วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ยอดขายยังอ่อนแอ”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือHMPROจากการตรวจสอบล่าสุดการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (same-store-sales ) ของ HMPRO ยังคงอ่อนแอในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน โดยติดลบหลักเดียวกลาง ๆ ถึงสูง ทั้งในส่วนของ Home pro และ Mega Home เนื่องจาก i) ภาวะของการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ii) ฐานที่สูงในเดือนตุลาคม 2567 เนื่องจากมี pent up demand หลังน้ำท่วม iii) อุปสงค์ลดลงเพราะฝนตกหนัก และ iv) ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ในปีนี้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ เราคาดว่า same-store-sales จะดีขึ้น/กลับมาเป็นปกติในเดือนธันวาคมเนื่องจาก i) มี pent up demand บางส่วนหลังน้ำท่วม และ ii) ภาวะของการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้นหลังจากที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามที่ 53.2 ในเดือนพฤศจิกายน แต่อาจจะฟื้นตัวได้ค่อนข้างจำกัดจากปัญหาชายแดน
ถึงแม้เราจะคาดว่า same-store-sales จะเป็นกลับมาเป็นปกติในเดือนธันวาคม แต่ SSS ใน 4Q68 น่าจะยังติดลบอยู่ดี ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นอาจจะเพิ่มไม่มากเพราะ rebased จาก suppliers ลดลงจากยอดขายที่อ่อนแอ ส่วนค่าใช้จ่ายอาจจะเพิ่มขึ้นใน 4Q68 เพราะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม (ร้าน Mega Home หนึ่งแห่งต้องตบแต่งร้านใหม่หลังน้ำท่วม) ถึงแม้ว่าบริษัทจะทำประกันไว้ แต่เราคาดว่ากระบวนการในการเรียกร้องค่าสินไหมอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เราจึงคาดว่ากำไร4Q68 จะลดลง YoY แต่น่าจะเพิ่มขึ้น QoQ เพราะผลจากปัจจัยฤดูกาล
อุปสงค์หลังน้ำท่วมจะช่วยหนุนโมเมนตัมยอดขายในเดือนธันวาคมได้เพียงระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกัน เรามองว่าอุปสงค์ในระยะต่อไปน่าจะฟื้นตัวได้จำกัดเพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจ และ การใช้จ่ายภาครัฐที่อาจจะชะลอตัวลงในช่วงที่จะมีการจัดเลือกตั้ง ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดว่า GDP ของไทยจะขยายตัว 1.9% ในปี 2568F และ 1.4% ในปี 2569F เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F-2570F ลง 6-7% ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน SSS และ การปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A ต่อยอดขาย
เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เป็น 7.50 บาท จากเดิม 8.40 บาท สะท้อนถึงการปรับประมาณการกำไร และ การ de-rate PER จาก 16.5x เป็น 16.0x (เท่ากับของ Siam Global House (GLOBAL) แต่สูงกว่าของ Dohome (DOHOME) ที่ 15.0x เนื่องจากมีงบดุลที่แข็งแกร่งขณะที่อัตรากำไรสูงกว่า และ มีเสถียรภาพ เนื่องจากราคาปิดล่าสุดยังเหลือ upside อีก 18% และ บริษัทจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6% จากราคาปิดล่าสุด เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

ขี้ตาแป๊ป! ชาวหาดใหญ่ ยื่นเรื่องค่าซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม เสียหาย 70,000 แต่จ่ายให้ 240 บาท
โรม งานเข้า!!! อ.ไชยันต์-ดี้ นิติพงษ์ ฟ้องหมิ่น โยง IO ทหาร
ปั๊มอิสระแบกไม่ไหว! ‘ดีเซลราคาพุ่ง’ โอดต้นทุนหน้าคลังสูงลิ่ว-เจ้าของขู่ปิดกิจการ
แจกความสดใส เบนซ์ พริกไทย เสิร์ฟความแซ่บกลางทะเล
ปลัด มท.สั่งผู้ว่าฯ 76 จว. คุมเข้มน้ำมัน-LPG สกัดกักตุน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี