกองทุนขนาดใหญ่ เช่น Sovereign Wealth Funds และ ETF จะทยอยปรับพอร์ตเป็นรอบสัปดาห์–รอบเดือน ผู้จัดการกองทุนต้องรอ Policy Clarity ก่อนขยับเงินก้อนใหญ่
นี่คือเหตุผลว่าทำไมทุกครั้งที่ Fed เปลี่ยนทิศทางนโยบาย ตลาดหุ้นและตลาดคริปโตมักจะฟื้นตัว “ดีเลย์” ประมาณ 1 ไตรมาส และรอบนี้ก็น่าจะไม่ต่างกัน
3) Bitcoin : สภาพคล่องโลกกับราคา BTC เคลื่อนสวนทางกันครั้งแรกในรอบหลายปี
อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ Global M2 (สภาพคล่องโลก) เริ่มฟื้นตัว ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีนี้
– แต่ ราคา Bitcoin กลับปิดลบทั้งเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
– และยังหลุดแนวรับสำคัญตามเส้นค่าเฉลี่ยหลักหลายเส้น เช่น MA50
นี่ถือเป็นการ “ผิดปกติ” เพราะย้อนหลัง 10 ปี Bitcoin มีความสัมพันธ์กับ Global M2 สูงกว่า 90% แต่รอบนี้ราคา BTC ไม่ได้ตอบรับการฟื้นตัวของสภาพคล่องเหมือนในอดีต สะท้อนว่ามีปัจจัยเฉพาะตัวหลายอย่างมากดดัน เช่น แรงขายจาก Futures Liquidation ที่แตะระดับกว่า $600 ล้านในเดือนที่ผ่านมา
Sentiment ที่อ่อนไหวจากนักลงทุนรายย่อย และความกลัวว่าราคาจะลงไปเทสแนวรับ MA200 ประมาณ $60,000 และความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการลดดอกเบี้ยของ Fed ทั้งหมดนี้ทำให้ Bitcoin อยู่ในภาวะที่ สภาพคล่องเริ่มฟื้น แต่ราคาไม่ตอบสนอง ซึ่งต่างจากทุก Cycle ที่ผ่านมา
4) เดือนธันวาคมยังต้องจับตา — Fed จะลดดอกเบี้ยหรือไม่
ปัจจุบันตลาดประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่ประมาณ 30–35% เท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ หาก Fed ยังไม่ลดดอกเบี้ยจริงในเดือนนี้ สภาพคล่องจะยังไม่ไหลกลับในเชิงปริมาณ นักลงทุนต้องรอเดือนมีนาคมหรือพฤษภาคม 2026 เพื่อเห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Fed พร้อม “ผ่อนคันเร่ง” จริงๆ ประวัติศาสตร์ยังบอกเราว่า : ตลาดจะเด้งแรงที่สุดหลัง Fed ลดดอกเบี้ยครั้งแรกไปแล้ว 1–2 เดือน นั่นหมายความว่า หากการลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นจริงช่วงกลางปีหน้า จุดกลับตัวของตลาดคริปโตอาจเกิดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับ Cycle ดั้งเดิมที่ Bitcoin มักฟื้นตัวแรงหลัง Halving ประมาณ 12–18 เดือน
5) มุมมองต่อผู้ลงทุน : 3–4 เดือนนี้คือช่วงที่ต้องมีวินัยมากที่สุด
แม้การสิ้นสุด QT จะเป็นข่าวดี แต่ตลาดยังคงผันผวนต่อเนื่องจากแรงขาย Futures, การปิดสถานะ Leverage, และความกังวลต่อเส้นเทคนิคสำคัญ เช่น MA200 ประมาณ $60,000 ซึ่งถือเป็นเส้นชีวิตของขาขึ้นรอบนี้ มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนคือ ถือเงินสดบางส่วนเพื่อรับจังหวะสำคัญ,ติดตามตัวเลขตลาดแรงงานและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด,ระมัดระวังการใช้ Leverage เพราะตลาดอยู่ในจุด Sensitive สูงมองแนวรับใหญ่ที่ $60,000–$65,000 เป็นโซนที่นักลงทุนสถาบันสนใจ
สรุป
ในระยะยาว Bitcoin ยังคงได้ประโยชน์จากโครงสร้างด้านสภาพคล่องโลกที่กำลังกลับมาฟื้นตัว แต่ในระยะสั้นตลาดต้องการเวลาเพื่อ “ย่อยข้อมูลเชิงมหภาค” ทั้งเรื่อง QT ที่จบลงและการตัดสินใจของ Fed ปี 2026 อาจกลายเป็นปีที่ตลาดกลับมาเปิดรอบใหม่ของสภาพคล่อง แต่เดือนธันวาคมนี้คือช่วงที่นักลงทุนต้อง “อดทน วินัย และอย่าเร่งรีบ” ให้มากที่สุด
ดร.กร พูนศิริวงศ์
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี